ตอนที่ 402
ตอนที่ 402 จิตใจชั่วร้ายที่ปิดไม่มิด
October 28, 2026
ตอนที่ 402 จิตใจชั่วร้ายที่ปิดไม่มิด
การเดินหลายวันที่เร่งรีบอย่างไม่หยุดไม่หย่อน ทุกคนที่กลับมาจากแดนไกลได้ถึงเมืองหลักเสียที
ตอนนี้หน้าประตูทางเข้าของตำหนักชิงผิงก็มีโคมไฟสีขาวแขวนอยู่ พอชาวบ้านที่เดินผ่านที่นี่แล้วเห็นพวกนี้ ก็รู้สึกอยากร้องไห้กันขึ้นมา
ถึงแม้ก่อนหน้านี้พวกเขาจะได้ข่าวว่าอ๋องชิงผิงน่ากลัวมาก แต่พอได้ยินว่าเขาจากไปจริงๆ และทำเพื่อประเทศชาติ ทุกคนก็รู้สึกเสียใจมากๆ
ไหนๆเย่นหลินก็ไปไหนไม่ได้อยู่แล้ว เขาจึงเข้าไปควบคุมสถานการณ์ทุกอย่างในตำหนักชิงผิง และเสี่ยวเฟิงกับจางยวี่โหร่วก็กลับตำหนักจางด้วยกัน
แต่ว่าครั้งนี้แค่ว่าใจของพวกเขาเชื่อมต่อกัน ไม่ว่าจะไปไหนก็ไม่มีผลอะไรทั้งนั้น
ตอนที่อ๋องชิงผิงอยู่ เพราะว่านิสัยเขาแปลก ทำตัวเย็นชา ถึงแม้ว่าจะมีคนอยากจะมาสอดแนมเรื่องต่างๆ ก็มักจะถูกอำนาจของเขาขัดขวางจนไม่มีใครกล้าเข้ามายุ่ง
ฉะนั้น ตอนเขาตายไป ก็มักจะไม่มีคนมาร่วมงานของเขาเลย
บ่าวไพร่ในตำหนักก็หายไปเกือบครึ่ง ทั้งตำหนักเต็มไปด้วยความอ้างว้างและความว่างเปล่า
ตรงประตูทางเข้าก็มีใบไม้ร่วงหล่นเต็ม แต่ไม่มีผู้ใดไปกวาด มันยิ่งทำให้ทุกอย่างดูหม่นหมองและดูอ้างว้างมากขึ้น
เมื่อพอต้นไม้หลักลม ลิงค่างบางชนีก็แยกย้ายไปคนละทิศคนละทางจริงๆ สุภาษิตนี้ก็คงจะพูดถึงสถานการณ์นี้
เพลานี้ รถม้าคนหนึ่งได้ขับผ่านจากประตู แล้วค่อยๆจอดลง
ม่านบนรถม้าถูกกระตุกขึ้น และเผยหน้าที่ปิดผ้าไว้
ทีแรกดวงตาที่โผล่ออกมานั้นก็ยังสามารถทำให้คนเห็นหลงใหล แต่พอผมยาวๆที่ปกคลุมใบหน้าของนางไว้ ก็แทบจะมองไม่เห็นรูปลักษณ์ของนาง แต่กลับรู้สึกว่ามันแปลกๆ
จูเอ่อมองไปยังข้างนอกเพียงพริบตาเดียว พอเห็นว่าเป็นเยี่ยงนี้ นางถึงถอนหายใจไม่หยุด “วีรบุรุษที่กล้าหาญและไม่กลัวอะไรใดๆดั่งอ๋องชิงผิง นึกไม่ถึงเลยว่าเขาก็ต้องเจอเรื่องไม่ดีเยี่ยงนี้ด้วย องค์หญิงอยากเข้าไปไหว้เขาหรือไม่ จุดธูปไปถึงเขา?
หญิงผู้คุมผ้าปิดหน้าไว้ มันชัดเจนอย่างยิ่งว่าเป็นไป๋หลิงกวง
นางมองไปอีกครั้ง ทันใดนั้นก็ได้ปล่อยม่านปิดลง แล้วทำน้ำเสียงเย็นชามากๆ
“เจ้ายังคิดว่าข้ายังจะอับอายไม่พออีกหรือ เจ้าลืมไปแล้วหรือไงว่าใบหน้าของข้านี่ใครเป็นคนทำร้าย? เขาไม่เพียงแต่ไม่รู้สึกอับอาย แต่กลับใช้สายตาอันเย็นชามองข้า ไล่ข้าออกจากตำหนัก เจ้าคิดว่าข้าอยากไปไหว้ศพเขานั้นหรือ?”
จูเอ่อถูกท่าทีที่เย็นชาของนางทำให้ตกใจ แต่ก็ยังพูดออกมาอย่างอดใจไม่ไหว “แต่ว่า……เขาไม่ใช่ว่าคือคู่หมั้นขององค์หญิงหรือเจ้าคะ? ก็ควรไปกราบไหว้เขาเพื่อความสมเหตุสมผล”
“ตอนนั้นเขาเป็นคนที่อยากจะจบความสัมพันธ์ของข้า เขาไม่สนใจความรู้สึก แล้วผลักไสข้าออกจากที่นั่นอย่างใจร้ายเพราะผู้หญิงคนนั้น
จูเอ่อเป็นแค่ผู้น้อยเท่านั้น นางก็คงไม่กล้าพูดอะไรเยอะ
แต่ว่านางรู้สึก องค์หญิงเหมือนเปลี่ยนไปอย่างคนละคน ทำให้นางรู้สึกว่านางไม่เคยรู้จักนางเลย
ครั้งก่อนที่นางผลักนางอย่างใจร้าย ทำให้ล้มลงบนพื้นที่เต็มไปด้วยเศษกระเบื้องลายคราม ทำให้นางรู้สึกกลัวจนถึงตอนนี้ยังไม่หาย
ตอนนี้พอเห็นนางเฉยชากับการตายของอ๋องชิงผิง ไม่มีจิตใต้สำนึกใดๆ นางก็รู้สึกกลัวจนพูดไม่ออก
องค์หญิงไม่เคยเป็นคนที่ไม่รู้จักตอบแทนบุญคุณ ถึงแม้ความคิดบางอย่างของอ๋องชิงผิงจะดูใจร้ายไปหน่อย แต่ก็ไม่สามารถปฏิเสธได้ว่าแรกๆที่พวกนางมาถึงหนานหชู่ เขาเป็นคนช่วยพวกนางตลอดเพลา ถ้าไม่ใช่เขา องค์หญิงก็คงถูกองค์ชายใหญ่แคว้นเย่บังคับให้อภิเษกสมรส
รถม้าจอดลงตรงประตูไปสักพัก ก็ขับเคลื่อนไปโดยเร็ว ตอนไปไม่ได้มีความรู้สึกแม้แต่จะลังเลเลยเสียนิด
……
รถม้าได้ขับเคลื่อนไปข้างหน้าอย่างไม่หยุด สุดท้ายก็ไปถึงโรงเตี๊ยมโดยเร็ว