ตอนที่ 812
ตอนที่ 812 เพลงเก่ายอดนิยม
September 23, 2026
ตอนที่เอ่ยถึงเรื่องการก่อตั้งหนังสือพิมพ์เมืองหลวง เซียวปี้เฉิงก็ประกาศเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการเปิดโรงเรียนอนุบาลหลวงด้วย
เรื่องโรงเรียนอนุบาล อวิ๋นหลิงได้มอบหมายให้ซวงหลีและเฉียวเย่รับผิดชอบดำเนินการแทนนางตั้งแต่แรกแล้ว หลายเดือนมานี้ก็มีความคืบหน้ามาตลอด
การก่อตั้งโรงเรียนอนุบาลหลวงเป็นไปอย่างราบรื่นมาก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของสถานที่หรืออาจารย์ แทบจะถูกกำหนดไว้หมดแล้ว
เพราะโรงเรียนอนุบาลหลวงมีไว้รองรับลูกหลานของขุนนางที่มีอายุตั้งแต่สามขวบจนถึงเจ็ดขวบเท่านั้น ใช้พื้นที่ไม่ใหญ่มาก การเตรียมการจึงรวดเร็วมาก
ไม่เหมือนกับสำนักศึกษาชิงอี้ที่เป็นผลงานยิ่งใหญ่ ครั้งนี้เหล่าขุนนางทั้งหลายมีความกระตือรือร้นต่อการก่อตั้งโรงเรียนอนุบาลหลวงเป็นอย่างยิ่ง ไม่มีเสียงคัดค้านเลยแม้แต่เสียงเดียว
“สร้างโรงเรียนเป็นเรื่องดี พระชายารัชทายาทพูดได้ถูกต้อง การศึกษาต้องเริ่มตั้งแต่เด็ก”
“ถูกต้อง องค์รัชทายาทและพระชายารัชทายาทต่างก็ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มาก ตอนนี้สำนักศึกษาชิงอี้เจริญรุ่งเรืองขึ้นทุกวัน กระหม่อมเชื่อว่าการสร้างโรงเรียนอนุบาลก็คงจะทำได้ดีไม่แพ้กัน”
“เริ่มรับสมัครช่วงต้นเดือนแปด ดีมากดีมาก ในบ้านกระหม่อมก็มีเด็กอายุสามขวบอยู่หลายคน เป็นช่วงอายุที่ควรเริ่มเรียนรู้พอดี”
เซียวปี้เฉิงฟังเสียงชื่นชมจากเหล่าขุนนางใหญ่ที่อยู่รอบข้าง กระตุกมุมปากขึ้นด้วยรอยยิ้มเยาะ
มีแต่ผีเท่านั้นที่จะเชื่อคำพูดของตาแก่พวกนี้
ถ้าหากเสนอว่าให้ลูกหลานของขุนนางเล่าเรียนไปพร้อมกับลูกหลานของชาวบ้านทั่วไป เกรงว่าคงจะโกรธจนควันออกหูไปนานแล้ว
เขารู้อยู่แก่ใจ ตาแก่พวกนี้ไม่ได้สนใจความสามารถในการสอนของโรงเรียนอนุบาล แต่เล็งเห็นถึงโอกาสที่จะได้ผูกสัมพันธ์และทำความรู้จักกับตระกูลขุนนางอื่นๆ
แต่ไม่เป็นไร อวิ๋นหลิงจัดการได้
ภายใต้การล้างสมอง......ไม่ ภายใต้การขับเคลื่อนด้วยหลักคำสอนบางอย่างที่มีลักษณะพิเศษ ในอนาคตเด็กเล็กเหล่านี้จะได้รับการปกป้องดูแลอย่างดีที่สุด เพื่อหลีกเลี่ยงการเติบโตไปเป็นต้นกล้าที่คดงอ
