ตอนที่ 824
ตอนที่ 824 โดนยิงหัวเข่า
September 23, 2026
แสงจันทราประดับท้องนภา สายลมพัดผ่านมาพร้อมกับเสียงจักจั่น
ภายในโรงยาโหยวเจียน เฟิงอู๋จีเปลี่ยนอาภรณ์เสร็จสรรพ ก็เดินเก้อเขินออกจากฉากกั้นลม
“แค่ก...รัชทายาท ลูกศิษย์เปลี่ยนเสื้อเสร็จแล้ว”
เซียวปี้เฉิงเงยหน้ามอง เกือบจะกลั้นหัวเราะไม่ไหว
เมื่อเห็นเฟิงอู๋จีใส่เสื้อสตรีวัยกลางคนผ้าหยาบ ปักผมด้วยปิ่นปักผมหลวมๆ ยืนเก้งก้างแล้วมองเขา
“ปลอมตัวได้เหมือนมาก”
เซียวปี้เฉิงโยนถุงใส่เลือดสองอันให้เฟิงอู๋จี แล้วชี้ไปยังหน้าอกทั้งสองข้าง
“อันนี้เป็นถุงเลือด เจ้ายัดใส่หน้าอก เดี๋ยวถ้ามีผู้ร้ายมาลอบสังหาร เจ้าก็ทิ่มให้เลือดไหล สร้างฉากแสร้งตาย”
เฟิงอู๋จียัดใส่เสื้ออย่างเชื่อฟัง หางตาอดมองตัวเองในกระจกคันฉ่องไม่ได้ เสื้อนูนขึ้น หากมองประเมินด้วยสายตาน่าจะใหญ่กว่าของเมิ่งชูสองเท่า
หลังเตรียมทุกอย่างเรียบร้อย เขาก็นอนบนเปลหามผู้ป่วย ปล่อยให้ทหารใช้ผ้าห่มตัวบางคลุมตัว
เมื่อเฟิงอู๋จีมองอะไรไม่เห็นก็เริ่มกลัว
“รัชทายาท กระหม่อมใส่เพียงเสื้อเกาะ ควรสวมหมวกกันภัยด้วยหรือไม่?”
เดิมทีคิดว่ารัชทายาทจะรับประกันว่าเขาจะไม่เป็นอะไรแน่นอน ต้องเตรียมการอย่างรัดกุมแน่ ไหนเลยจะคิดว่าจะให้แค่เกราะไหมทองสีซีด...ดูแล้วเป็นของเก่าที่เก็บอยู่ในหีบมาหลายปี
หากมือสังหารมา คงต้องใช้อาวุธลับไม่ก็ธนูแน่นอน แล้วศีรษะของเขาไร้การปกป้อง จะไม่ให้กังวลใจได้อย่างไร
ใช่ว่าเขาจะเป็นคนขี้ขลาด แต่เขาเพิ่งสารภาพรักกับหญิงในดวงใจ ไม่อยากซวย ต้องอำลาจากโลกในวัยหนุ่ม
ทว่ากลับได้ยินเซียวปี้เฉิงพูดอย่างมีแผนในใจว่า
“วางใจเถอะ ข้าอยู่ทั้งคน เจ้าไม่ตายหรอก เสื้อเกราะไหมทองอันนี้เป็นของล้ำค่าที่ข้าเก็บไว้อย่างดี ตัวนี้ช่วยให้ข้ารอดชีวิตในสนามรบมาหลายครั้งแล้ว หวงแหนมาก ปกติไม่ค่อยเอาออกมาใส่หรอก ครั้งนี้เอาให้เจ้าโดยเฉพาะ เจ้าควรรู้จักพอแล้ว”
เฟิงอู๋จี “...”
ดังคาด เป็นของล้ำค่าที่เก็บไว้แต่ในหีบ มิน่าล่ะสีถึงซีด
โชคดีเขากลัวเมิ่งชูเป็นห่วง ไม่ได้บอกเรื่องนี้กับนาง ทว่าในเมื่อรัชทายาทพูดเยี่ยงนี้แล้ว คงไม่มีปัญหาใหญ่อะไร
เฟิงอู๋จีสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ แสร้งปลอมตัวเป็นสตรีบาดเจ็บอย่างอดทน ไม่นานทหารก็ยกเปลหามขึ้น ยกเขาออกจากโรงหมอ
บนท้องถนนยาวในคืนเงียบงัน เยี่ยเจ๋อเฟิงควบอาชาแกร่งนำทาง ด้านหลังมีทหารล้อมรอบเปลหามผู้ป่วย
เซียวปี้เฉิงซ่อนตัวอยู่ในรถม้าด้านหลัง โดยมีระยะห่างสิบกว่าเมตร เขากำลังหลับตาทำสมาธิ ใช้พลังจิตสำรวจบริเวณรอบ ๆ ทุกอย่างอยู่ในการควบคุมของเขา
พลังจิตของเขาแข็งแกร่งขึ้นเยอะ สองปีมานี้ว่างๆก็จะแอบฟังความลับผู้อื่น การตรวจสอบด้วยเรดาร์ของพลังจิตฝึกจนช่ำชอง
ไม่พลาดกระทั่งการเคลื่อนไหวของหนู
ไม่นาน ผ่านไปไม่ถึงสองถ้วยน้ำชา ด้านข้างตรอกเปลี่ยวก็สัมผัสถึงลมหายใจของคนสี่ถึงห้าคนบนหลังคารอบๆ
น่าจะเป็นมือสังหารที่ดักซุ่มอยู่
ไม่นานด้านหน้าก็เกิดเสียงม้าตื่นตระหนก
“มีมือสังหาร คุ้มกันให้ดี”
เยี่ยเจ๋อเฟิงหน้าเปลี่ยนสี ตะคอกเสียงดุ ชักกระบี่เตรียมต่อสู้
ลูกธนูแหวกกลางอากาศ พุ่งมาโจมตีเปลหาม ถึงแม้ทหารด้านข้างจะใส่เสื้อเกราะ ทว่าไม่มีโล่ จึงรับมืออย่างลนลาน
“ทหารด้านซ้ายดึงธนูยิงกลับ ทหารแถวขวาปกป้องนักโทษ”
ท่ามกลางเสียงปะทะของดาบและธนู เฟิงอู๋จีนอนไม่ขยับกายบนเปลหามผู้ป่วย รู้สึกว่ามีลูกธนูพุ่งเข้าใส่หลายดอก
ถึงแม้บนตัวจะใส่เกราะไหมทอง ทว่าแรงจู่โจมนี้ทำให้เขาเสียวสันหลัง เจ็บตรงหน้าอก