ตอนที่ 326
ตอนที่ 326 แผนการอันแสนลำบาก
October 28, 2026
ตอนที่ 326 แผนการอันแสนลำบาก
พอได้ยินคำพูดพวกนี้ ใจของเขาก็รู้สึกเจ็บขึ้นมา
จะไม่… มีอะไรเกี่ยวข้องกันอีก?
ทุกอย่างต้องจบเยี่ยงนี้จริงๆหรือ!
ถ้าเป็นเยี่ยงนี้ ความสัมพันธ์ที่คงอยู่มานานถือว่าเป็นเยี่ยงไร พวกเขาอยู่ด้วยกันแล้วฝ่าฝืนเรื่องราวต่างๆมามากมาย ทุกอย่างกลายเป็นควันที่จางหายไป และไม่สามารถหวนคืนกลับมาจริงหรือ?
แต่ตอนนี้เขามานึกถึงปัญหาพวกนี้ มันช่างเป็นอะไรที่น่าขบขัน นี่ไม่ใช่เป้าหมายที่เขาต้องการตั้งแต่แรกหรือ?
แต่ไม่กี่วันที่ผ่านมาเขาได้ใช้ชีวิตอย่างทรมานและอดทนเยี่ยงนี้ แม้กระทั่งเขายังเคยคิดว่า จะล้มเลิกแผนการนี้หรือไม่ เขาจะคงอยู่ฐานะนี้เพื่ออยู่เคียงข้างนางตลอดไป
หญิงผู้นี้ได้กระตุ้นเส้นประสาทของเขาตลอดเวลา และค่อยๆกลืนกินทัศนคติที่เขามี แม้กระทั่งบางครั้งเขายังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตนเองทำอะไรอยู่กันแน่
พอหวงเย่เห็นว่าเขากำลังหวั่นไหว ฉะนั้นเขาเลยต้องการจะผลักไสเขาไปให้พ้นๆ ถึงแม้ตอนนี้เขาอยากกลับไปเริ่มใหม่ ก็หวนกลับไม่ได้
เขาก็ไม่รู้เหมือนกันว่าสมควรโกรธหวงเย่หรือไม่ แต่อย่างไรก็สมควรโทษตนเองที่ไม่มีปัญหาทำให้เรื่องมันออกมาดี และไม่สามารถยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัวเยี่ยงนั้น
แต่เขาก็เป็นแค่คนธรรมดา ที่มีความสามารถที่จำกัด ตอนนี้ไม่มีทางจะหวนกลับไปได้
เขาหันหลังกลับไปอย่างเย็นชา ไม่หันกลับไปอีกเลย เพราะเขารู้คำพูดที่เขาพูดออกไปก็คงไร้ความหมาย
“แค้นครั้งนี้ข้าจะมาคิดกับเจ้าภายหลัง ถ้าเจ้ายังกล้าทำทุกอย่างตามอำเภอใจ ถ้าจะไม่ไว้ชีวิตของเจ้าอย่างแน่นอน ข้าจะเหลือลมหายใจให้เจ้า ก็เพื่อจะให้เจ้าปกป้องนางอยู่ข้างๆ ถ้าเส้นผมของนางหายไปแม้แต่เส้นเดียว ข้าจะให้เจ้าตายอย่างไม่มีหลุมฝังศพแน่นอน”
พอเห็นร่างของเขาที่เดินจากไป หวงเย่ไม่สนใจว่าตนเองกำลังบาดเจ็บอยู่ เขากระตุกมุมปากขึ้นยิ้มออกมาเบาๆ
เขามีการโกรธเคืองเยี่ยงนี้ด้วย มิน่าตอนนี้เย่นอิ่งอยากจะทำร้ายหญิงผู้นี้ เขากลับทำร้ายกำลังภายในของนางโดยไม่รู้สึกลังเลใดๆ และไม่เห็นแค่ความสัมพันธ์ที่มีมาสิบกว่าปี
เขาอยากจะครอบครองนาง และก็มักจะทำร้ายนางอยู่เรื่อยมา
แต่พอทำร้ายนางแค่เล็กน้อย ก็กลับทำร้ายตนเองมากยิ่งกว่า เขาจะกระทำเยี่ยงนี้ไปถึงเมื่อใด?
