ตอนที่ 1011
ตอนที่ 1011 เรื่องในอดีตที่ถูกลืมไปนานแล้ว
September 23, 2026
อวิ๋นหลิงหยุดการทุบตีลง เอ่ยอย่างประหลาดใจว่า “มีเรื่องเช่นนี้ด้วยหรือ”
เซียวปี้เฉิงคิดอย่างไรก็ไม่เข้าใจ ถอนหายใจยาวๆและพูดว่า “ก็ใช่น่ะสิ เรื่องคาดคิดไม่ถึงเช่นนี้ จนตอนนี้สองตระกูลยังอธิบายได้ไม่ชัดเจน”
“สรุปแล้ว ตระกูลเฟิงคิดว่าปัญหาต้องเกิดจากนางจวงแน่ๆ สงสัยว่าแม้นางจะไม่ได้จงใจขโมยคนไป ก็ต้องถูกบีบบังคับให้สูญเสียความบริสุทธิ์ จากนั้นก็ปกปิดเรื่องนี้ต่อบ้านสามี จึงได้ให้กำเนิดเฟิงหยางอย่างไม่ตั้งใจ”
“แต่ตระกูลจวงกลับคิดว่า นางจวงเป็นถึงกุลสตรีจากตระกูลผู้ดี มีความประพฤติสูงส่งบริสุทธิ์ แต่ทั้งชีวิตของนางยังไม่เคยเห็นชาวทูเจวียตัวเป็นๆ จะไปเกี่ยวพันกับพวกป่าเถื่อนเหล่านั้นได้อย่างไร”
แต่ละประโยคของเซียวปี้เฉิงล้วนมีเหตุผล “ดังนั้นราชบัณฑิตใหญ่จวงจึงสงสัยว่า นี่เป็นแผนการร้ายภายในของครอบครัวตระกูลเฟิง หลานแท้ๆของเขาต้องถูกสลับตัวไปแน่ๆ ถ้าไม่เช่นนั้นก็เป็นเพราะผู้หญิงในเรือนด้านหลังที่แก่งแย่งชิงดีด้วยความหึงหวง อยากจะเข้าแทนที่ จึงได้แอบเปลี่ยนลูกและใส่ร้ายนางจวง หรือไม่ก็เป็นการต่อสู้ระหว่างครอบครัวพี่น้องภายในตระกูลเฟิง มีคนอยากจะโจมตีครอบครัวลูกชายคนโต จงใจสลับตัวกับลูกของชาวทูเจวียให้ครอบครัวลูกคนโตขายหน้า”
หางตาของอวิ๋นหลิงกระตุกเล็กน้อย คิดไม่ถึงว่าราชบัณฑิตใหญ่จวงจะมีจินตนาการสุดบรรเจิดเช่นนี้ ไม่เสียแรงที่เป็นผู้ศึกษาเล่าเรียน
“แต่ที่คิดไม่ถึงก็คือ ทั้งสองตระกูลได้ทำการนับญาติด้วยการหลั่งเลือดอยู่หลายครั้ง เลือดของเฟิงหยางเข้ากันได้อย่างสมบูรณ์กับเลือดของพ่อเขา”
“พวกเขาทำถึงกระทั่งขุดร่างของนางจวงที่ถูกฝังไปแล้วขึ้นมา ใช้การหยดเลือดลงบนกระดูกของนาง ก็ยืนยันได้ว่าเฟิงหยางเป็นลูกของนางจวงจริงๆ จนตอนนี้เรื่องราวยังคงจบอย่างค้างคา......แต่นางจวงนั้นได้ตายไปแล้วจริงๆ ทั้งสองตระกูลจากที่ดองญาติกันก็กลายเป็นสร้างปมแค้นขึ้นมา”
การหยดเลือดบนกระดูก ก็คือการใช้เลือดของคนเป็นหยดลงบนกระดูกของคนตาย สังเกตว่ามีการซึมเข้าไปในกระดูกหรือไม่
ถ้าหากสามารถซึมซาบเข้าไปได้ นั่นก็แสดงว่าทั้งสองฝ่ายมีความสัมพันธ์พ่อแม่ลูกหรือเป็นพี่น้องกัน
