ตอนที่ 12
บทที่ 12
September 18, 2026
ส่วนเรื่องราวที่ต่อเนื่องจากเมื่อคืน...
หลังจากที่ฉินเจียวเยี่ยนได้สร้างความอับอายให้กับจวนโหวด้วยการมีความสัมพันธ์กับขอทานที่เฟิงอ๋องสั่งให้องครักษ์จับโยนเข้ามาในเรือนในระหว่างงานวันเกิดของบิดาตนเอง
บรรดาแขกเหรื่อที่ตามมานั้น ก็นำเรื่องอื้อฉาวของฉินเจียวเยี่ยนไปเล่ากันสนุกปาก จนเป็นที่รู้กันในเมืองหลวง ยิ่งสร้างภาพลักษณ์ตุ๊กตากระเบื้องของนางให้แย่ลงไปอีก
ทำให้ฉินเจียวเยี่ยนต้องหลบซ่อนตัวอยู่แต่ในจวน ไม่กล้าออกไปไหน จนกว่าเรื่องราวจะเงียบลง
แตกต่างจากฉินเยี่ยนฟางที่ได้ออกไปเที่ยวงานเทศกาลโคมไฟ บังเอิญเจอเฟิงอ๋องและฉีอ๋อง ซึ่งกำลังกลุ้มใจกับคดีทุจริตของขุนนาง เพราะแม้ว่า จะมีพยานและหลักฐานครบถ้วนแล้ว แต่ก็จับได้เพียงขุนนางตัวเล็ก ไม่สามารถสืบไปถึงตัวการเบื้องหลัง
ฉินเยี่ยนฟาง ด้วยฉายาสาวงามแห่งเมืองหลวงที่พรั่งพร้อมด้วยรูปโฉม ชาติตระกูล และความสามารถทั้งสี่ด้าน คือ พิณ หมากล้อม อักษรศิลป์ และจิตรกรรม จึงได้ช่วยแนะนำ จนเห็นเบาะแสและเจอหลักฐานชิ้นสุดท้ายในที่สุด
ฉีอ๋องตอบแทนความช่วยเหลือนี้ ด้วยการขอพระราชทานตำแหน่งท่านหญิงให้แก่ฉินเยี่ยนฟาง ถือเป็นการลบล้างความอับอายที่ฉินเจียวเยี่ยนสร้างขึ้นให้แก่จวนซ่านเต๋อโหวได้เป็นอย่างดี
จากนั้น บรรดาแม่สื่อจากจวนขุนนางสูงศักดิ์ทั้งหลายก็หลั่งไหลเข้ามาทาบทามสู่ขอฉินเยี่ยนฟางจนธรณีประตูแทบพัง แม้กระทั่งเฟิงอ๋องด้วยเช่นกัน
นั่นยิ่งสร้างความอิจฉาริษยาให้แก่ฉินเจียวเยี่ยนเป็นอย่างมาก เพราะตนได้ถูกสร้างความอับอาย อีกทั้งยังทำให้หมดโอกาสในการออกเรือนกับคุณชายสูงศักดิ์ท่านอื่น ๆ
อีกทั้งเกี้ยวหงส์ที่ตนเองหมายปอง พยายามทุกวิถีทางเพื่อให้ได้มา กลับมาวางสยบอยู่แทบเท้าของพี่สาวต่างมารดา โดยที่นางไม่ต้องทำสิ่งใดเลย!
มันน่าแค้นใจนัก!
หลังจากที่เฟิงอ๋องจากไป ฉินเจียวเยี่ยนก็เริ่มวางแผนร้ายกลั่นแกล้งฉินเยี่ยนฟางสารพัด หวังทำร้ายชื่อเสียง ทำลายรูปโฉม จนกระทั่งให้โจรลักพาตัวฉินเยี่ยนฟางไปทำลายความบริสุทธิ์เสียด้วยซ้ำ
แต่ทุกครั้งที่ฉินเจียวเยี่ยนลงมือ เฟิงอ๋องเองก็ลงมือตอบโต้กลับด้วยเช่นกัน
เมื่อฉินเยี่ยนฟางเสียชื่อเสียง เขาก็กระพือข่าวลือในคืนนั้นของฉินเจียวเยี่ยนให้กลับมากระฉ่อนไปทั่วเมืองหลวงอีกครั้ง
เมื่อฉินเยี่ยนฟางถูกผลักให้ตกน้ำ เขาก็พานางไปรักษา หลังจากที่ผลัก ไม่สิ เรียกว่า ถีบจะถูกต้องกว่า เขาก็ถีบฉินเจียวเยี่ยนให้ตกน้ำลงไปเช่นกัน