ตอนที่ 156
บทที่ 156 ถ้าไม่ยอมปิดบังมันเพื่อฉัน ฉันก็จะยอมตาย !
October 28, 2026
บทที่ 156 ถ้าไม่ยอมปิดบังมันเพื่อฉัน ฉันก็จะยอมตาย !
เฉินตงรู้สึกว้าวุ่นใจตลอดทั้งบ่าย
ตอนนี้ในสมองของเขา มีแต่ภาพที่เขากับหวางหนันหนันพบหน้ากันในวันนี้ปรากฏอยู่เต็มไปหมด
เขาเพียงแค่เห็นแก่ความสัมพันธ์เป็นครั้งสุดท้าย แต่คิดไม่ถึงเลยว่า ความรู้สึกดีๆ ครั้งสุดท้ายที่เขามีให้ จะถูกหวางหนันหนันนำไปใช้เป็นเครื่องมือในการหาประโยชน์เช่นนี้
นังอสรพิษ
ความโลภของตระกูลหวาง ทำให้เขาตาสว่างอีกครั้ง !
การพบหน้ากันเพื่อกล่าวลาธรรมดาๆ กลับถูกใช้เป็นหลักฐานเพื่อนำมาขู่กรรโชกเขา !
สำหรับเฉินตงแล้ว นี่ถือเป็นความอัปยศอดสูจริงๆ
อารมณ์โกรธของเขาคุกรุ่น จนยากที่จะสงบลงได้
แต่เขาก็กลัวว่าหากเขาตอบโต้คนเลวพวกนี้ จะกระทบกระเทือนถึงคนอื่นไปด้วย ดังนั้นเขาจึงไม่กล้าระบายความแค้นกับตระกูลหวางโดยตรง
ในเมื่อตระกูลหวางกล้าขู่กรรโชกเงินจากเขาหนึ่งร้อยล้าน นั้นหมายความว่าพวกเขาก็กล้าที่จะส่งรูปพวกนี้ไปให้กับกู้ชิงหยิ่งเช่นกัน
ความสัมพันธ์ระหว่างเขากับกู้ชิงหยิ่ง จะถูกเติมเต็มให้สมบูรณ์ในปลายเดือนนี้แล้ว
ในระหว่างนี้ เขาจะยอมปล่อยให้มีปัญหาเข้ามากระทบไม่ได้เด็ดขาด !
หลังจากเลิกงานในช่วงเย็น
เฉินตงออกจากบริษัทโดยที่จิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว ขณะที่เขานั่งอยู่ในรถแท็กซี่ ก็ต่อสายโทรศัพท์หากู้ชิงหยิ่ง
ไม่ช้า ปลายสายก็รับโทรศัพท์
“คนโง่ ในที่สุดคุณก็รู้จักโทรหาฉันแล้วหรือ ?” ในสายเป็นเสียงบ่นของกู้ชิงหยิ่ง
เฉินตงรู้สึกโล่งใจ เขายิ้มแล้วพูดว่า : “ในเมื่อคุณไม่หาผม ผมก็จำเป็นจะต้องหาคุณเองแล้ว”
“เชอะ......ฉันก็กำลังรอให้คุณมาขอฉันแต่งงานตอนปลายเดือนอยู่นี่ไง” กู้ชิงหยิ่งพูดพลางหัวเราะ
“วางใจเถอะ ปลายเดือนนี้ผมจะทำให้คุณจำไปจนวันตายเลย !”เฉินตงพูด
“รู้แล้ว คุณรีบพักผ่อนเถอะ อย่าหักโหมเกินไป จุ๊บๆ”
หลังจากพูดจบ กู้ชิงหยิ่งก็วางสายโทรศัพท์
เฉินตงรู้สึกสงบลงเล็กน้อย เขามั่นใจว่ากู้ชิงหยิ่งยังคงไม่รู้เรื่องนี้ ทำให้เขารู้สึกเบาใจไม่น้อย
อย่างน้อย เอาก็สามารถใช้เงินร้อยล้านเพื่อจัดการเรื่องนี้ได้
อย่างน้อยก็จะไม่มีผลกระทบกับการขอกู้ชิงหยิ่งแต่งงานในช่วงปลายเดือนนี้ !
