ตอนที่ 811
ตอนที่ 811 เจ็ดอีแปะหนังสือพิมพ์สองฉบับ
September 23, 2026
สองพี่น้องคุยกันหนึ่งชั่วยามกว่า หลงเย่ก็ออกจากวังไปทำธุระอื่นต่อ
อวิ๋นหลิงดูแผนงานโรงพิมพ์อย่างจริงจังอยู่หลายรอบ ในใจเต็มไปด้วยความรอคอยและแรงขับเคลื่อน
แผนงานโรงพิมพ์ทำได้ละเอียดมาก การกำหนดเนื้อหาของหนังสือพิมพ์ประชาชนในช่วงแรก หลักๆแล้วจะเขียนไปทางเรื่องซุบซิบแปลกประหลาดเพื่อความบันเทิงเป็นหลัก
เน้นประกาศให้ประชาชนได้รับรู้ถึงข่าวในสังคม นอกจากข่าวในเมืองหลวงแล้ว ยังรวบรวมเรื่องเล่าเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยจากต่างพื้นที่ แคว้นต่างๆ รวมไปถึงดินแดนตะวันตกและอีกฝั่งของมหาสมุทร
ขณะเดียวกันก็ช่วยในการเผยแพร่ความรู้ด้านความปลอดภัย การเผยแพร่ความรู้ทั่วไปทางวิทยาศาสตร์ รวมไปถึงแนวทางการคิดเชิงบวก
ยังกำหนดให้มีหมวดโต้ตอบกับประชาชน ล้วนเป็นส่วนที่ใช้งานได้จริงและมีประสิทธิภาพค่อนข้างสูง ตัวอย่างเช่นการประกาศหาบุคคลหรือทรัพย์สินที่สูญหาย รวมไปถึงการโฆษณาประกาศให้เช่าร้านค้า ช่วยในการเผยแพร่ข่าวการรับสมัครต่างๆในพื้นที่เป็นต้น
นอกจากนี้ยังมีการให้ประชาชนส่งเนื้อหาตามที่กำหนดสำหรับตีพิมพ์ ถ้าหากถูกคัดเลือกและนำมาเรียบเรียงใหม่เพื่อตีพิมพ์ ก็จะได้รับค่าตอบแทน
หลังจากที่เซียวปี้เฉิงเลิกประชุมราชสำนักแล้ว ได้อ่านแผนงานอย่างละเอียด ก็ชมไม่หยุดปาก
“เป็นแผนงานที่ยอดเยี่ยมมาก รออีกไม่กี่วันข้าจะประกาศข่าวเรื่องการก่อตั้งหนังสือพิมพ์แห่งเมืองหลวงให้ราชสำนักรับทราบ ส่วนทางด้านพวกเศรษฐีหนุ่มสามารถเริ่มดำเนินการได้เลย
เนื่องจากเป็นเรื่องสำคัญ แน่นอนว่าต้องมีการประกาศก่อตั้งหนังสือพิมพ์เมืองหลวงก่อน ส่วนหนังสือพิมพ์ประชาชนจะขายอย่างเป็นทางการในอีกครึ่งเดือนให้หลังจะดีที่สุด
อวิ๋นหลิงยิ้มพลางถามว่า “คณะทำงานของหนังสือพิมพ์เมืองหลวงคัดเลือกเรียบร้อยแล้วหรือ”
เซียวปี้เฉิงพยักหน้า เอ่ยอย่างจริงจังว่า “เจ้าพวกที่อยู่ในราชสำนักไม่ใช่คนโง่ สิ่งที่สามารถเค้นคอให้พูดความจริงได้ ถ้าหากพวกเราต้องการควบคุมทั้งหมดไว้ในมือ ต้องทำให้พวกเขาโจมตีและกล่าวหาแน่ ด้วยเหตุนี้อย่างไรซะก็ให้หกกรมเข้ามามีส่วนร่วมจะดีกว่า”
“หลังจากนี้ทั้งหกกรมจะมีนักเขียนกรมละหนึ่งคน รับผิดชอบการเขียนข่าวของหกกรม สำนักศึกษาฮั่นหลินรับผิดชอบในการตรวจสอบและพิสูจน์อักษร หลังจากที่ยืนยันต้นฉบับหนังสือพิมพ์เมืองหลวงแล้ว ต้องมอบให้ข้ากับเสด็จพ่อดูผ่านตาก่อนจึงจะได้”
