ตอนที่ 1125
ตอนที่ 1125 นายเป็นคนที่รักเธอมากกว่าฉันเสมอมา
September 23, 2026
ในห้องโถง ดวงตาของฉีเทียนเหอแดงรื้นขึ้นมา
ก้อนกระดาษทิชชูบนโต๊ะกองเป็นภูเขาเล็กๆ พระเจ้าหลวงกำลังร้องไห้สะอึกสะอื้น แล้วก็ดึงกระดาษทิชชูใหม่ออกมาอีก สร้างก้อนกระดาษทิชชูพร้อมกับกงจื่อโยว
“ซ่านซิง เด็กที่น่าสงสาร......”
กงจื่อโยวร้องไห้จนน้ำตาไหลพราก อิงแอบอยู่กับไหล่ของหลงเย่สะอื้นจนหายใจหอบ “ฮือๆๆ ข้าคิดถึงท่านแม่แล้ว......”
เซียวปี้เฉิงใจลอยเหม่อมองทิชชู สีหน้าก็เศร้าสร้อยเช่นกัน บางทีอาจเป็นเพราะมีความเข้าอกเข้าใจ
ยังจำสิ่งที่จักรพรรดิจาวเหรินเคยพูดเอาไว้ แม่ผู้ให้กำเนิดของเขาก็เคยถูกชมว่ามีนิสัยคล้ายกับต้าเฟิงมาก เงาร่างที่เดิมทียังดูเลือนราง ภายใต้การบรรยายอย่างไพเราะของฉีเทียนเหอ เหมือนจะแจ่มชัดขึ้นมาแล้ว
อวิ๋นหลิงนั่งฟังอยู่ข้างๆอย่างเงียบๆ พึมพำอยู่ในใจ ต้าเฟิงที่อยู่ในข่าวลือคนนั้น มีประสบการณ์ที่น่าอัศจรรย์กว่าที่คิดเอาไว้
ในห้องโถง ทุกคนต่างก็เงียบไปพักใหญ่ ต่างก็ปรับอารมณ์ให้สงบลง
ผ่านไปครู่หนึ่ง ฉีเทียนเหอสูดลมหายใจเข้าลึกๆ พูดต่อไปว่า “หลังจากที่แม่ผมตาย ผู้หญิงที่หลอกแม่ผมคนนั้น......ก็คือคุณหนูไฮโซของตระกูลการแพทย์ที่ใช้วิธีสกปรกจนตั้งท้องลูกของพ่อผม ถูกตัดสินจำคุกตลอดชีวิตด้วยข้อหาหลอกลวงและเจตนาฆ่า”
ทั้งสองครอบครัวกลายเป็นศัตรูกัน ไม่มีทางเป็นไปได้ที่จะรวมกันเป็นตระกูลที่แข็งแกร่งด้วยการแต่งงานอีกต่อไป คุณปู่คุณย่าของเขาก็ไม่กล้าก่อเรื่องอีก
ไม่ว่าสองผู้อาวุโสจะเสียใจกับเรื่องที่เกิดขึ้นมากแค่ไหน ลูกชายก็ไม่สามารถขจัดความบาดหมางในใจที่มีต่อพวกเขาได้อีกต่อไป
ฉีโม่เสวี่ยมีนิสัยยับยั้งชั่งใจ มีความสัมพันธ์ที่อบอุ่นกับคนในครอบครัวตั้งแต่เด็กไม่มากนัก ตอนนี้พวกเขาเพิ่งจะหวนนึกถึงความดีของลูกสะใภ้ เพื่อเป็นการบรรเทาความสัมพันธ์ในครอบครัวของพวกเขาที่ต้องใช้ความอดทนอย่างไม่สิ้นสุด
แต่ทุกอย่างก็สายเกินไปแล้ว เฟิงซ่านซิงได้จากไปอย่างไม่หวนกลับชั่วนิจนิรันดร์
“หลังจากที่แม่ผมตายไปได้ไม่นาน ผมพบสมุดบันทึกจำนวนมากที่แม่ทิ้งเอาไว้ในห้องหนังสือของพ่อผม......สมุดบันทึกหนาๆหลายเล่ม ได้รับรู้ถึงการมีตัวตนของอีกโลกหนึ่งตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา”