ไม่ว่าจะเป็นการนับญาติด้วยการหลั่งเลือดหรือหยดเลือดบนกระดูก ล้วนยืนยันแล้วว่าเฟิงหยางเป็นลูกที่เกิดจากสองสามีภรรยาจริงๆ แม้จะไม่มีใครสามารถอธิบายสาเหตุได้ ทั้งสองฝ่ายก็ได้แต่ยอมรับ
อวิ๋นหลิงฟังอย่างตั้งใจ จู่ๆก็ถามเขาขึ้นมาว่า “บรรพบุรุษของตระกูลเฟิงหรือตระกูลจวง เคยมีสายเลือดทูเจวียหรือต่างเชื้อชาติหรือไม่”
เซียวปี้เฉิงนิ่งอึ้งไปชั่วครู่ “เรื่องนี้ข้าก็ไม่รู้ แต่ว่าชาวฮั่นกับชาวทูเจวียอยู่คู่กันมานับร้อยปี การแต่งงานระหว่างกันก็ใช่ว่าจะไม่มี แม้แต่จักรพรรดิแห่งราชวงศ์ฮั่นที่ผ่านมาก็ยังเคยรับองค์หญิงแห่งทูเจวียเป็นพระสนม”
เหมือนเขตชายแดน ในช่วงสงคราม ชาวทูเจวียก็มักจะลักพาตัวหญิงสาวชาวฮั่น ให้กำเนิดลูกที่มีเลือดผสมจำนวนมาก
“หลิงเอ๋อร์ เจ้าเอ่ยถึงเรื่องนี้ เจ้ารู้แล้วหรือว่าปัญหาชาติกำเนิดของเฟิงหยางคืออะไร”
อวิ๋นหลิงครุ่นคิด ก่อนจะค่อยๆเอ่ยเสียงขรึมว่า “เรื่องนับญาติด้วยการหลั่งเลือดที่พวกท่านพูดถึงนั้นไม่มีหลักฐานการรับรองทางวิทยาศาสตร์แต่อย่างใด จึงไม่สามารถตัดสินได้อย่างแม่นยำว่าทั้งสองฝ่ายเป็นพ่อแม่ลูกกันจริงหรือไม่”
“เมื่อพูดในมุมทางการแพทย์ เลือดที่มีหมู่โลหิตต่างกันเนื่องจากภายนอกของเม็ดเลือดแดงมีแอนติเจนไม่เหมือนกัน ในระหว่างการผสมรวมกันอาจเกิดการตกตะกอน นี่จึงกลายเป็นที่มาของคำพูดที่ว่าไม่ใช่ญาติกันเลือดย่อมไม่สามารถรวมกันได้ตามความเข้าใจพื้นบ้าน แต่แท้ที่จริงแล้วขอเพียงหมู่โลหิตของทั้งสองคนเหมือนกัน เลือดระหว่างทั้งสองคนก็สามารถรวมกันได้ เฟิงหยางกับพ่อของเขา แค่บังเอิญมีหมู่โลหิตเหมือนกันเท่านั้นเอง”
“ส่วนวิธีการหยดเลือดบนกระดูก......ที่จริงแล้วไม่ว่าจะมีความเกี่ยวข้องทางสายเลือดหรือไม่ เลือดที่หยดลงบนกระดูกล้วนสามารถซึมเข้าไปได้อยู่แล้ว”
เซียวปี้เฉิงเบิกตากว้างเล็กน้อย เอ่ยอย่างประหลาดใจว่า “เช่นนั้นตามความหมายที่เจ้าพูดมา เฟิงหยางใช่ลูกชายแท้ๆของพวกเขาสองสามีภรรยาหรือไม่”
“ใช่แน่นอน” อวิ๋นหลิงเอ่ยด้วยน้ำเสียงมั่นใจ “ในสังคมยุคปัจจุบัน คู่สามีภรรยาผิวเหลืองจู่ๆก็ให้กำเนิดลูกผิวขาวคนหนึ่ง เรื่องเช่นนี้แม้จะพบเห็นได้ยากแต่ก็เกิดขึ้นแล้วจริงๆ อีกทั้งยังมีกรณีที่เกิดขึ้นจริงเยอะมาก"