ยังมีขุนนางที่ทั้งคาดหวังและเป็นกังวลเอ่ยถามขึ้นมาว่า “องค์รัชทายาท......ลูกชายของกระหม่อมปีนี้เพิ่งจะครบเจ็ดขวบ ไม่ทราบว่ายังสามารถเข้าเรียนในโรงเรียนอนุบาลได้หรือไม่”
เซียวปี้เฉิงให้คำตอบด้วยน้ำเสียงเย็นชาไร้เยื่อใยว่า “เจ็ดขวบเป็นอายุที่ต้องจบการศึกษาจากอนุบาลสามแล้ว ย่อมไม่สามารถเข้าเรียนได้อีก”
ขุนนางคนนั้นได้ยินก็รู้สึกเสียใจมาก แอบถอนหายใจด้วยความเสียดายอยู่หลายครั้ง ในจวนของเขาไม่มีเด็กที่อายุเข้าเกณฑ์เลย ต้องเสียโอกาสที่จะพัฒนาเส้นสายไปแล้ว
ขณะนี้เอง เซียวปี้เฉิงก็พูดขึ้นอย่างอ้อมๆด้วยน้ำเสียงที่ไม่รีบร้อนและไม่ช้าจนเกินไป “แต่ว่า ข้ากับหลิงเอ๋อร์ยังมีแผนการต่อเนื่อง ตั้งใจไว้ว่าจะสร้างสำนักศึกษา สำหรับเด็กอายุเจ็ดขวบถึงสิบหกปี จะจัดให้มีการศึกษาโดยสมัครใจเช่นเดียวกัน”
แบ่งเป็นชั้นประถมหกปีและมัธยมสามปี ทั้งหมดนี้ล้วนอยู่ในขอบเขตของการศึกษาภาคบังคับ
เมื่อจบการศึกษาแล้วก็จะพึ่งระบบการสอบขุนนาง ตัดสินใจได้ด้วยตนเองว่าจะแต่งงานหรือทำงาน หรือว่าจะศึกษาต่อในสำนักศึกษาชิงอี้ที่เป็นสำนักศึกษาขั้นสูง
ตัวเลือกแรกนั้นเป็นการขยายความรู้ของประชาชน ให้หลักประกันพื้นฐานด้านการศึกษาแก่ประชาชนในแคว้นต้าโจว ตัวเลือกที่สองเป็นการสร้างโอกาสให้ประชาชนทั่วไปได้ก้าวเข้าสู่วิถีทางแห่งการเป็นขุนนาง
ขอเพียงเป็นเด็กที่มีอายุตามเกณฑ์ ล้วนสามารถเข้าเรียนในสำนักศึกษาอย่างไร้เงื่อนไข
และส่วนนี้เป็นส่วนที่ทำได้ยากมากที่สุด เพราะมีเด็กในช่วงอายุนี้มากที่สุด เกินกว่าที่สำนักศึกษาหนึ่งจะรองรับได้ ยังต้องใช้เวลาในการเตรียมการประมาณสามถึงห้าปี รวมไปถึงเงินสะสมในท้องพระคลังด้วย
มีขุนนางไม่น้อยรู้สึกหวั่นไหวขึ้นมา เอ่ยด้วยสายตาเป็นประกายว่า “สมแล้วที่เป็นองค์รัชทายาท ถ้าหากทำสำเร็จ นี่ต้องเป็นการก่อตั้งที่จะได้รับการจารึกเป็นประวัติศาสตร์ให้จดจำไปตลอดกาลแน่ๆ”
“ถูกต้อง เรื่องใหญ่เช่นนี้นำขึ้นมาเป็นวาระการประชุมของเข้านี้เลย ไม่ทราบว่าองค์รัชทายาทและพระชายารัชทายาทจะเริ่มดำเนินการเมื่อไหร่”
มองดูใบหน้าของแต่ละคนที่เต็มไปด้วยความคาดหวังและความปรารถนา เซียวปี้เฉิงได้แต่หัวเราะเยาะอยู่ในใจ