แต่สิ่งที่เฉินตงไม่รู้ก็คือ
ขณะที่กู้ชิงหยิ่งกำลังคุยโทรศัพท์กับด้วยท่าทีที่มีความสุขอยู่นั้น ใบหน้าของกู้ชิงหยิ่งกลับเต็มไปด้วยคราบน้ำตา และทั้งตัวของเธอก็สั่นเทา
ในสายโทรศัพท์ เธอเพียงแค่บังคับตัวเองให้แสร้งทำเป็นมีความสุขเท่านั้น
หลังจากวางสายโทรศัพท์ไปแล้ว กู้ชิงหยิ่งก็ไม่สามารถทนฝืนได้อีกต่อไป ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยคราบน้ำตา เธอเอาหัวมุดเข้าไปในผ้าห่ม แล้วร้องไห้ออกมาอย่างหนักด้วยความรู้สึกน้อยใจ
ด้านนอก มีเสียงอันแสนอบอุ่นของผู้เป็นแม่ดังขึ้น
“เสี่ยวหยิ่ง ออกมาทานข้าวเย็นได้แล้วลูก”
“แม่คะ หนูไม่หิว พ่อกับแม่ทานเถอะค่ะ” กูชิงหยิ่งพยายามกลั้นน้ำตาเอาไว้ แล้วตอบกลับไปหนึ่งประโยค
ด้านนอก
หลี่หวั่นชิงขมวดคิ้วแน่น เธอครุ่นคิดอะไรบางอย่าง และท้ายที่สุดก็ถอนหายใจออกมา จากนั้นจึงเดินไปยังห้องอาหาร
กู้โก๋ฮั๋วซึ่งกำลังนั่งรออยู่ เมื่อเห็นด้านหลังของหลี่หวั่นชิงไม่มีกู้ชิงหยิ่งเดินตามมา ก็ขมวดคิ้วแล้วพูดว่า : “เสี่ยวหยิ่งไม่กินข้าวหรือ ?”
“เธอไม่หิว” ใบหน้าของหลี่หวั่นชิงเต็มไปด้วยความโศกเศร้า
“ผมจะไปเรียกเอง ถ้าหิวจนเป็นลมเป็นแล้งไปจะทำยังไง”
กู้โก๋ฮั๋วลุกขึ้นแล้วเดินออกไปนอกห้องอาหารทันที : “เด็กคนนี้ ตั้งแต่เล็กจนโต เวลามีเรื่องไม่สบายใจก็จะไม่ยอมกินข้าว แล้วยังคิดว่าจะปิดบังพวกเราได้อีก”
“คุณหยุดเดี๋ยวนี้เลยนะ !” หลี่หวั่นชิงกระทืบเท้าแล้วพูดออกมาด้วยความโมโห
“ลูกต้องมีเรื่องปิดบังเราอยู่แน่นอน ถ้าปล่อยให้เธอเก็บงำเอาไว้เช่นนี้ จะต้องสติแตกแน่ๆ” กู้โก๋ฮั๋วรู้สึกไม่เต็มใจนัก
“กินข้าว !” หลี่หวั่นชิงลากกู้โก๋ฮั๋วกลับมานั่งที่โต๊ะอาหาร
เขตวิลล่าเขาเทียนซาน
ภาในห้องรับแขกบรรยากาศเงียบสงัด
ฟ่านลู่ยังคงดูแลหลุนคุนอยู่ที่โรงงพยาบาลลี่จิง
ภายในบ้านมีเพียงท่านหลุนกับหลี่หลาน
ทั้งสองนั่งแยกกันอยู่บนโซฟา ต่างคนต่างก็นิ่งเงียบ
มีเพียงแววตาของท่านหลุนที่เอาแต่จับจ้องอยู่ที่หลี่หลานซึ่งเต็มไปด้วยความซับซ้อน
หลี่หลานมีท่าทีงุนงง เธอก้มหน้าก้มตา ประสานมือทั้งสองข้างเข้าด้วยกัน