ตอนที่ 155
บทที่ 155 ขู่กรรโชก
October 28, 2026
บทที่ 155 ขู่กรรโชก
ภายในลาน
สายลมโชยอ่อน มีกลิ่นหอมของดอกไม้ลอยอบอวลอยู่
แต่กู้ชิงหยิ่งกลับยืนนิ่งอยู่ที่เดิม ใบหน้าของเธอไม่ได้ส่องแสงเป็นประกายเหมือนเมื่อครู่อีกต่อไป
สีหน้าของเธอเศร้าหมอง แววตาเหม่อลอย
ของที่อยู่ในซองจดหมาย เหมือนกับสายฟ้าที่ฟาดลงมาในวันที่อากาศแจ่มใส เพียงแค่เปรี้ยงเดียว ก็ทำให้ภาพความงดงามและความปรารถนาที่เธอวาดฝันเอาไว้ทั้งหมด พังทลายลงในชั่วพริบตา
นี่คือรูปถ่ายหนึ่งรูป
บนรูปถ่าย เป็นภาพของเฉินตงและหวางหนันหนันที่นั่งอยู่ตรงกันข้ามกันในร้านอาหาร Blue Enchantress
พวกเขาทั้งสองคน กลับมาอยู่ด้วยกันอีกครั้งอย่างนั้นหรือ ?
ถ้าเช่นนั้นทำไมเขาถึงต้องขอฉันแต่งงาน ?
ขณะนั้น ในใจของกู้ชิงหยิ่งรู้สึกสับสนวุ่นวาย สมองว่างเปล่าจนคิดอะไรไม่ออก
เธอสอดรูปถ่ายกลับเข้าไปในซองจดหมาย จากนั้นจึงหันหลังเดินกลับเข้าไปในบ้านด้วยความเศร้าหมอง
กู้โก๋ฮั๋วและหลี่หวั่นชิงที่นั่งจิบชาและคอยเฝ้าดูกู้ชิงหยิ่งอยู่ตลอด รู้สึกตกใจพร้อมๆ กัน
สองสามีภรรยาเห็นพนักงานคนหนึ่งของคลับสี่ยิ่นนำซองจดหมายมามอบให้
จากนั้นก็เห็นว่า หลังจากที่ลูกสาวของตนเห็นสิ่งที่อยู่ในซองจดหมายแล้วก็หน้าถอดสีทันที
“เสี่ยวหยิ่ง ของข้างในมันคืออะไร ?” กู้โก๋ฮั๋วเอ่ยปากถามขึ้นมาก่อน
กู้ชิงหยิ่งที่เดินเข้ามาอย่างโศกเศร้ายืนตัวสั่นเทา รีบนำซองจดหมายไปซ่อนเอาไว้ด้านหลัง จากนั้นจึงเงยหน้าขึ้นมองพ่อกับแม่แล้วส่ายหน้า พยายามฝืนยิ้มออกมาแล้วพูดว่า : “ไม่มีนี่คะ ไม่มีอะไรค่ะพ่อ”
พูดจบ เธอก็หันหลังเดินกลับเข้าห้องนอนไป
ภาพที่เกิดขึ้น จะรอดพ้นจากสายตาของกู้โก๋ฮั๋วสองสามีภรรยาไปได้อย่างไร ?
เดิมทีกู้โก๋ฮั๋วตั้งใจจะตามไปถามให้รู้เรื่อง แต่กลับถูกหลี่หวี่นชิงดึงเอาไว้
“ลูกก็บอกแล้วนี่คะว่าไม่มีอะไร” หลี่หวั่นชิงพูด
กู้โก๋ฮั๋วรู้สึกร้อนใจขึ้นในทันที : “เสี่ยวหยิ่งเป็นขนาดนั้นแล้ว ยังบอกว่าไม่มีอะไรอีก คุณเชื่อที่เธอพูดหรืออย่างไร ?”
