ตอนที่ 1010
ตอนที่ 1010 ผู้ที่ตระกูลเฟิงลืม
September 23, 2026
เซียวปี้เฉิงก็ถอนหายใจ “ใช่แล้ว ทุกอย่างไม่เที่ยง ไม่มีใครประเมินได้ บอกได้อย่างเดียวว่าไร้วาสนาต่อกัน”
บัดนี้เสิ่นทัวไม่เพียงแต่สูญเสียความทรงจำ ทั้งยังมีลูกชายโดยไม่รู้ตัว แม้เว่ยยิงยังมีใจให้เขา ทั้งสองก็ไม่มีโอกาสเคียงคู่กันแล้ว
อวิ๋นหลิงอดพูดไม่ได้ “ต้องบอกว่าแม่นางผู้นี้โชคร้าย นางเป็นทหารห้าปีตามกำหนดแล้ว กลับมาครั้งนี้ควรหาวิธีเปลี่ยนสถานะเพศ กลับมาเป็นสตรีเหมือนเดิม แต่ดันถูกจับได้ระหว่างทางก่อน”
ทว่าในจดหมายไม่ได้เล่าว่ารู้สถานะเพศหญิงของเว่ยยิงได้อย่างไร
เนื้อหาที่เฟิงหยางเขียนเยอะมาก ลำพังผลงานรบของเว่ยยิงก็ห้าหน้ากระดาษแล้ว ไม่ว่าจะทางตรงหรือทางอ้อมล้วนเขียนขออภัยโทษให้กับลูกน้องผู้มากฝีมือรายนี้
เซียวปี้เฉิงก็ยิ้มเอ่ย “เสด็จพ่อคงติดใจหรอก”
ผู้ที่ใจกว้างย่อมมอบรางวัล ไม่มีทางลงทัณฑ์เด็ดขาด เขาเชื่อว่าจักรพรรดิจาวเหรินใจกว้างในด้านนี้
แล้วเซียวปี้เฉิงก็พูดต่อไปว่า “เว่ยยิงถือเป็นยอดคน ถ้าเป็นทหารต่อไป ข้าไม่ถือสาที่นางเป็นสตรี แต่เสียดายนางเป็นทหารแทนพี่ชาย ไม่รู้ว่าอยากเป็นหรือเปล่า?”
ถ้านางไม่อยากเป็นทหารต่อ อยากแต่งงานออกเรือนเหมือนสตรีทั่วไป เขาก็ไม่สะดวกรั้งไว้
“การก่อกบฏของอ๋องไหวเซียงครั้งนี้ ทำให้ท่านเริ่มปวดหัวเรื่องกำลังทหารแล้วสิ” อวิ๋นหลิงเลิกคิ้วสักพยอกเขา
หลังตระกูลยินสิ้นอำนาจก็ขาดขุนนางไปหลายคน ช่วงนี้มีการเลื่อนขั้นและลดขั้นกันเยอะ ตำแหน่งงานหลายอย่างยังคงว่าง ขาดกำลังจนจักรพรรดิจาวเหรินปวดหัวผมร่วง
เซียวปี้เฉิงอุทานด้วยความกลุ้มใจ “ใช่แล้ว ที่เมืองเซียวโจวไร้คนดูแล ตอนนี้มีเพียงบิดาของเจ๋อเฟิง แต่ยังคงขาดแม่ทัพเก่ง ๆ รักษาการณ์ ปัญหานี้ต้องเร่งแก้โดยด่วน”
สรุปง่าย ๆ ก็คือ จำเป็นต้องจัดอำนาจใหม่ดูแลเมืองเซียวโจว ถ้าเว่ยยิงเป็นเพียงบุตรอนุจริง เขาก็ยินดีให้อีกฝ่ายดำรงตำแหน่งนั้น
“แล้วต่อไปให้ใครไปพิทักษ์เมืองเซียวโจว ท่านคิดไว้หรือยัง?”
“ถ้าไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง น่าจะให้เฟิงหยางดูแล แต่ให้เขาดำรงตำแหน่งนี้ ข้ากลัวจะเกิดครหา...”
เซียวปี้เฉิงพูดมาถึงจุดนี้พลันขมวดคิ้วมุ่น ทว่าก็คลายออกอย่างรวดเร็ว
“ช่างเถิด ตอนนี้ไม่เหมือนสิบปีก่อนแล้ว โยว่หรงแต่งกับชายทูเจวียตะวันออกแล้ว คาดว่าคงไม่มีปัญหาใด”
เขาพูดเองเออเอง ทำให้อวิ๋นหลิงแปลกใจยิ่ง “จะเกิดครหารึ กลัวเขาอายุน้อยเกิน คุมกองทัพใหญ่ไม่ได้รึ?”
ความทรงจำของร่างเดิมไม่ค่อยมีข้อมูลเกี่ยวกับเฟิงหยาง นางไม่ค่อยรู้จักเขา รู้จากปากของเซียวปี้เฉิงว่านิสัยดีและเก่งไม่เบา
สองปีที่เขามองไม่เห็น เฟิงหยางเคยทำศึกกับทูเจวียหลายครั้ง และก็ชนะเสมอ
นางแค่คิดว่าเซียวปี้เฉิงกำลังกังวลที่ตำหนักบูรพาสนับสนุนตระกูลเฟิงออกหน้าเช่นนี้ ทำให้พรรคอื่นไม่พอใจและอิจฉาตาร้อน
เพราะถ้าพูดถึงประสบการณ์แล้ว เฟิงหยางยังเด็กอยู่
“อันนี้ไม่เท่าไหร่ อาจารย์ออกหน้าทันที ไม่มีใครกล้าขัดหรอก” เซียวปี้เฉิงส่ายหน้า เขาย่อมคำนึงถึงสิ่งนี้
อาจารย์ของเขาเป็นบิดาเยี่ยเจ๋อเฟิง ลูกบุญธรรมของอู๋อันกง ส่วนใหญ่จะตั้งค่ายอยู่ชายแดน ไม่ค่อยกลับเมืองหลวง คือขุนนางที่ราชสำนักไว้เนื้อเชื่อใจได้
ตอนอยู่เมืองสุย เซียวปี้เฉิงกับเฟิงหยางเคยเป็นทหารใต้อาณัติเขา หลังเกิดเรื่องนี้ จักรพรรดิจาวเหรินก็ส่งพระราชโองการแต่งตั้งไปยังเมืองเซียวโจว ถึงเวลานั้นท่านอาจารย์ของเขาก็มียศโหวแล้ว
เมื่อเห็นว่าเฟิงหยางเติบโตเต็มที่แล้ว ท่านอาจารย์ก็จะมอบหน้าที่สำคัญ หน้าที่ในการเฝ้ารักษาดินแดนเมืองเซียวโจวให้แก่เขา