ตอนที่ 1122
ตอนที่ 1122 รักทะลุมิติข้ามกาลเวลา
September 23, 2026
ผ่านไปหลายปี พระเจ้าหลวงก็ได้รับข่าวเกี่ยวกับเฟิงซ่านซิงในห้วงแห่งกาลเวลาที่แปลกประหลาดนี้ เขารู้สึกตื่นเต้นเหลือแสนจนดึงฉีเทียนเหอมาถามคำถามตั้งมากมาย
หลังจากที่ฉีเทียนเหอสงบลง เขาก็ปัดฝุ่นบนเสื้อผ้าออก สีหน้าไร้กังวลก็กลายเป็นจริงจังทันที
“ทุกท่านในที่นี่ ขอผมแนะนำตัวเองอีกครั้ง”
“ผมชื่อฉีเทียนเหอ เป็นคนตระกูลฉีครอบครัวแพทย์นั้นใช่เลย แต่ไม่ใช่หลานชายของฉีไหวเซิง ผมมาจากปี 3223 ก็คือหนึ่งพันปีต่อมา ผมเป็นผู้สืบทอดรุ่นที่สามสิบแปดของตระกูลฉี”
กงจื่อโยวอ้าปากกว้างเท่าไข่ไก่ทันที เขาก็ตกใจทำหน้าเหมือนอิโมติคอนหมีหัวแพนด้า
“คุณ คุณ คุณ...คุณกำลังพูดอะไร! คุณมาจากโลกหลังจากนี้หนึ่งพันปีหรือ คุณเป็นลูกของป้าเฟิงไม่ใช่หรือ พวกคุณก็มีวิชาทะลุมิติข้ามกาลเวลาได้ด้วยหรือ”
ไม่ต้องพูดถึงความไม่อยากจะเชื่อของกงจื่อโยว แม้แต่อวิ๋นหลิงก็ยังตกตะลึง
การทะลุมิติข้ามกาลเวลาเป็นเรื่องที่แม้แต่ผู้มีพลังจิตแข็งแกร่งก็ยังทำได้ยาก แล้วฉีเทียนเหอทำสำเร็จได้ยังไง
ฉีเทียนเหออธิบายว่า “ผมนั่งยานอวกาศมาที่นี่ แต่ไม่คิดว่าจะเจอฝนดาวตก การรบกวนของสนามแม่เหล็กทำให้ยานอวกาศพัง ตอนที่ปีนหลบหนีออกจากยาน ก็มาปรากฏตัวที่นี่”
หลงเย่ฉุกนึกถึงข่าวล่าสุดได้ทันที เกี่ยวกับเหตุการณ์ ‘ยูเอฟโอ’ ตกในป่าเยี่ยนเจียวของเมืองหลวงเมื่อไม่นานมานี้ที่วิพากษ์วิจารณ์กันไปต่างๆ นานา
“ที่แท้ยานอวกาศในข่าวเกี่ยวข้องกับคุณนี่เอง…”
หลิวฉิงเดาะลิ้น “เทคโนโลยีในอีกหนึ่งพันปีก้าวหน้าไปมากขนาดนี้เลยหรือ ทำให้ผู้คนทะลุมิติข้ามกาลเวลาได้ตามต้องการใช่หรือไม่”
หมายความว่าทุกคนมีความสามารถพิเศษเหมือนกับท่านพ่อหวู๋ซินหรือเปล่า
ฉีเทียนเหอเบ้ปาก แล้วพูดอย่างกลุ้มใจ “ไม่แน่หรอก ไม่งั้นตอนนี้ผมควรจะอยู่ในเมืองจินหยางของซีโจว ไม่ใช่ที่นี่! ที่รอดมาได้เพราะดวงแข็งล้วนๆ”
ส่วนกู้ฉางเซินจับประเด็นสำคัญจากข้อมูลที่กระจัดกระจาย “ที่คุณพูดเมื่อครู่นี้จะสื่อว่าคุณมาจากอนาคตหนึ่งพันปี และป้าเฟิงอาศัยอยู่ในโลกอีกหนึ่งพันปีข้างหน้า ได้คลอดคุณให้กับตระกูลฉีใช่หรือไม่”
พระเจ้าหลวงยืนเฉยๆ อยู่ด้านข้าง CPU ในสมองหยุดหมุนไปแล้ว ข้อมูลที่สับสนมากเกินไปทำให้ระบบความคิดของเขาเกิดความปั่นป่วน
ฉีเทียนเหอกวาดตามองพวกเขาแวบหนึ่ง แล้วถอนหายใจ “นั่งลงแล้วค่อยๆ พูดกันเถอะ”
เขารู้ว่าในใจทุกคนมีความสงสัยนับไม่ถ้วน เขาเองก็เช่นกัน แต่ก่อนจะหาคำตอบ เขาเลือกที่จะอธิบายก่อน
“แม่ผมชื่อเฟิงซ่านซิง คนที่รู้จักแม่จะบอกว่าแม่เป็นหญิงสาวที่ไม่เข้ากับคนรอบข้าง พอผมโตขึ้นก็ได้เห็นสมุดบันทึกที่แม่ทิ้งไว้ จึงรู้ว่าแม่ทะลุมิติมาจากสมัยโบราณอันห่างไกลมาก”
“ปีนั้นตอนที่พ่อผมเรียนจบปริญญาโท ได้ยินว่าในช่วงปิดเทอมฤดูร้อนจะมีฝนดาวตกครั้งใหญ่ที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียวในรอบหนึ่งพันปี จึงชวนเพื่อนๆ ไปตั้งแคมป์ชมดาวบนภูเขา ตอนนั้นเขาก็ได้พบกับแม่ผม...”
ในปีนั้นเฟิงซ่านซิงอายุสิบแปดปี เพิ่งเดินออกจากกรงในเมืองหลวงอย่างอิสระราวกับนกที่ไร้กังวล
นางอยากรู้อยากเห็นเกี่ยวกับโลกภายนอกมาตั้งแต่เด็ก ชอบอ่านบันทึกการเดินทางเกี่ยวกับภูเขาแม่น้ำ โหยหาความรักแนวกำลังภายในของหนุ่มสาวในยุทธภพอย่างในหนังสือนวนิยาย
เฟิงซ่านซิงได้รับการศึกษาจากตระกูลขุนนางด้วยความรัก แตกฉานทั้งพิณ หมากล้อม พู่กัน และวาดภาพสารพัดอย่างนอกจากนี้ยังเชี่ยวชาญทั้งขี่ม้าและวิทยายุทธ์อีกด้วย
หลังจากปฏิเสธความคาดหวังของพระเจ้าหลวง นางก็สะพายกระบี่ใช้ชีวิตด้วยการอาศัยบุญคุณความแค้นท่องไปทั่วแดน
วันเวลาสองปีผ่านไปทีละน้อย นางได้เห็นภูเขาแม่น้ำของแคว้นต้าโจวทั้งหมด เริ่มอยากเห็นทิวทัศน์ที่แตกต่างออกไป ดังนั้นนางจึงเริ่มต้นการเดินทางที่ห่างไกลมากขึ้น