ตอนที่ 1123
ตอนที่ 1123 ฉีโม่เสวี่ยและเฟิงซ่านซิง
September 23, 2026
แน่นอนว่าครอบครัวของฉีเทียนเหอไม่มีบัลลังก์ให้สืบทอด แต่มีทรัพย์สินนับแสนล้านที่ต้องการคนมาดูแล
ปู่ย่ารู้สึกว่าเฟิงซ่านซิงไม่เคยร่ำเรียนมหาวิทยาลัย ไม่สามารถแก้สมการกำลังสองขั้นพื้นฐานที่สุดได้ด้วยซ้ำ เทียบกับคุณหนูเรียนเก่งคนอื่นไม่ได้เลย ดังนั้นจึงพยายามขัดขวางเรื่องนี้ทุกวิถีทาง
เขาพูดเสียงเศร้า “ครับ ไม่มีบัลลังก์ให้สืบทอด ทำไมถึงยอมรับแม่ผมไม่ได้ล่ะ...แต่แม่ผมก็เป็นคนที่หยิ่งในศักดิ์ศรีเช่นกัน ในเมื่อตระกูลฉีดูถูกดูแคลนทุกวิถีทาง แม่ผมก็ไม่เคยก้มหัวประจบคนพวกนี้เลย จึงเอ่ยเลิกกับพ่อผมอย่างเด็ดขาด”
พระเจ้าหลวงดูเหมือนจะฉุกนึกบางอย่างได้ แล้วถอนใจยาว “เฮ้อ ด้วยนิสัยของซ่านซิง นี่เป็นเรื่องที่นางสามารถทำได้จริงๆ”
หากปฏิเสธตำแหน่งฮองเฮาได้ แล้วจะยังสนใจตำแหน่งภรรยาของซีอีโอขี้ปะติ๋วด้วยหรือ
“แต่พ่อผมไม่ยอมแพ้ ไม่ว่ายังไงก็จะอยู่กับแม่ผม แถมยังหลอกแม่ให้จดทะเบียนสมรสด้วย”
เวลานั้นเฟิงซ่านซิงอยู่ในยุคปัจจุบันมานานกว่าหนึ่งปีแล้ว ไม่รู้แนวคิดทั่วไปหลายอย่าง จึงถูกชักชวนให้จดทะเบียนสมรสด้วยวิธีที่สับสน
แม้ว่าจะรู้สึกโมโห แต่นางก็ปลาบปลื้มใจเช่นกัน
เพราะนางพบว่าในยุคอนาคตนี้ ท่าทีของผู้คนต่อการแต่งงานและความสัมพันธ์แตกต่างจากความรู้ความเข้าใจที่นางได้รับมาตั้งแต่เด็กอย่างสิ้นเชิง
ทั้งชายหญิงมักจะเปลี่ยนคู่ตามใจชอบ ผู้คนจำนวนมากมีแค่ความรักแต่ไม่แต่งงานกัน บางคนแต่งงานแล้วไม่มีลูก และบางคนมีลูกแต่ไม่ได้แต่งงาน
เนื่องจากปัญหาการแบ่งทรัพย์สินในการหย่าร้าง รวมถึงกระแสทัศนคติทางสังคมที่เปลี่ยนไป ทำให้ผู้คนแสวงหาความรักที่แท้จริงได้ยากขึ้น ก่อให้เกิดความสัมพันธ์ทางอารมณ์ที่เหลวไหลเหล่านี้ ขณะที่หลายคนต่างมองว่าสมเหตุสมผลแล้ว
ในฐานะสตรีที่ถือกำเนิดในแคว้นต้าโจว เฟิงซ่านซิงเคยเป็นผู้หญิงแนวหน้าที่องอาจสุขุมในสมัยก่อน แต่ลึกๆ แล้วท่าทีของนางต่อการแต่งงานยังคงค่อนข้างดั้งเดิม
นางคิดว่าฉีโม่เสวี่ยก็เป็นหนึ่งในคนเหล่านั้น ดังนั้นจึงข่มกลั้นความเจ็บปวดถอนตัวออกจากความสัมพันธ์นี้อย่างเฉียบขาด
ไม่นึกว่าฉีโม่เสวี่ยก็เป็นผู้ชายที่ฟังเสียงเรียกของหัวใจแสวงหารักแท้อย่างลึกซึ้ง ยินดีสัญญาว่าจะแต่งงานกับนาง
เฟิงซ่านซิงจึงหวั่นไหว สุดท้ายก็ยอมรับความสัมพันธ์นี้ เลือกจะเผชิญหน้ากับพายุโลกภายนอกร่วมกับเขา
“พ่อผมก็เลยต่อต้านแรงกดดันโลกภายนอก จัดงานแต่งงานที่ยิ่งใหญ่แห่งศตวรรษให้กับแม่ผม ทำให้เกิดแรงสั่นสะเทือนมหาศาลในปีนั้น สองปีหลังจากที่พวกเขาแต่งงานกันผมก็ลืมตาดูโลก”
เล่าถึงตรงนี้ ฉีเทียนเหอก็หยุดครู่หนึ่ง แล้วมองไปยังจี้หินอุกกาบาตในมือของพระเจ้าหลวง
“คืนที่ผมเกิด มีฝนดาวตกที่หายากมาก แม่ผมรู้สึกว่านี่คือวาสนาของแม่กับสวรรค์ จึงตั้งชื่อผมว่าฉีเทียนเหอ”
คือดวงดาวที่ประดับอยู่บนฟากฟ้า จึงเป็นที่มาชื่อของเขา
“เพื่อเป็นการรำลึกถึงการพบกับแม่ พ่อผมใช้เงินจำนวนมากซื้อหินอุกกาบาตหายากที่มีคนพบหลังฝนดาวตกครั้งนี้ ก็เป็นจี้ที่อยู่ในมือคุณลุง”
นี่คือหินอุกกาบาตที่มีลักษณะเฉพาะเพียงหนึ่งเดียว ไม่เหมือนอุกกาบาตที่น่าเกลียดเม็ดอื่นๆ มันแดงราวกับเลือดนกพิราบ แวววาวยิ่งกว่าทับทิมที่สวยที่สุดเท่าที่เคยมีมา
ฉีโม่เสวี่ยทุ่มทุนประมูลหินอุกกาบาตเม็ดนี้มอบให้กับเฟิงซ่านซิง ขอบคุณโชคชะตาที่ส่งนางมาหาเขา
ถ้าเรื่องราวหยุดอยู่แค่นี้ เช่นนั้นทุกอย่างคงจะสวยงามราวกับเทพนิยาย
แต่เทพนิยายไม่ใช่เรื่องจริงเลย
“พ่อผมทะเลาะกับครอบครัวเรื่องแต่งงานกับแม่ผม จากนั้นก็ไม่เคยกลับไปที่บ้านเก่าเลย จนกระทั่งหลังจากที่ผมเกิด ปู่ย่าก็เริ่มมาหาผม”
เดิมทีฉีโม่เสวี่ยไม่เต็มใจ แต่เฟิงซ่านซิงตะล่อมให้เขาผ่อนคลายกับคนในครอบครัว