ตอนที่ 132
บทที่ 132 ผู้คนต่างกำลังวิพากษ์วิจารณ์และตื่นตระหนก
October 28, 2026
บทที่ 132 ผู้คนต่างกำลังวิพากษ์วิจารณ์และตื่นตระหนก
มองดูท่านหลงที่มีสีหน้าเคร่งขรึม
ถึงแม้จะไม่ได้รับคำตอบกลับมา แต่แววตาที่ท่านหลงแสดงออกมานั้น ก็พอจะให้คำตอบกับหลี่หลานได้
ดวงตาของหลี่หลานเริ่มเป็นสีแดง
หลายปีมานี้ ความพยายามของลูกชาย เธอเห็นด้วยตาตัวเองทั้งหมด
ตลอดระยะเวลาสามปี เริ่มตั้งแต่เป็นนักศึกษาจบใหม่ มานะบากบั่นจนกระทั่งได้ขึ้นมาดำรงตำแหน่งประธาน นี่ก็เพียงพอที่จะยืนยันได้ถึงความสามารถที่ลูกชายของเธอมี
ถ้าหากได้มองเห็นแสงสว่างแล้ว แต่สุดท้ายต้องกลับเข้าไปอยู่ในความมืดมิดอีกครั้ง
ถึงแม้ตัวเธอเองจะเป็นแม่ของเฉินตง แต่ก็ไม่กล้าจินตนาการเลยว่า สิ่งนี้จะทำร้ายเฉินตงหนักหนาสาหัสเพียงใด
สำหรับคนเป็นแม่แล้ว ใครจะไม่นึกสงสารลูกชายตัวเองบ้าง ?
ทันใดนั้น ก็มีความคิดที่บ้าบิ่นเกิดขึ้นในสมองของหลี่หลาน
เธอพูดด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม : “ท่านหลง ฉันอยากกลับไปตระกูลเฉิน !”
“คุณผู้หญิง ไม่ได้นะครับ !” ท่านหลงหน้าถอดสีทันที
หากให้หลี่หลานกลับตระกูลเฉินตอนนี้ ก็เท่ากับเป็นการเติมเชื้อไฟให้กับเรื่องนี้โดยไม่ต้องสงสัย
ท่านหลงรีบพูดอธิบายว่า : “คุณผู้หญิงลืมเรื่องที่เกิดขึ้นในตอนนั้นไปแล้วหรือครับ ?”
หลี่หลานผงะไป จากนั้นจึงยกมือขึ้นตบหัวตัวเอง : “ฉัน ฉันเองก็ร้อนใจเสียจนเลอะเลือนไปแล้ว คุณหญิงใหญ่นั่น อยากจะเห็นฉันกับตงเอ๋อตายอยู่แล้ว ต่อให้ฉันกลับไป ก็ไม่ช่วยให้อะไรดีขึ้น”
ยิ่งพูดยิ่งร้อนใจ มีน้ำตาเอ่อล้นในดวงตาของเธอ : “แล้วตอนนี้ควรจะทำอย่างไรกันแน่ ? ฉันพอจะทำอะไรเพื่อตงเอ๋อได้บ้าง ?”
“แม่......”
ทันใดนั้นก็มีเสียงที่ฟังดูอบอุ่นดังขึ้นมาจากทางด้านหลัง
หลี่หลานสะดุ้ง หันกลับไปมองเห็นเฉินตงและคุนหลุนกำลังยืนอยู่ด้านนอกห้องรับแขก
“ตงเอ๋อ......”
เฉินตงเดินเข้ามาในห้องรับแขก แล้วสวมกอดหลี่หลาน จากนั้นจึงตบหลังของหลี่หลานเบาๆ
เหมือนกับตอนที่เขายังเด็ก เวลาที่เขารู้สึกกลัว แม่ก็จะคอยปลอบโยนเขาเช่นนี้เหมือนกัน
เขายิ้มพลางพูดว่า : “ไม่เป็นไรหรอกครับ ผมจัดการได้แน่นอน แม่ไม่ต้องเป็นห่วง ตอนนี้สิ่งเดียวที่แม่ควรทำก็คือดูแลสุขภาพของตัวเองให้ดีๆ”
“แต่ว่า......” อารมณ์ของหลี่หลานค่อยๆ สงบลงเล็กน้อย
“ดูแลสุขภาพตัวเองให้ดี แม่ยังต้องรออุ้มหลานอีกนะครับ”
เฉินตงยิ้มอย่างเบิกบาน แววตาแน่วแน่มั่นคง : “แม่สามารถแบกรับผืนฟ้าทั้งผืนเพื่อให้ผมเติบโตขึ้นมาได้ จนตอนนี้ผมสามารถชูผืนฟ้านี้ได้ด้วยตัวของผมเองแล้ว !”
