ตอนที่ 1124
ตอนที่ 1124 เป็นดาวตกที่สว่างพร่างพรายที่สุด
September 23, 2026
พวกพระเจ้าหลวงและอวิ๋นหลิงต่างก็มองหน้ากัน ถูกเรื่องความแค้นระหว่างตระกูลผู้ดีที่แต่งขึ้นอย่างไม่มีที่มาจากแอคเคาท์ที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อโจมตีทำเอาตกใจจนไม่รู้จะพูดอะไรดี
กงจื่อโยวแอบนึกถึงคำพูดประโยคหนึ่งที่เพิ่งจะเรียนรู้จากการท่องเว็บไซต์ วงการไฮโซช่างวุ่นวาย
ฉีเทียนเหอเอ่ยด้วยน้ำเสียงกลุ้มใจ “เรื่องนี้มีผลกระทบต่อจิตใจแม่ผมมาก ตอนที่เกิดเรื่องผมอายุสามขวบแล้ว แม่อยู่กับคุณปู่คุณย่าอย่างรักใคร่กลมเกลียวกันสามปี ในใจย่อมมีความผูกพัน คิดไม่ถึงว่าสุดท้ายจะจบด้วยเหตุการณ์แบบนี้”
พระเจ้าหลวงได้ยินแล้ว ก็รู้สึกสงสารอยู่ในใจ นั่งอยู่บนโซฟาถอนหายใจไม่หยุด
“ใช่ว่าข้าอยากจะด่าพวกเขาว่าเลวยิ่งกว่าสัตว์เดรัจฉาน ขัดต่อหลักคุณธรรม นี่มันเรื่องอะไรกันแน่ ซ่านซิงเป็นอย่างไรบ้าง นางยังสบายดีอยู่หรือไม่”
ฉีเทียนเหอมุมปากกระตุก “คุณปู่ แม่ผมตายไปตั้งแต่ผมอายุเจ็ดขวบแล้ว”
พูดจบ บรรยากาศก็เงียบสงบลงในชั่วพริบตา
“เอ๋”
พระเจ้าหลวงจ้องมองเขาอย่างนิ่งอึ้ง จี้ที่อยู่ในมือร่วงหล่นไปบนพื้น ราวกับยังไม่เข้าใจในสิ่งที่ได้ยิน “ซ่านซิงนาง นาง......อายุยังน้อยทำไมจึงตายแล้วล่ะ”
ฉีเทียนเหอก้มลงเก็บจี้ห้อยคอเงียบๆ สายตาของจ้องมองไปยังรูปถ่ายของหญิงสาวที่มีรอยยิ้มอยู่บนใบหน้า
“ที่จริงตั้งแต่แต่งงานกับพ่อผม แม่ผมก็มักจะคิดถึงคนที่บ้านเกิด ตอนที่ผมเกิดมีเหตุการณ์ฝนดาวตก ยิ่งทำให้ความคิดถึงในหัวใจของแม่เริ่มเติบโตอย่างบ้าคลั่ง”
“ตอนนั้นแม่ผมเป็นที่นิยมชมชอบของคนนอกวงการมาก ก่อนหน้านี้แม่เคยเป็นดารารับเชิญในภาพยนตร์และซีรีส์ประเภทประวัติศาสตร์อยู่หลายเรื่อง ล้วนเป็นเรื่องที่ได้รับความนิยมมากทั่วประเทศ หลายคนหวังว่าแม่จะไม่ฝังกลบความสามารถของตนเองเอาไว้ พัฒนาอาชีพนักแสดงของตัวเอง แต่แม่ผมกลับหลงใหลในดาราศาสตร์อย่างไม่อาจถอนตัวได้”
แม่อยากจะทำความเข้าใจว่า ตนเองจะสามารถกลับไปยังโลกที่เป็นบ้านเกิดได้หรือไม่ เพื่อพบกับพ่อและพี่น้องที่ห่างหายกันไปนานอีกครั้ง ปลดพันธนาการที่ขวางกั้นในอดีต
ในความทรงจำ ตอนที่เขายังเด็กไม่รู้ความ แม่มักจะพูดถึงคนและเรื่องราวที่เขาไม่เคยได้ยินมาก่อนอยู่เสมอ
