ตอนที่ 203
บทที่ 203 ขวางมีด ?
October 28, 2026
หลังจากคุนหลุนพูด
บรรยากาศภายในเทียนเก๋อเหมือนทุกสิ่งหยุดนิ่งในทันที
“ที่นี่คือเทียนเก๋อ จะมีกลิ่นเลือดได้อย่างไร ?”
คุณท่านใหญ่ตระกูลจางหัวเราะเสียงดังขึ้นมา จากนั้นจึงเหลือบไปมองเฉินตงด้วยความรู้สึกยินดีในใจ
ตอนนี้อ้อยมาอยู่ตรงหน้าแล้ว แค่รอให้เข้าปากช้างเพียงอย่างเดียวเท่านั้น
เฉินตงมีอาการมึนเมาหนักขึ้น จนรู้สึกเหมือนโลกกำลังหมุน
เขาส่ายหัว จากนั้นเขาจึงเอ่ยปากพูดด้วยสติสัมปชัญญะที่ยังคงหลงเหลืออยู่เพียงเล็กน้อย : “ลองไปดูซิ เชื่อคุนหลุน”
คุณหลุนเคยเป็นทหารรับจ้างฝีมือดีมาก่อน ตอนนี้ยังทำหน้าที่เป็น “หัวหน้าผู้ฝึกสอน” ของตระกูลเฉินอีก ดังนั้นเขาจึงมีประสาทสัมผัสในการรับรู้กลิ่นเลือดได้รวดเร็วกว่าใคร
กูหลังจึงเดินไปที่ประตูใหญ่อย่างระมัดระวัง
ส่วนคุนหลุนเองก็ขยับประชิดเข้ามาอีกหนึ่งก้าวเพื่อคอยคุ้มกันอยู่ข้างๆ เฉินตง
ภาพที่ปรากฏขึ้นนี้
ทำให้คุณท่านใหญ่ตระกูลจางและจางหยู่หลันขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความรำคาญใจ
ส่วนฉู่เจียนเจียที่นั่งอยู่ตรงข้ามกลับขมวดคิ้วแน่น แล้วพยายามสูดดมกลิ่น
ภายในเทียนเก๋อ นอกจากคุนหลุนและกูหลังแล้ว ก็มีเธอที่ดูจะมีสติสัมปชัญญะครบถ้วนที่สุด แต่เมื่อลองพยายามดมกลิ่นดูแล้ว กลับยังคงไม่ได้กลิ่นของเลือดอยู่ดี
ขณะที่กูหลังเดินไปถึงประตูใหญ่
ทันใดนั้น
มีเงาสีดำพุ่งตรงเข้ามาจากด้านนอก
กูหลังหน้าถอดสีทันที เขายังไม่ทันได้ระวังตัว จึงไม่สามารถหลบเลี่ยงได้ทัน
“วิ่ง !”
กูหลังตะโกนด้วยความโกรธ แล้วชูมือทั้งสองข้างวิ่งออกไปเพื่อสกัดกั้น
ตุ๊บ !
มีเสียงดังอู้อี้เกิดขึ้น กูหลังเดินโซเซถอยร่นลงมา ตอนนี้ถึงได้มองเห็นอย่างชัดเจนว่าสิ่งที่คว้าเอาไว้ได้ในมือคือคน
คนที่ตายแล้ว !
มีรอยเชือดตรงบริเวณคอ เลือดสีแดงสดไหลออกมาไม่หยุด และเขาไม่หายใจแล้ว
กลิ่นเลือดลอยคละคลุ้งไปทั้งเทียนเก๋อทันที
ตอนนี้เอง แม้กระทั่งคุณท่านใหญ่ตระกูลจางและจางหยู่หลันก็สร่างเมาในทันทีและตั้งสติได้
“กูหลังระวัง !”
คุนหลุนตะโกนด้วยความโกรธจัด
กูหลังตัวสั่นไปทั้งตัว ทันใดนั้นก็มีเงาสีดำปรากฏผ่านสายตาของเขาอีกครั้ง
ในขณะเดียวกัน ภายใต้แสงสว่างของไฟสลัวๆ จู่ๆ ก็มีแสงสะท้อนแวววาวปรากฏขึ้น
ทันใดนั้นเอง
กูหลังเหงื่อกาฬแตกพล่าน ประสบการณ์ในการต่อสู้ที่ผ่านความเป็นความตายมา ทำให้เขารับรู้ได้ถึงภัยคุกคามที่หมายจะเอาชีวิตที่กำลังย่างกรายเข้ามาได้ในทันที
เขาออกแรงทั้งหมดที่มี ใช้เท้าเตะศพที่อยู่ในมือจนลอยกระเด็นออกไป
ศพลอยไปกระแทกเข้ากับเงาดำนั้น
แต่ดูเหมือนเงาดำจะคาดการณ์เอาไว้แต่ต้นแล้ว จึงสามารถปลีกตัวหลบได้อย่างง่ายดาย
ฟิ้ว !