“ลูกโตแล้วนะคะ !” หลี่หวั่นชิงส่ายหัวด้วยความจนใจ “เธอไม่ใช่สาวน้อยตัวเล็กๆ ที่คุณจะกอดเอาไว้ในอ้อมอกอีกต่อไปแล้ว เรื่องบางเรื่อง หากเธอไม่ยินดีที่จะเล่า หากคุณไปเค้นถาม ก็จะยิ่งทำให้เธอลำบากใจ”
กู้โก๋ฮั๋วผงะไป ได้แต่ยืนกัดฟันด้วยความจนใจ
หลังจากกลับเข้าไปในห้องแล้ว กู้ชิงหยิ่งหยิบรูปถ่ายใบนั้นออกมาอีกครั้ง แล้วนั่งดูอย่างเหม่อลอย
ดวงตาของเธอค่อยๆ แดงก่ำ
เธอรู้สึกคัดจมูกเล็กน้อย ถึงแม้จะพยายามฝืนทน แต่ในที่สุดน้ำตาของกู้ชิงหยิ่งก็ไหลออกมา
กู้ชิงหยิ่งรีบล้มตัวลงบนเตียง จากนั้นจึงใช้หมอนกดหัวของตัวเองเอาไว้ แล้วดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมตัวเองเอาไว้จนมิดชิด
เธอกลัวว่าพ่อกับแม่จะได้ยินเสียงร้องไห้ของเธอ และทำให้พวกเขาต้องรู้สึกเป็นห่วง
และเป็นเวลาที่กู้ชิงหยิ่งรู้สึกเสียใจและสับสนเป็นอย่างมาก
ที่บริษัทอสังหาริมทรัพย์ไท่ติ่ง
กูหลังเองก็ถือซองจดหมายขึ้นมาวางเอาไว้บนโต๊ะทำงานของเฉินตง
“ใครส่งมา ?” เฉินตงถาม
กูหลังส่ายหัว : “เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของตึกใหญ่เก็บขึ้นมาจากพื้นครับ มีชื่อของคุณเขียนเอาไว้ จึงได้นำมาส่ง”
“ต่อไปจดหมายพวกนี้ ให้โยนทิ้งให้หมด”
เฉินตงพูดด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม แล้วโบกมือให้กูหลังออกไป
เขาลังเลอยู่สักพัก จึงได้ฉีกซองจดหมายออกดู
เป็นรูปถ่ายหนึ่งรูปพร้อมด้วยกระดาษโน๊ตหนึ่งแผ่นหล่นลงมาพร้อมกัน
ตอนที่เห็นรูปถ่าย มีเสียง “ฟ้าผ่า” ดังขึ้นในหัวของเฉินตง
ใบหน้าที่สงบนิ่งของเขา เปลี่ยนเป็นใบหน้าที่โกรธเกรี้ยวในทันที
เส้นเลือดที่หางตาของเขาปูดขึ้นมาและกระตุกอย่างรุนแรง
ในรูปถ่าย เป็นตอนที่เขานัดพบกับหวางหนันหนัน เป็นภาพที่ทั้งสองนั่งอยู่ตรงกันข้ามกัน
นี่เป็นเพียงแค่ภาพของ “การบอกลา” ธรรมดาๆ เท่านั้น !
แต่ภาพนี้เมื่อถูกถ่ายออกมา บรรยากาศภายในภาพกลับดูเกินจริงไปมาก
ขณะที่กำลังโมโหอยู่นั้น เฉินตงก็ก้มลงเก็บกระดาษน๊ตขึ้นมา แล้วเขาก็กัดฟันด้วยความโกรธในทันที เขาใช้นิ้วหัวแม่มือของเขาบีบกระดาษโน๊ตแผ่นนั้นอย่างแรง
ในกระดาษโน๊ตมีเพียงข้อความสั้นๆ
“ถ้าไม่อยากให้กู้ชิงหยิ่งรู้เรื่อง เอาเงินมาให้ฉันร้อยล้าน !”
ด้านล่างของข้อความ ยังมีเลขที่บัญชีเขียนเอาไว้ด้วย
เมื่อเห็นเลขที่บัญชี เฉินตงก็รู้สึกโกรธเกรี้ยวและเดือดดาลขึ้นทันที
เขากัดฟันพูดว่า : “วางแผนที่แล้วใช่ไหม ? จงใจที่จะขู่กรรโชกใช่ไหม ?”
เมื่อเฉินตงเห็นหมายเลขบัญชีนี้แล้วก็รู้สึกไม่แปลกตาเลย
เพราะตลอดสามปีที่ผ่านมา เงินของเขา พูดฝากเข้าไปในหมายเลขบัญชีนี้นับครั้งไม่ถ้วน !