หลังจากที่เรื่องยืมสเปิร์มเพื่อมีลูกถูกเปิดเผย เฟิงซ่านซิงแตกหักกับสองผู้อาวุโสของตระกูลฉี ความคิดถึงบ้านเกิดจึงอยู่นอกเหนือการควบคุมไปแล้ว ความหลงใหลที่มีต่อดาราศาสตร์ก็ถึงขั้นสุดขีด
ฉีเทียนเหอพูดด้วยนำเสียงสงบว่า “ในยุคสมัยของผม การทะลุมิติเวลาเป็นหัวข้อที่ได้รับความนิยมมาก ตามทฤษฎีแล้วเมื่อความเร็วเกินความเร็วแสง เวลาสามารถย้อนกลับได้ ดังนั้นจึงมีการวิจัยที่เกี่ยวข้องในหลากหลายสาขา”
“แม่ผมถูกผู้หญิงคนนั้นหลอกลวง ได้ยินว่ามีทีมวิจัยได้พัฒนาเครื่องย้อนเวลาที่สามารถทำให้คนทะลุมิติได้ ดังนั้นผมจึงอาศัยโอกาสที่พ่อผมไม่รู้เรื่อง เซ็นสัญญาทดลองโดยไม่ต้องมีความรับผิดชอบใดๆ”
เห็นได้ชัดว่าการทะลุมิตินั้นไม่ใช่เรื่องง่ายๆเลย ทุกอย่างล้วนเป็นเรื่องหลอกลวง
“เครื่องย้อนเวลา”ลอกเลียนแบบคุณภาพต่ำเกิดเรื่องขึ้น เฟิงซ่านซิงถูกไฟคลอกได้รับบาดเจ็บสาหัส นอนหายใจรวยรินอยู่ในห้องไอซียู
ฉีเทียนเหอที่อยู่นอกห้องซึ่งกั้นด้วยกระจกใส เป็นครั้งแรกที่เห็นแม่ที่สวยงามมีสภาพ”ขี้เหร่”ที่สุด ตกใจจนร้องไห้โฮ
……
ข้างเตียงคนไข้ ชายหนุ่มภูมิฐานหน้าตาหล่อเหลาสวมแว่นตาขอบทอง กุมมือของภรรยาเอาไว้เบาๆ
เฟิงซ่านซิงหันไปมองเขาอย่างยากลำบาก พยายามใช้แรงทั้งหมดที่มีแต่ก็เคลื่อนไหวได้เพียงองศาเล็กๆเท่านั้น
เธอพยายามฉีกยิ้มออกมาจากใบหน้าที่ถูกไฟคลอกจนได้รับบาดเจ็บ น้ำเสียงบางเบาดุจขนนก “คุณคะ ฉันโง่มากใช่ไหม ทั้งๆที่รู้ว่ามีปัญหา แต่ก็ยังจะไป”
ฉีโม่เสวี่ยไม่พูดจา เขารู้ดี ภรรยาไม่ได้เป็นคนโง่
ใช้ชีวิตอยู่ในโลกนี้มาสิบปีแล้ว เธอพยายามอย่างหนักที่จะเรียนรู้และทำตัวให้กลมกลืนกับที่นี่ ไม่ใช่สาวน้อยที่ไร้เดียงสาในตอนนั้นแล้ว
เธอก็แค่ป่วย เป็นโรคทางใจที่ไม่มียาใดๆบนโลกใบนี้สามารถรักษาให้หายได้ แม้ว่าเขาจะเป็นรุ่นหลังตระกูลฉีที่เชี่ยวชาญทางการแพทย์ พยายามอย่างสุดความสามารถก็ไม่สามารถรักษาโรคนี้ได้
“ฉันก็แค่อยากจะเดิมพันสักครั้ง ถ้าหาก......ถ้าหากว่า......เสียดายที่ฉันไม่ค่อยจะมีโชคสักเท่าไหร่ ครั้งนี้แพ้เดิมพันแล้ว”
เฟิงซ่านซิงถอนหายใจออกมาเบาๆจนแทบไม่ได้ยิน มองผู้ชายข้างกายที่เฝ้าตนเองมาหลายวันจนใบหน้าอิดโรย ด้วยสายตาอาลัยรัก