ตอนที่ 109
บทที่ 109 หวางหนันหนันที่เป็นโรคประสาท
October 28, 2026
บทที่ 109 หวางหนันหนันที่เป็นโรคประสาท
หนึ่งสัปดาห์ถัดมา
สำหรับเฉินตงแล้ว มันช่างสงบเหลือเกิน
คลื่นเดียวที่มี ก็คือสิ่งที่เขาคาดการณ์ไว้นานแล้ว
ร้านวัสดุก่อสร้างทั้งหมดได้ร่วมมือกันคว่ำบาตรไท่ติ่ง
ครั้งที่แล้วโจวเย่นชิวที่เป็นคนออกหน้า ช่วยไท่ติ่งผ่านอุปสรรคไปได้ แต่ครั้งนี้ก็ยังเป็นโจวเย่นชิวที่เป็นผู้นำในการทำเรื่องนี้
ในเวลาสั้นๆ เฉินตงไม่เคยมาก่อนเลยผู้ขายวัสดุจะยินยอมพร้อมใจคว่ำบาตรพร้อมกัน
โชคดีที่ยังมีบริษัทวัสดุก่อสร้างยิงลี่ที่ขายวัสดุให้ไท่ติ่ง ทำให้โครงการย่านสลัมที่ภาคตะวันตกของเมือง ไม่ถึงกับต้องหยุดการก่อสร้าง
ในเวลาเดียวกันโครงการสามแห่งที่จะเปิดให้จองล่วงหน้านั้น เฉินตงก็ยังไม่คิดที่จะระงับโครงการนี้
ตอนนี้สิ่งที่เขาต้องการคือเงินทุน เพื่อใช้มันมาสร้างโครงการที่ใหญ่กว่า
อีกอย่าง ในเมื่อเฉินเทียนเซิงประกาศสงครามแล้ว แผนแรกก็ใช้มีดอย่างโจวเย่นชิวมาจี้คอเขา
หากเป็นแบบนี้ต่อไป โครงย่านสลัมที่ภาคตะวันตกของเมืองก็ต้องใช้ระยะเวลาก่อนสร้างที่เพิ่มมากขึ้น ในระหว่างนี้ใครจะไปรู้ว่าเฉินเทียนเซิงนั้นจะมาไม้ไหนอีก?
อีกฝั่งหนึ่ง ที่โรงพยาบาลลี่จิง
ในห้องผู้ป่วย บรรยากาศตึงเครียด
หวางหนันหนันยังไม่ตาย สามารถรอดชีวิตมาได้ และก็ได้ตื่นนานแล้ว หน้าผากยังพันด้วยผ้าพันแผล แต่ว่าสติยังไม่ค่อยสมบูรณ์มากนัก
นอนอยู่บนเตียงผู้ป่วย ทั้งวันเอาแต่จ้องเพดานห้อง น้ำตาไหลเป็นระยะแล้วบ่นพึมพำ “สกปรก....... สกปรก.........”
ภาพนี้ ทำให้คนที่เฝ้าไข้อย่างหวางเต๋อเหมือนโดนมีดกรีดที่ใจ
ตั้งแต่วันนั้นที่หวางหนันหนันฆ่าตัวตาย ในที่สุดทั้งครอบครัวก็ได้สงบลงมาแล้ว
ในฐานะที่เป็นพ่อ หวางเต๋อไม่กล้าที่จะคิดเลย วันนั้นหวางหนันหนันนั้นรู้สึกแย่ขนาดไหน
แม้กระทั่งหวางเต๋อยังไม่รู้เลย ว่าครอบครัวของเขาเกิดอะไรขึ้น ทำไมจึงได้กลายเป็นแบบนี้?
เคยทำเวรทำกรรมอะไรไว้เหรอ?
มองดูหวางหนันหนันที่พูดคนเดียวอยู่บนเตียง หวางเต๋อตาแดง มือสั่น สงสารจนอยากจะไปกอดหวางหนันหนัน
แต่ยังไม่ทันได้กอด หวางหนันหนันก็ตัวสั่น จู่ๆก็หดตัวเป็นก้อน สั่นสะท้านไปทั้งตัว
ภาพนี้ ทำให้ใบหน้าที่อ่อนล้าของหวางเต๋อน้ำตาไหลเป็นทาง
พรึบ!
