ตอนที่ 377
ตอนที่ 377 ความฝันเป็นจริง
October 28, 2026
ตอนที่ 377 ความฝันเป็นจริง
ทุกอย่างก็เป็นไปตามที่จางยวี่โหร่วบอก ตอนนี้นางกำลังนั่งรถม้ากลับไป
อากาศยิ่งอยู่ก็ยิ่งหนาว ร่างกายของนางก็ยังคงอ่อนแอ เขาเอานางห่อหุ้มด้วยผ้าห่มขนสัตว์ ในมือของเขายังมีเผาผิงเล็กๆอยู่ ทุกอย่างดูครบถ้วนอย่างยิ่ง
ถึงแม้ทำเยี่ยงนี้จะทำให้นางรู้สึกสบายและอบอุ่น แต่ว่าพอเห็นคนอื่นสวมใส่เสื้อผ้า เหมือนนางไม่ได้อยู่ในโลกใบเดียวกันกับผู้อื่น คิดว่าถ้านางเดินออกไปข้างนอก คนอื่นก็คงเห็นว่านางเป็นสัตว์ประหลาด
“ข้า……ถอดทิ้งได้หรือไม่ รู้สึกร้อนหน่อยๆ !”นางอดทนมาตลอดทาง สุดท้ายก็เอ่ยปากพูดขึ้นอย่างทนไม่ไหว
“ไม่ได้ หชู่ถันบอกว่าตอนนี้เจ้าห้ามโดนความหนาวเด็ดขาด ไม่เช่นนั้นก็จะทำให้พิษที่หลงเหลือในร่างกายของเจ้าก็จะทำงานเร็วมากขึ้น เมื่อครู่ยังบอกว่าไม่อยากมิใช่หรือ นั้นก็ต้องใช้ชีวิตอยู่ดีๆ เจ้าไม่อยากใส่ใจสุขภาพของตนเองแล้วหรือ?”
จางยวี่โหร่วเม้มปากเบาๆ ได้แค่อยู่เงียบๆ
เขานั่งอยู่ข้างกายนาง จากนั้นก็กอดนางไว้ หัวของนางซบอยู่กลางอกเขา และได้ยินจังหวะการเต้นของหัวใจอย่างชัดเจน ความถี่นั้นคงที่และสงบ
ชายผู้นี้ดีต่อนางมากๆ ถึงแม้จะชอบบังคับหน่อย แต่ว่าเขาไม่เคยทนเห็นนางต้องเสียใจเลย และก็ได้ส่งนางกลับมา
แค่ว่านางยังไม่ทันได้รู้สึกใจหวั่นไหวเลย เขาจึงบอกเตือนนางขึ้นด้วยความเย็นชา
“ปะเดี๋ยวถ้ากลับไปถึง เจ้าก็คงได้แต่มองพวกเขาอยู่ที่ไกลๆ ไม่ควรให้พวกเขาเห็นว่าเจ้าอยู่นั่น อีกอย่างอย่างที่เจ้าพูด มองไปพริบตาเดียว ข้าก็จะพาเจ้าออกจากที่นั่น”
จางยวี่โหร่วทำสีหน้าเลือดเย็นมากยิ่งขึ้น ทำไมเขาต้องกัดฟันพูดด้วย
แต่พอคำอธิบายต่อไปของเขา ก็ทำให้รู้สึกสมเหตุสมผลมากขึ้น
“ข้าเป็นสามีในอนาคตของเจ้า ข้าก็ต้องกลายเป็นส่วนหนึ่งของคนในตระกูลเจ้า ถึงเวลาสิ่งที่สมควรคืนให้กับพวกเขาก็คือลูกสาวที่มีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง แต่ไม่ใช่ในสภาพเยี่ยงนี้ แค่เห็นก็คงรู้ว่าเจ้ามีปัญหาอย่างแน่นอน”
เห้อ……จางยวี่โหร่วรู้สึกเสียใจจริงๆ ตอนนี้นางไม่ควรเจอพวกเขาจริงๆ
แค่นึกถึงฝันร้ายอันน่ากลัว ในใจของนางก็รู้สึกปล่อยวางไม่ลง ถ้าสามารถมองเห็นพวกเขา รู้ว่าพวกเขาอยู่ดีมีสุข แต่อย่างไรนางก็คงวางใจหน่อย
เชียวแย่ซิ้วคิดได้รอบคอบกว่านางจริงๆ แต่ตอนที่นางได้พบเจอกับปัญหาของความรู้สึกก็มักจะทำให้นางขาดสติ
ฉะนั้น นางเลยทำตามที่เขาบอก
รถม้าขับเคลื่อนไปตลอดทาง สุดท้ายก็ค่อยๆจอดลง
ชายผู้นั้นเอ่ยปากพูดขึ้น “ถึงแล้ว แต่พวกข้าไม่สามารถจอดอยู่ตรงหน้าประตูได้ ได้แค่ให้เจ้ามองจากที่ไกลๆ ไม่เช่นนั้นต้องทำให้พวกเขาสังเกตเห็นอย่างแน่นอน รอให้ถึงเพลาตอนหัวค่ำข้าจะพาเจ้าเข้าไป และให้เจ้าได้สมดั่งปรารถนา”
ถึงตำหนักของตระกูลข้าจริงๆแล้วหรือ?
จางยวี่โหร่วจึงรีบขยับตัวไปใกล้หน้าต่าง นางจึงกระตุกม่านขึ้นเพื่อมองไปยังทิศทางที่ตั้งของตำหนักไท่ซือ
แค่มองไปเพียงพริบตา นางก็รู้สึกเหมือนหน้าของตนเองถูกน้ำเย็นสาดใส่ ทั้งตัวของนางหยุดนิ่งไป
“เป็นอะไรไป ดีใจจนพูดไม่ออกเลยหรือไง?” พอเห็นว่านางไม่มีปฏิกิริยาใดๆ เขาจึงถามขึ้นด้วยความแปลกใจ
มือของเขาพึ่งจะแตะโดนไหล่ของนาง นางจึงหันมาโดยเร็ว แล้วเปิดประตูรถม้าวิ่งพุ่งออกไปเหมือนคนบ้า และนางยังล้มไปหนึ่งตลบ
“เจ้าจะทำอะไร?” เชียนแย่ซิ้วไม่ได้สนใจอะไรใดๆ จึงรีบไปพยุงนางขึ้น แต่นางกลับสะบัดมือเขาออกแล้วรีบวิ่งไป
มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ทำไมนางถึงควบคุมตนเองไม่ได้เยี่ยงนี้?
เขามองไปยังทิศทางที่นางมอง จึงเข้าใจว่ามันเป็นเพราะเหตุใด