ตอนที่ 131
บทที่ 131 ฟ้าถล่มแล้ว
October 28, 2026
บทที่ 131 ฟ้าถล่มแล้ว
หลังกลับจากเขตวิลล่าเขาเทียนซาน
เฉินตงก็ได้รับโทรศัพท์ตามมาอีกสองสาย ซึ่งได้แก่สายจากผู้อำนวยการหลิวและสายจากท่านเมิ่ง
ทั้งสองล้วนแล้วแต่เป็นเพื่อนรักที่คบหากันมานานของเจิ้งโก๋โส่ว เมื่อรู้เรื่องที่เกิดขึ้นในคืนนี้ จึงเกรงว่าหากเฉินตงทำการสืบสวนเข้า ด้วยอำนาจที่เขามีจะต้องเป็นการทำลายชีวิตที่เหลืออยู่ของเจิ้งโก๋โส่วอย่างแน่นอน ดังนั้นจึงคิดที่จะโทรมาเพื่อขอความเมตตาให้กับเจิ้งโก๋โส่ว
หลังจากที่เฉินตงแสดงออกอย่างชัดเจนแล้วว่าเขาไม่คิดที่จะติดใจเอาความ ทั้งสองถึงได้โล่งใจ
หลังจากวางสายโทรศัพท์ ถือว่าทุกอย่างก็สงบลง
เฉินตงล้มตัวลงนอนด้วยความรู้สึกหดหู่เล็กน้อย
ถ้าหากไม่ใช่เพราะเขามีฐานะของคุณชายเฉินตงคอยค้ำคออยู่ เห็นทีว่าในคืนนี้ ภาพวาดของจริงซึ่งเป็นฝีมือถังป่อหู่ คงจะถูกเจิ้งโก๋โส่วกล่าวหาว่าเป็นของปลอมอย่างแน่นอน เขาเองก็คงยากที่จะอธิบายให้ชัดเจนได้
คำว่าชาติกำเนิดช่างเป็นคำที่น่ารังเกียจและน่าเบื่อหน่ายสิ้นดี
ถ้าหากเจิ้งโก๋โส่วรู้ฐานะของเขาตั้งแต่ต้น ต่อให้ภาพที่เขานำไปจะเป็นของปลอม เขาก็สามารถพูดจนกระทั่งกลายเป็นของจริงได้ ?
สองวันหลังจากนั้น ทุกอย่างอยู่ในความสงบ
การเปิดขายบ้านล่วงหน้าทั้งสามตึกของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ไท่ติ่ง เป็นไปตามที่เฉินตงคาดการณ์เอาไว้ ถึงแม้จะไม่ได้รับการตอบรับอย่างล้นหลามจากทั่วทั้งเมือง แต่การเปิดขายให้หมดภายในหนึ่งสัปดาห์ ก็ไม่ถือว่าเป็นเรื่องที่ยากสักเท่าไหร่นัก
นี่คือสิ่งที่เขาอยากเห็นมากที่สุด ตอนนี้บริษัทอสังหาริมทรัพย์ไท่ติ่งยังถือว่ามีขนาดที่เล็กมากเกินไป
หากไม่นับรวมถึงหุ้นที่มีอยู่ในบริษัทอสังหาริมทรัพย์จุนหลง บริษัทอสังหาริมทรัพย์ไท่ติ่งมีอย่างมากสุดก็แค่ มีโอกาสได้ติดหนึ่งในสิบอันดับแรกของเมืองนี้เท่านั้น ซึ่งเมื่อเทียบกันแล้วยังถือว่าห่างไกลมากกับอันดับที่หนึ่งของเมือง
โครงการปรับปรุงย่านสลัมที่ภาคตะวันตกของเมือง เดิมทีเป็นโครงการที่ยืดเยื้อกันมานาน แต่เพราะเขาได้รับการเอื้ออำนวยจากตระกูลเฉิน จึงสามารถพลิกสถานการณ์กลับมาได้
ถ้าหากยอดขายอสังหาริมทรัพย์สามารถขึ้นมายืนอยู่บนจุดสูงสุดได้อีกครั้ง ก็คงจะทำให้คนในวงการเดียวกันที่เหลือ ต่างก็ต้องรู้อิจฉาตาร้อนอย่างแน่นอน
ถ้าหากมีใครคิดอย่างได้ส่วนแบ่งจริงๆ ก็คงเป็นเรื่องที่ลำบากพอตัว