“ส่วนหัวหน้านักเขียน ข้าคิดจะให้พี่ใหญ่มาทำหน้าที่ในตำแหน่งนี้ ต้นฉบับของข่าวทั้งหมดต้องผ่านการปรับปรุงแก้ไขและยืนยันจากตัวเขาเอง ทางด้านสำนักศึกษาฮั่นหลินก็ยอมรับในตัวเขาตลอดมา”
เมื่อก่อนรุ่ยอ๋องมีนิสัยอบอุ่นไร้เดียงสาอยู่บ้าง แต่เขาเขียนบทความได้ดีมาก โดยเฉพาะความถนัดในการเขียนหนังสือราชการที่มีโวหารสวยงาม
แตกต่างกับนิสัยส่วนตัวโดยสิ้นเชิง เขาเชี่ยวชาญในด้านการดัดแปลงข้อความ ไม่ว่าจะเป็นฎีกาที่เคร่งครัดจริงจัง หรือว่าบทความธรรมดาเข้าใจง่าย ล้วนสามารถทำได้พอเหมาะพอดี
ให้รุ่ยอ๋องรับผิดชอบหน้าที่หัวหน้านักเขียน ไม่เพียงแต่จะสามารถรักษาความเข้มงวดและจริงจังของหนังสือพิมพ์เมืองหลวงเอาไว้ได้ ยังสามารถทำให้ประชาชนเข้าใจในสิ่งที่ราชสำนักต้องการจะสื่อได้ง่ายขึ้น
ไม่เหมือนอวิ๋นหลิง นางไม่เข้าใจภาษาโบราณภาษาราชสำนักเลยแม้แต่น้อย เขียนฎีกาล้วนใช้แต่ภาษาชาวบ้าน ช่วงแรกที่เข้าร่วมประชุมราชสำนักมีขุนนางไม่น้อยเอาเรื่องนี้มาหัวเราะเยาะนาง
ก่อนหน้านี้ยังมีขุนนางไม่น้อยจงใจทำให้นางลำบากใจ เขียนฎีกาที่ส่งให้นางด้วยข้อความที่ลึกซึ้งเข้าใจยาก ถ้าไม่ให้เซียวปี้เฉิงแปลให้ฟัง ก็อ่านไม่ออกเลยว่าอีกฝ่ายต้องการสื่อถึงอะไรกันแน่
แต่อวิ๋นหลิงก็ไม่ใช่คนที่จะหาเรื่องได้ง่ายๆ เมื่อสังเกตเห็นแผนการของเหล่าขุนนาง วันถัดมาหลังจากเลิกประชุมราชสำนักก็ให้พวกเขาเหล่านั้นอยู่ต่อ คุยกันซึ่งๆหน้า
จากนั้นในเวลาก่อนอาหารกลางวันเพียงสิบหน้านาที ก็ปล่อยเหล่าขุนนางที่เรียกตัวให้”อยู่ต่อ”กลับไป หลังจากที่กลับไปถึงจวน ก็หัวจนไส้กิ่วกันหมดแล้ว
หลังจากที่ทำเช่นนี้อยู่หลายครั้ง ก็ไม่มีใครกล้าหาเรื่องที่ทำให้ไม่มีความสุขอีก
อวิ๋นหลิงพูดด้วยรอยยิ้ม “ตำแหน่งหัวหน้านักเขียนนี้ มอบให้คนอื่นข้าอาจจะไม่วางใจ แต่ถ้ามอบให้รุ่ยอ๋องถือว่าเลือกถูกคนแล้ว”
ในขณะที่นักเขียนของทั้งหกกรมเขียนข่าวนั้น ย่อมต้องหาทุกวิถีทางในการแฝงผลประโยชน์ส่วนตัว
ในขณะที่รุ่ยอ๋องเป็นคนที่ใส่ใจในกฎระเบียบและเคร่งครัดมาก บวกกับนิสัยดื้อดึงและจริงใจของเขา ย่อมต้องไม่ให้คนกลุ่มนั้นฉวยโอกาสได้แน่ คงจะมุ่งมั่นทำอย่างเป็นกลางและเข้มงวด
ถ้าหากหกกรมอยากจะเล่นคำอะไรทำนองนั้น เมื่อเจอเขาละก็ต้องมีอุปสรรคแล้ว