กริชอันเย็นเฉียบและแหลมคม เชือดเข้าที่หน้าอกของกูหลัง
เลือดสีแดงสดสาดกระเซ็น
กูหลังเดินโซเซถอยร่นไปด้านหลัง จากนั้นจึงจ้องมองบาดแผลตรงหน้าอกด้วยความหวาดกลัว
ถ้าไม่ใช่เพราะการตอบสนองที่รวดเร็ว อาศัยจังหวะที่โยนศพออกไปถอยร่นลงมา กริชเล่มนี้ก็คงพอที่จะเฉือนหน้าอกของเขาจนแยกออกได้
“ฆ่ามัน !”
หลังจากเสียงตะโกนที่เยือกเย็นเข้าไปถึงกระดูกสันหลัง
ทันใดนั้น นักฆ่าจำนวนสิบกว่าคน ก็กรูกันเข้ามาในเทียนเก๋อ
รวดเร็วปานสายฟ้า และเต็มไปด้วยเจตนาฆ่าที่รุนแรง
นักฆ่าตรงเข้าไปล้อมเฉินตงที่ยังคงอยู่ในอาการมึนเมาเอาไว้
“ว้าย !”
ภาพที่ปรากฏขึ้นอย่างกะทันหันตรงหน้า ทำให้จางหยู่หลันกรีดร้องออกมาด้วยความตกใจกลัวในทันที
ในระหว่างช่วงจังหวะชุลมุน จางหยู่หลันและคุณท่านใหญ่ตระกูลจางก็รีบวิ่งล้มลุกคลุกคลานไปหลบอยู่ด้านข้างทันที
แต่ทว่า นักฆ่าทั้งสิบกว่าคนนั้นทำราวกับมองไม่เห็นพวกเขาอย่างไรอย่างนั้น กลับเดินผ่านปู่หลานทั้งสองคนไป แล้วมุ่งตรงไปยังเฉินตง
เห็นได้ชัดว่า นักฆ่าทั้งสิบกว่าคนนี้ ต่างพุ่งเป้าไปที่เฉินตงเพียงคนเดียวเท่านั้น !
คุนหลุนหน้าถอดสี รูปร่างที่สูงใหญ่กำยำของเขาก้าวเดินไปข้างหน้า เขาใช้มือยกเก้าอี้ที่วางอยู่ข้างๆ ขึ้น แล้วฟาดลงไปยังนักฆ่าที่ยืนอยู่ตรงหน้า
“คุณชาย หนีเร็ว !”
เปรี้ยะ !
เสียงเก้าอี้แตกออกเป็นเสี่ยงๆ
นักฆ่าสองคนเดินโซเซถอยหลังไป
แต่นักฆ่าที่เหลือ ยังคงพุ่งตรงเข้ามาราวกับหมาป่าและเสือที่ดุร้าย
คุนหลุนตะโกนด้วยความโกรธ แล้วพุ่งเข้าต่อสู้กับนักฆ่าจำนวนสิบกว่าคนนั้น
ส่วนกูหลังที่ได้รับบากเจ็บก็รีบกลับมาช่วยอย่างรวดเร็ว และเข้ามาต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่กับคุนหลุน
ทั้งสองไม่ใช่พวกอ่อนหัด ล้วนแล้วแต่ผ่านการต่อสู้ที่ใช้ชีวิตเป็นเดิมพันมาแล้วทั้งสิ้น
พวกเขาสามารถถ่วงเวลานักฆ่าสิบกว่าคนนี้เอาไว้ที่เดิมได้ชั่วขณะหนึ่ง
แต่สิ่งที่ทำให้พวกเขาร้อนใจก็คือ เฉินตงยังคงนั่งนิ่งอยู่บนเก้าอี้ ค่อยๆ ส่ายหัว สายตายังคงพร่ามัว
“โถ่เว่ย ขยับ ขยับไม่ไหวแล้ว......”