“หลังจากนั้นผมก็ตัดสินใจ ว่าต้องค้นหามัน ทำความหวังของแม่ให้เป็นจริง”
“ไปเยี่ยมบ้านเกิดแทนแม่ เยี่ยมคุณตาคุณยาย ขจัดความบาดหมางที่ผ่านมาของพวกเขา”
พูดถึงตรงนี้ ท่าทีเอ้อระเหยลอยชายของฉีเทียนเหอก็หายไปจนหมดสิ้น สีหน้ามุ่งมั่นเด็ดเดี่ยวมาก
นี่เป็นสาเหตุที่พอเขาโตแล้วได้เลือกเรียนประวัติศาสตร์และโบราณคดี
ในโลกอนาคต ผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์ที่แปลกใหม่นานาชนิดถูกผลิตขึ้นมาไม่หยุด คนที่เลือกจะเขียนบันทึกด้วยลายมือนั้นมีน้อยมาก
แต่เพื่อต้องการฝึกฝนการเขียนอักษรจีนย่อและฝึกเขียนอักษรด้วยปากกา เฟิงซ่านซิงใช้เวลาวันแล้ววันเล่า ปีแล้วปีเล่าในการมุ่งมั่นเขียนบันทึกด้วยลายมือ
ฉีเทียนเหออาศัยสมุดบันทึกที่ล้ำค่าเหล่านี้ สัมผัสถึงความทรงจำที่คุณแม่เก็บเอาไว้นับสิบปี รวมไปถึงร่องรอยที่เกี่ยวกับความลับแห่งกาลเวลาของนางเมื่อยี่สิบปีก่อน
ตอนแรกเธอเขียนตัวอักษรเหมือนลายมือเด็กประถม มักจะใช้ตัวอักษรจีนดั้งเดิม แต่ไม่ช้าก็เปลี่ยนเป็นตัวอักษรที่มีความสวยงามเป็นระเบียบมาก
เนื้อหาในบันทึกส่วนใหญ่จะเป็นชีวิตประจำวันและความรู้สึกที่เกิดขึ้น กระทั่งหลังจากที่ให้กำเนิดเขา แม่พูดถึงบ้านเกิดบ่อยมากขึ้นเรื่อยๆ แทบจะบรรยายความทรงจำในวัยเยาว์จำนวนหลายหน้าอยู่เป็นประจำ
ฉีเทียนเหออ่านบันทึกซ้ำๆ ค่อยๆรับรู้ว่าคุณแม่มาจากไหน ที่บ้านมีใครบ้าง แล้วเจอกับเรื่องราวอะไร
เขาพยายามค้นหาร่องรอยของแคว้นต้าโจวจากประวัติศาสตร์หลายพันปีของประเทศจีน เสียดายที่ไม่มีเบาะแสอะไรเลย
บ้านเกิดที่เฟิงซ่านซิงพูดถึง เหมือนกับโลกใบนี้ของเขามาก แต่วิถีประวัติศาสตร์มากมายล้วนถูกเบี่ยงเบน เขาเดาว่าน่าจะเป็นมิติคู่ขนานอื่นๆ
เซียวปี้เฉิงรู้สึกชื่นชมฉีเทียนเหอขึ้นมาบ้างแล้ว ยกนิ้วโป้งให้เขา “หลังจากนั้นเจ้าก็สร้างยานอวกาศขึ้นมาจริงๆ สำรวจความลึกลับของกาลเวลา ทะลุมิติสำเร็จ”
ฉีเทียนเหอได้สติกลับมา ส่ายหน้าอย่างรู้สึกกระดากอายอยู่บ้าง
“พี่สามเซียวชมกันเกินไปแล้ว ที่จริงสิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นผลงานของคุณอาผม สิ่งเดียวที่ผมทุ่มลงไปหมดหน้าตักก็คือความกล้าเท่านั้น”