หลี่หลานนิ่งเงียบไป หันมองเฉินตงด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความรู้สึกซับซ้อน
ครู่หนึ่ง
เธอถึงจะเงยหน้าขึ้นมา แล้วยิ้มอย่างเศร้าหมอง : “จริงสิ ตงเอ๋อโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว”
“ทานข้าวค่ะ”
ตอนนี้เอง ฟ่านลู่เดินออกมาจากในครัว
“แม่ ทานข้าวก่อนเถอะครับ”
เฉินตงร้อนใจมาก มากกว่าใครทั้งหมด แต่เห็นสภาพของแม่ในตอนนี้ เขาจึงจำเป็นต้องแสดงท่าทีที่สงบออกมา
หลังจากที่พยายามข่มอารมณ์กินข้าวกับคนในครอบครัวจนเสร็จ เฉินตงก็ออกมาจากบ้านพร้อมกับคุนหลุน
ทันทีที่ขึ้นรถ สีหน้าของเฉินตงก็เคร่งเครียดในทันที เขาพูดกับคุนหลุนว่า : “รีบไปที่บริษัทให้เร็วที่สุด !”
......
ที่บริษัทอสังหาริมทรัพย์ไท่ติ่ง ตอนนี้กำลังเป็นเวลาเข้างานพอดี
พนักงานต่างมารวมตัวกันด้วยความตื่นตกใจ
ข่าวเพียงแค่ข่าวเดียว กลับมีพลังอันมหาศาล จนทำให้พนักงานทั้งหมดของไท่ติ่งเกิดความโกลาหลขึ้นได้
ไม่มีใครคาดคิดเลยว่า ขณะที่เมื่อวานทุกคนต่างวุ่นวายอยู่กับการเปิดขายล่วงหน้า และปรึกษากันเรื่องจัดงานเลี้ยงฉลองว่าควรจะจัดอย่างไรหลังจากการขายสิ้นสุดลง
แต่เช้าตรู่วันนี้ แค่ลืมตาขึ้นมา กลับพบว่าฟ้าถล่มลงมาแล้ว !
“พี่เสี่ยวหม่า เฉินตงจะมาเมื่อไหร่ ? เกิดเรื่องใหญ่ขนาดนี้ จะเอายังไงกันดีล่ะ ?”
“ฉันเองก็แทบจะเป็นบ้าอยู่แล้ว แค่หลับไปตื่นเดียว ทำไมจู่ๆ ยี่เคอ กรุ๊ปประกาศระงับโครงการชั่วคราวเสียแล้ว ?
การระงับโครงการชั่วคราวในครั้งนี้ ไม่รู้ว่าจะเริ่มดำเนินการต่อเมื่อไหร่กัน ?”
“เหลวไหล ! คำแก้ตัวของบริษัทใหญ่ๆ หากพูดว่าระงับชั่วคราวก็หมายความว่าไม่มีอีกแล้ว เพียงแค่พูดให้สละสลวยเท่านั้น ตอนนี้สิ่งที่เราควรจะคำนึงถึงก็คือความรู้สึกของลูกค้าที่เข้ามาซื้ออสังหาริมทรัพย์ในภาคตะวันตกของเมืองเหล่านั้น รวมไปถึงราคาของอสังหาริมทรัพย์ในภาคตะวันตกว่าจะยังทรงตัวได้อยู่หรือจะตกฮวบ !”
......
คำว่า “ตกฮวบ” ที่พนักงานคนหนึ่งพูดออกมา ทำให้ทุกคนต่างยืนนิ่งไปในทันที
ราคาของอสังหาริมทรัพย์ในภาคตะวันตกสูงขึ้น เพราะอาศัยปัจจัยจากข่าวที่ยี่เคอ กรุ๊ปประกาศจะเข้ามาปักหลักในเมืองนี้ตั้งแต่ต้น
แต่ตอนนี้เมื่อมีข่าวออกมาว่ามีการระงับโครงการชั่วคราว ราคาของอสังหาริมทรัพย์ในภาคตะวันตกจะต้องเกิดความผันผวนอย่างหนักแน่นอน