ตอนที่ 204
บทที่ 204 โจวเย่นชิวผู้ตื่นตระหนก ยาออกฤทธิ์แล้ว
October 28, 2026
จากนั้นเฉินตงก็ร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด
คุนหลุนและกูหลังที่กำลังอยู่ในระหว่างการต่อสู้อันดุเดือด ต่างก็ตกใจเป็นอย่างมาก พวกเขารู้สึกโกรธแค้นจนถึงขีดสุด
“คุณชาย !”
กริชที่เดิมทีควรจะแทงเข้าไปที่หลังของฉู่เจียนเจีย แต่ในช่วงเวลาสำคัญ ด้วยการพลิกตัวกลับอย่างฉับพลันของเฉินตง ทำให้กริชแทงเข้าไปที่หลังของเฉินตงอย่างแม่นยำในทันที
ขณะที่เลือดสีแดงสดกำลังพุ่งทะลักออกมา เฉินตงพยายามใช้แรงทั้งหมดที่มี เพื่อที่จะอุ้มฉู่เจียนเจียหลบออกไป
แต่ทันใดนั้นก็ถือมือขนาดใหญ่บีบเข้าที่คออย่างรุนแรง
ในขณะเดียวกัน เฉินตงก็รับรู้ได้อย่างชัดเจนว่า กริชที่ปังอยู่ด้านหลังเล่มนั้นกำลังขยับอย่างรุนแรง
“ไปสิ !”
จู่ๆ ฉู่เจียนเจียซึ่งมีท่าทีเย็นชาก็ตะโกนออกมา
ผู้หญิงที่ดูบอบบางอย่างเธอ จู่ๆกลับกำหมัดแล้วต่อยเข้าไปที่หน้าของนักฆ่าอย่างแรง
นักฆ่าร้องครวญครางออกมา แล้วเดินโซเซถอยหลังไป
ตอนนี้เอง คุนหลุนและกูหลังก็วิ่งตามมาสมทบในที่สุด
“กูหลัง คุ้มกันคุณชายออกไป !”
คุนหลุนวิ่งตรงเข้าไปอย่างบ้าคลั่งราวกับสัตว์ร้าย แล้วกอดเอวของนักฆ่าจากนั้นจึงยกเขาจนตัวลอย
เขาจับนักฆ่าคนนั้นหมุน แล้วโยนไปที่กลุ่มนักฆ่าราวกับท่อนไม้
ตุ้บๆๆ.....
มีเสียงดังต่อเนื่องกันเกิดขึ้น
นักฆ่าสิบกว่าคนต่างตกตะลึงกับการต่อสู้อย่างบ้าคลั่งของคุนหลุน จนกระทั่งค่อยๆ ถอนร่นออกไป
อาศัยช่วงจังหวะนี้
กูหลังรีบแบกเฉินตงขึ้นไปบนหลัง และพาฉู่เจียนเจียวิ่งออกไปจากเทียนเก๋อ
“คุณหนูฉู่ พาคุณชายของผมไปที ผมจะคอยระวังหลังให้ !”
หลังจากวางเฉินตงลง กูหลังก็วิ่งกลับเข้าไปในเทียนเก๋อโดยไม่หันหลังกลับมามองอีก
“กูหลัง......”
เฉินตงใบหน้าซีดเผือด เขากระซิบออกมาเบาๆ อย่างอ่อนแรง
“ไป !”
ฉู่เจียนเจียกลับพูดออกมาอย่างเย็นชาเพียงแค่หนึ่งคำ พร้อมทั้งกับริมฝีปากสีแดงระเรื่อของเธอ
ร่างกายที่บอบบางของเธอ ค่อยๆ แบกเฉินตงขึ้นไปไว้บนหลังอย่างยากลำบาก จากนั้นจึงรีบวิ่งออกจากหมู่ตึกยู่ ฉวนในทันที
ตอนนี้เอง
จางหยู่หลันและคุณท่านใหญ่ตระกูลจางเองก็รีบวิ่งออกมาจากเทียนเก๋ออย่างปลอดภัย
เมื่อเห็นศพมากมายที่นอนเรียงรายอยู่บนพื้นด้านนอกเทียนเก๋อ สองปู่หลานก็รู้สึกตื่นกลัวขึ้นมาพร้อมกัน
พวกเขาหันกลับไปมองการต่อสู้อย่างดุเดือดที่กำลังเกิดขึ้นในเทียนเก๋อ
“หยู่หลัน เอาชีวิตรอดสำคัญที่สุด !”
คุณท่านใหญ่ตระกูลจางลากจางหยู่หลันวิ่งออกไปด้านนอกโดยไม่หันกลับมามองอีก
ภานในเทียนเก๋อ
คละคลุ้งไปด้วยกลิ่นคาวเลือด
ทั้งเสียงโห่ร้องและเสียงครวญครางดังต่อเนื่องไม่หยุด
ตอนที่โจวเย่นชิวนำกำลังของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของหมู่ตึกยู่ฉวนมาถึงเทียนเก๋อ
บนพื้นก็มีศพนอนจมกองเลือดอยู่เป็นจำนวนมาก ทำให้โจวเย่นชิวรู้สึกขนลุกและตัวสั่นไปทั้งตัว
อีกทั้งตอนนี้ เหตุการณ์ในเทียนเก๋อดูเหมือนจะสงบลงจนเป็นปกติแล้ว
กลิ่นคาวเลือดลอยคละคลุ้งเตะจมูกจนทำให้รู้สึกอยากจะอาเจียน
โจวเย่นชิวยืนนิ่ง มองเข้าไปในเทียนเก๋อด้วยความตกตะลึง ภายใต้แสงสว่างของโคมไฟ ทำให้เขาสามารถเห็นรอยเลือดที่สาดกระเซ็นอยู่เต็มไปหมด พร้อมทั้งศพที่นอนเรียงรายอยู่จำนวนมาก
เขาตัวสั่นและรู้สึกอ่อนปวกเปียกไปทั้งตัว
ตอนนี้เขารู้สึกราวกับว่าท้องฟ้าถล่มลงมา
โจวเย่นชิวกับฟันและกำหมัดแน่น เขาค่อยๆ เดินนำเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเข้าไปในเทียนเก๋อ
ในตาของเขามองเห็นสภาพที่น่าเวทนา
ศพจำนวนสิบกว่าศพนอนจมกองเลือดอยู่
เลือดถึงขั้นไหลออกมาเป็นกอง จนมาติดอยู่ที่เท้า
“มา ช้าขนาดนี้เลยหรือ ?”
จู่ๆ น้ำเสียงที่ฟังดูเย็นชาก็ดังขึ้น
ทำให้โจวเย่นชิวและบรรดาเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยตกใจจนตัวสั่นพร้อมกัน
เมื่อหันไปมอง
มีคนสองคนกำลังนั่งพิงเสาอยู่บนพื้นดินท่ามกลางกองเลือด
ซึ่งก็คือคุนหลุนและกูหลัง
ตอนนี้ร่างกายของทั้งสองได้รับบาดเจ็บและฟกช้ำ คุนหลุนมีเลือดอาบอยู่ทั่วตัว เสื้อผ้าที่สวมใส่อยู่ก็ขาดรุ่งริ่ง
ส่วนกูหลังมีบาดแผลอยู่ที่หน้าอกซึ่งยังคงมีเลือดไหลออกมาไม่หยุด สีหน้าซีดเผือด แต่แววตากลับฉาบประด้วยประกายของความกระหายเลือด
ทั้งสองจ้องมองไปที่โจวเย่นชิวพร้อมกัน