อีกอย่างเขาก็ไม่อยากเห็นหญิงผู้นี้ต้องเสียน้ำตาในทุกค่ำคืนที่อ้างว้าง ฉะนั้นเขาเลยอยากช่วยนางตัดขาดทุกอย่าง อย่างไรก็ตาม การเจ็บไปสักพักก็ย่อมดีกว่าเจ็บนานๆ
……
จางยวี่โหร่วรออยู่ตรงตำหนักไปสักพัก แล้วเห็นพ่อสื่อที่ไปส่งจดหมายรีบกลับมา
พอนางเห็นเขาก็รีบถามขึ้นอย่างไม่รีรอ “เจ้าส่งจดหมายไปแล้วใช่หรือไม่?”
“ใช่ขอรับ บ่าวได้ทำตามที่คุณหนูสั่ง แล้วเอาจดหมายให้กับอ๋องชิงผิงกับมือ
“อ่อ นั้นเขาว่าเยี่ยงไรบ้าง?” จางยวี่โหร่วทำเป็นทำสีหน้าที่ไม่สนใจอะไร แต่จริงๆแล้วนางอยากรู้คำตอบมากๆ
“ทีแรกท่านอ๋องโมโหมากๆ แต่สุดท้ายก็ไม่ได้พูดอะไรแล้วให้บ่าวกลับมา”
มันง่ายเยี่ยงนี้เลยหรือ? นางก็เยาะเย้ยตนเองอยู่ในใจ นางยังหวังว่าเขาจะมีการตอบสนองอะไรที่มากกว่านี้
ถึงแม้ว่าจะโกรธเคืองอย่างไร เขาก็น่าจะรู้สึกว่าการที่เป็นฝ่ายถูกปลดก่อน มันจะรู้สึกอับอายขายขี้หน้า
ช่างมันเถอะ ครั้งนี้ก็ถือว่าจบแค่นี้
จริงๆ ที่หวงเย่พูดก็ไม่ผิด ให้เหตุผลที่ตนเองต้องตายใจ ทำให้หลุดพ้นจากทุกอย่าง ถึงแม้ว่านางจะรับไม่ได้โดยทันที แต่เจ็บไปสักพักยังดีกว่าอยู่เฉยๆแล้วรู้สึกเจ็บปวดในระยะยาว อดทนไปสักพักก็คงผ่านไปเอง
นางก็สั่งให้พ่อสื่อผู้นั้นออกจากที่นี่ แล้วนางจึงร้องไห้ออกมาอย่างกั้นไม่อยู่
เวลานี้ ตรงประตูก็มีเสียงที่คุ้นเคยดังขึ้น “เจ้าเข้มแข็งหน่อยได้หรือไม่ ต้องรู้ว่าเจ้าเป็นคนที่ปลดเขาก่อน เจ้าเป็นฝ่ายที่ไม่ต้องการเขา ทำไมเจ้าถึงทำสีหน้าที่เหมือนตนเองถูกทอดทิ้ง ศักดิ์ศรีและความเชื่อมั่นในตนเองหายไปไหน?”
ผู้ชายที่ชั่วร้ายเยี่ยงนี้มาทำร้ายนางเช่นนี้ จะไม่ให้โอกาสนางได้สงบสติและทำใจได้เยี่ยงไร
แต่สำหรับเสียใจเพื่อความรักแล้ว ถ้ายิ่งร้องไห้ก็คงจะยิ่งเสียใจ คำพูดของหวงเย่ก็มิใช่ว่าไม่มีเหตุผล