ตอนที่ 2
เมียที่ไม่ต้องการ (2)
September 18, 2026
หลังจากวันนั้นตัวภูภัทรเองจึงไม่มีทางเลือกเพราะตำแหน่งที่บริษัทก็สำคัญแถมพ่อเขายังขู่อีกว่าหากเขาไม่แต่งคนที่จะเดือดร้อนจะเป็นผู้หญิงที่เขารักแทน
‘ฉันเกลียดเธอ ต่อให้ตายเธอก็จะไม่มีวันได้ความรักจากฉัน’
คำนั้นมันยังคอยย้ำเตือนจิตใจของเฌอเอมอยู่ตลอดเวลาแต่เพราะเธอรักเขาจนหมดหัวใจจึงยอมทนอยู่เพราะเธอไม่มีที่พึ่งที่ไหนเลยพ่อแม่ ปู่ย่า ตายาย ก็ตายจากไปหมดแล้วเหลือเธอให้สู้อยู่บนโลกใบนี้เพียงลำพัง
คนที่เธอรักเหมือนกับครอบครัวตอนนี้ก็เหลือเพียงแค่ลุงภูผาและ ป้าโสภีซึ่งตอนนี้กลับกลายมาเป็นพ่อแม่สามีของเธอแล้ว
หล่อนรู้ดีว่าถึงแม้จะได้ครอบครองร่างกายและทะเบียนสมรสแต่หัวใจเธอไม่มีวันได้ครอบครองเพราะนับจากวันที่แต่งงานกันเขาก็กลายเป็นคนเย็นชาทำตัวห่างเหินไม่เห็นเธออยู่ในสายตาด้วยซ้ำนอกจากเรื่องบนเตียง
เกือบหนึ่งปีที่ผ่านมาเขาเอ่ยปากขอหย่ากับเธอเป็นร้อยรอบได้แล้วจนตอนนี้เธอกลายเป็นภรรยาที่รอหย่าจากเขา หากถามว่าอะไรคือสิ่งที่ทำให้ทนได้ขนาดนี้ ถ้าบอกว่า ‘รัก’ มันจะเป็นคำตอบได้หรือเปล่า
วันที่เธอเสียทุกคนในครอบครัวไปหน้าโลงศพมีเพียงแค่เด็กน้อยวัยสิบขวบนั่งสะอื้นไห้ไม่มีแม้แต่ญาติที่ไหน
แต่แล้วก็มีมือจากเด็กชายคนหนึ่งยื่นมาให้เธอจับและปลอบใจเหมือนเป็นที่พึ่งเมื่อยามที่ไม่มีใคร เด็กคนนั้นก็คือสามีของเฌอเอมในวันนี้
“คุณพ่อกับคุณแม่หายไปไหนคะป้าไหม”
หลังจากอาบน้ำเรียบร้อยแล้วเฌอเอมก็แต่งตัวลงมาเพื่อรับประทานอาหารเช้าก่อนไปทำงาน แต่ว่าวันนี้โต๊ะอาหารกลับว่างเปล่าไม่เห็นภูผากับโสภีเหมือนเช่นทุกวัน
“คุณท่านไปทำบุญแล้วก็จำศีลที่จังหวัดอยุธยาค่ะ เมื่อวานท่านก็บอกคุณเฌอเอมไว้นะคะ ป้าได้ยิน” ป้าไหมบอกอีกครั้ง
“อืม จริงด้วย เอมลืมสนิทเลยค่ะ ช่วงนี้เครียดเรื่องงานนิดหน่อย”
เธอยิ้มบาง ๆ ก่อนจะทรุดตัวนั่งลงบนเก้าอี้ที่มีเธอกินข้าวเช้าคนเดียวเพียงลำพัง
ข้าวต้มกุ้งถูกตักกินไปยังไม่ถึงครึ่งถ้วยเสียด้วยซ้ำร่างสูงก็เดินลงมาจากเดินบนด้วยชุดสูทสีน้ำเงิน เฌอเอมชำเลืองมองเขาเล็กน้อยแล้วหันกลับมาก้มหน้ากินข้าวต่อโดยที่ต่างคนต่างไม่พูดอะไร
ภายในใจของหญิงสาวรู้สึกน้อยใจอยู่บ้างเพราะนับตั้งแต่แต่งงานกันเธอมีหน้าที่ดูแลเขารวมถึงการจัดเตรียมชุดไปทำงานให้ด้วยแต่เขาก็ไม่เคยหยิบมันมาใส่เลยสักครั้งแล้วเปลี่ยนไปใส่เสื้อผ้าตัวอื่นแทน
“ช่วยบอกหัวหน้าเธอส่งแผนการตลาดมาด้วยล่ะ เหลือแค่ทีมเธอที่ยังไม่ได้ส่ง” ความเงียบถูกทำลายลงด้วยคำถามเกี่ยวกับงานเหมือนเดิม
“ค่ะ เอมจะบอกพี่ตรีให้”
เธอตอบรับสิ่งที่เขาถาม อย่างน้อยวันนี้เขาก็คุยกับเธอหนึ่งประโยคแล้วหลังจากหลายวันที่ผ่านมาเขาแทบไม่เอ่ยปากคุยอะไรกับเธอเลย ไม่รู้ว่าเกลียดเธอมากหรือว่ากลัวดอกพิกุลทองจะร่วงกันแน่
“เรื่องของเราที่ทำงานไม่มีใครรู้ใช่ไหม” เขาเอ่ยถามอีกครั้งพร้อมกับวางช้อนลงแล้วยกน้ำขึ้นดื่ม
“ไม่ค่ะ ก็พี่ภูไม่อยากให้ใครรู้ไม่ใช่เหรอคะ” เธอเม้มปากเข้าหากันแล้วเขี่ยข้าวต้มในถ้วยไปมาเพราะรู้สึกว่ากลืนไม่ลง
แม้จะแต่งงานกันมาเป็นปีแล้วแต่คนรอบข้างไม่มีใครรู้เสียด้วยซ้ำว่าเธอเป็นเมียของเขา ก็อย่างว่าเมียที่ไม่ต้องการใครเขาอยากจะเปิดเผยให้คนอื่นรู้กันล่ะ
“ก็ดี อย่าให้ใครรู้เพราะตอนที่เราหย่ากันจะได้ไม่มีปัญหาเวลาที่เธอแต่งงานใหม่” เป็นอีกครั้งที่เขาพูดเรื่องหย่าขึ้นมาโดยที่ไม่รู้สึกอะไรเลย