เขาสามารถพึ่งพาอำนาจของตระกูลเฉินเพื่อทำให้เขามั่นคงได้ แต่เขาเองก็รู้ดีว่า สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นแค่เปลือกนอกเท่านั้น มีเพียงแค่การพัฒนาและเติบโตของตัวเขาเองเท่านั้น ถึงจะทำให้เขาสามารถเดินเข้าไปในตระกูลเฉินได้อย่างเต็มภาคภูมิ และทำให้แม่ของเขาได้รับความรุ่งโรจน์กลับคืนมาอีกครั้ง ถึงตอนนั้น จึงจะเป็นเวลาที่เขาสามารถครอบครองอำนาจของตระกูลเฉินเอาไว้ในมือได้อย่างแท้จริง
ก่อนจะถึงเวลานั้น ด้วยความสัมพันธ์ที่สลับซับซ้อนและความขัดแย้งอย่างลับๆ ที่มีอยู่ภายในตระกูลเฉิน เขาคงไม่อาจแน่ใจได้ว่าจะได้รับความช่วยเหลือจากตระกูลเฉินทุกครั้งที่เกิดเรื่องขึ้น
หากในระหว่างนี้ มีเรื่องเสื่อมเสียเกิดขึ้นในตระกูลเฉิน ประกอบกับการที่มีคนในแวดวงเดียวกันคอยอิจฉาริษยาอยู่ สำหรับเขาแล้วคงจะกลายเป็นปัญหาใหญ่พอดู
การที่เขาค่อยๆ พยายามอย่างเงียบๆ จากนั้นจึงค่อยสร้างความประหลาดใจให้ปรากฏแก่สายตาของทุกคน สิ่งนี้ถึงจะเป็นสิ่งที่เขายินดีที่จะเห็นและยินดีที่จะลงมือทำมากที่สุดในตอนนี้
สองวันมานี้ กู้ชิงหยิ่งเองก็มาหาเขาอยู่หลายครั้ง เขาเองก็ตอบรับด้วยความอดทน เกรงว่าสาวน้อยคนนี้จะคิดว่า เขายังคงโกรธเรื่องที่เกิดในผับสี่ยิ่นคืนนั้น
ในความเป็นจริงแล้วกู้ชิงหยิ่งเองก็คิดเช่นนี้จริงๆ ไม่ว่าเฉินตงจะอธิบายเช่นไร สาวน้อยคนนั้นก็ไม่ยอมเชื่อ
ถึงขั้นว่าต้องการจะมาที่บริษัทอสังหาริมทรัพย์ไท่ติ่งด้วยตนเอง แต่ถูกเฉินตงปฏิเสธเสียก่อน
หลายวันมานี้ เขาจดจ่ออยู่กับเรื่องของการเปิดขายบ้านล่วงหน้าทั้งสามตึกเท่านั้น จึงไม่สามารถแยกตนเองออกไปทำเรื่องอื่นได้อีก
ยังดีที่ในที่สุดกู้ชิงหยิ่งก็ยอมละทิ้งความคิดที่จะมาบริษัท หลังจากได้ฟังคำพูดโน้มน้าว
เช้าตรู่ของวันนี้
ฟ้าเพิ่งจะเริ่มสาง
ขณะที่เฉินตงกำลังฝึกฝนร่างกายอยู่กับคุนหลุน ก็มีโทรศัพท์สายหนึ่งโทรเข้ามา
“พี่ตง รีบดูข่าวเร็วเข้า เกิดปัญหาใหญ่แล้ว !” ในสายโทรศัพท์เป็นเสียงของเสี่ยวหม่าที่กำลังพูดด้วยความร้อนใจเป็นอย่างมาก
“ฟ้าถล่มเหรอ ?” เฉินตงพูดหยอกล้อ
เสี่ยวหม่าเงียบไปเสี้ยววินาที จากนั้นจึงตอบกลับมาด้วยเสียงสั่นเครือ : “อืม !”
เฉินตงหยุดนิ่งไปชั่วขณะ ในหัวของเขาเหมือนมีเสียงระเบิดดังขึ้น
เขารีบถามเสี่ยวหม่ากลับไปทันทีว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่
เสี่ยวหม่าพูดว่า : “ยี่เคอ กรุ๊ปประกาศว่า จะระงับแผนการที่จะย้ายเข้ามาปักหลักในเมืองของเราเอาไว้ชั่วคราวก่อน”
เปรี้ยง !
เหมือนมีเสียงฟ้าผ่าดังขึ้นตอนกลางวันแสกๆ
เฉินตงตัวสั่นไปหมด จู่ๆ สมองก็ว่างเปล่า
ถึงขั้นว่า เหมือนตัวเขาจะขาดการติดต่อกับโลกใบนี้ไปชั่วขณะหนึ่ง ดังนั้นเสี่ยวหม่าที่อยู่ปลายสายพูดอะไรต่ออีกนั้น เขาไม่ได้ยินเลยสักนิด