ประตูห้องถูกเปิดออก
จาวซิ่วจือกับหวางเห้าเดินเข้ามา
หวางเต๋อก็รีบเช็ดน้ำตาบนหน้า แต่ก็ยังถูกจาวซิ่วจือเห็นเข้า
จาวซิ่วจือมองบน แล้วก็บ่น “ไม่ได้เรื่องเลย ทำตัวเหมือนผู้หญิงไปได้ ร้องไห้ฟูมฟาย”
หวางเต๋อรู้สึกขุ่นเคือง สีหน้าขุ่นมัว
ตามมาด้วย จาวซิ่วจือก็ชี้ไปที่เตียงของหวางหนันหนัน พูดกลับหวางเห้าอย่างเย็นชา
“หวางเห้า ยังไม่ไปเรียกพี่แกกินข้าวอีก?”
หวางเห้าอึๆอะๆ ก็อดไม่ได้ที่จะพูด “แม่ พี่ก็เป็นแบบนี้แล้ว แม่พูดจาให้มันเพราะๆหน่อยเถอะ”
“เพราะห่าอะไรล่ะ หากไม่ใช่มัน บ้านเราจะกลายเป็นแบบนี้มั้ย?”
จาวซิ่วจือจ้องหวางเห้าอย่างหงุดหงิดแวบหนึ่ง: “ตอนนี้เป็นไง มันคนเดียวที่เป็นประสาท ทำให้คนทั้งบ้านต้องมาดูแลมัน ชาติที่แล้วฉันทำเวรกรรมอะไรไว้?”
หย่ากับเฉินตง ถูกเฉินเทียนเซิงทิ้ง
ทั้งสองเรื่องทำให้จาวซิ่วจือเก็บไว้ในใจมาโดยตลอด เธอมีโอกาสที่จะเป็นคุณนาย ตั้งสองครั้ง!
แต่ทั้งหมดถูกหวางหนันหนันทำพัง!
ลำบากมาครึ่งค่อนชีวิต จาวซิ่วจือที่อยู่ต่อหน้าตระกูลหวางหรือบ้านของตัวเอง ไม่เคยได้ยืนอย่างสง่าผ่าเผยมาก่อน ต้องกล้ำกลืนฝืนทน เธอหวังเพียงว่าลูกสาวจะมีสามีรวยทำให้เธอสุขสบายได้!
หวางเห้าก็เลยไม่พูดต่อ ถือปิ่นโตเดินไปที่ข้างกายหวางหนันหนัน: “พูดเบาๆ พี่ครับ ทานข้าวได้แล้ว”
หวางหนันหนันที่หดตัวเป็นก้อนอยู่จู่ๆก็ตัวสั่นขึ้นมา จ้องมองด้วยดวงตาที่แดงก่ำ
ทันใดนั้น เธอเหมือนกับถูกไฟช็อก ดีดตัวขึ้นมา กอดหวางเห้าไว้แน่นๆ
“น้อง น้องไม่ต้องกลัวนะ......... พี่อยู่ตรงนี้........ พี่ต้องช่วยนายอย่างแน่นอน.........”
ภาพที่เกิดขึ้นกะทันหัน ทำให้หวางเห้าตกใจจนร้องเสียงดัง
หวางเต๋อที่อยู่ด้านข้างไม่ทันจะตั้งตัว
แต่กลับเป็นจาวซิ่วจือที่วิ่งตอบสนองอย่างรวดเร็ว
เดินเข้าไปอย่างรวดเร็ว พร้อมกับใบหน้าที่ดุร้าย ยกมือไปตบที่หน้าของหวางหนันหนัน: “เธอปล่อยเสี่ยวเห้าเดี๋ยวนี้!”
เพี้ยดังขึ้นหนึ่งที เสียงดังชัดเจน