ตอนที่ 205
บทที่ 205 ฆ่าให้หมด ไม่เว้นแม้แต่คนเดียว
October 28, 2026
เอี๊ยด !
จู่ๆ รถพอร์เชอร์ 911 ก็ขับกวัดแกว่งไปมา และเบรกอย่างกะทันหันจนเกิดเสียงดัง
หลังจากขับกวัดแกว่งเป็นระยะทางหลายสิบเมตร เหตุการณ์ทุกอย่างก็กลับสู่ภาวะปกติ
ฉู่เจียนเจียนั่งหลังตรงอยู่บนที่นั่งคนขับ มือทั้งสองข้างจับพวงมาลัยแน่น
สีหน้าของเธอตื่นตระหนกและมีเหงื่อไหลท่วมตัว
เกือบไปแล้ว
เมื่อกี้เกือบไปแล้ว !
ถ้าไม่ใช่เพราะเธอตอบสนองได้อย่างรวดเร็ว รถอาจจะพลิกคว่ำไปแล้ว
ฉู่เจียนเจียสูดหายใจลึก แล้วหันไปมองเฉินตงอย่างรู้สึกผิด : “ขอโทษด้วยคุณเฉิน คุณบังคับฉันเองนะ ฉันเพียงแค่อยากจะเจรจาธุรกิจอย่างจริงจังกับคุณเท่านั้น”
เฉินตงในเวลานี้ นอนเอนศีรษะลงไปบนเบาะเรียบร้อยแล้ว
บนใบหน้าของเขายังคงฉาบไปด้วยสีแดงระเรื่อของความมึนเมาอยู่ และหมดสติไปเรียบร้อยแล้ว
เมื่อครู่ตอนที่ยาในตัวของเฉินตงกำลังออกฤทธิ์ หลังจากที่ฉู่เจียนเจียตื่นตระหนก เธอก็รีบลงมืออย่างเด็ดขาดในทันที
เธอตีจนกระทั่งเฉินตงหมดสติไป
ซึ่งใช้เวลาเพียงแค่ช่วงหลายสิบเมตรที่รถขับกวัดแกว่งไปมาเท่านั้น
ในขณะที่กำลังตื่นตระหนก ฉู่เจียนเจียไม่อาจคิดหาวิธีอื่นเพื่อจะมาหยุดยั้งได้ทันจริงๆ
คงไม่สามารถปล่อยให้เฉินตงทำอะไรลงไปโดยขาดสติได้หรอกจริงไหม ?
เธอไม่ใช่จางหยู่หลันเสียหน่อย
“จางหยู่หลัน วิธีการของตระกูลจางของเธอมันสกปรกจริงๆ !”
ฉู่เจียนเจียกล่าวดูถูกตระกูลจางไปหนึ่งประโยค จากนั้นจึงเร่งความเร็วเครื่องของรถพอร์เชอ911ขึ้นอีกครั้ง
......
คืนนี้ เมืองทั้งเมืองกำลังถูกคลื่นใต้น้ำโหมกระหน่ำ
โจวเย่นชิวอยู่ในอารมณ์โกรธและหงุดหงิดเป็นอย่างมาก เขาใช้อำนาจและกำลังทั้งหมดที่เขามี เพื่อสอบสวนเรื่องที่เกิดขึ้นในหมู่ตึกยู่ฉวนให้ถึงที่สุด
เรื่องนี้ เกี่ยวพันถึงชีวิตของเฉินตง
อีกทั้งยังเห็นได้ชัดว่านักฆ่าทั้งสิบกว่าคนนั้น ต่างพุ่งเป้ามาที่เฉินตงเพียงคนเดียว
ถ้าหากไม่สามารถสืบให้กระจ่างได้
ตระกูลเฉินคงจะต้องโกรธเขาเป็นฟืนเป็นไฟอย่างแน่นอน
ถึงขั้นว่า คนที่อยู่ร่วมในเหตุการณ์ทุกคน ก็ไม่อาจหนีจากความรับผิดชอบครั้งนี้ไปได้
ต่อให้เป็นตระกูลจางและตระกูลฉู่ก็ตาม !
มีเพียงสิ่งเดียวที่ทำให้โจวเย่นชิวยังรู้สึกโชคดีนั่นก็คือ คุนหลุนและกูหลังพยายามต่อสู้อย่างถึงที่สุดจนสามารถปกป้องเฉินตงให้หนีออกไปได้
ฉู่เจียนเจียเองก็สามารถพาตัวเฉินตงออกไปจากเหตุการณ์หน้าสิ่วหน้าขวานได้อย่างปลอดภัย
ในที่สุด หน่วยข่าวกรองก็รายงานกลับมาว่า ฉู่เจียนเจียพาเฉินตงไปส่งยังโรงพยาบาลลี่จิงเรียบร้อยแล้ว และคนก็อยู่ในอาการปลอดภัย
หลังจากได้ยินข่าวนี้ โจวเย่นชิวก็รู้สึกโล่งใจไม่น้อย
แต่เขาก็ยังคงนอนไม่หลับตลอดทั้งคืน
เช้าตรู่วันรุ่งขึ้น
ภายในเทียนเก๋อถูกทำความสะอาดจนหมดจด
โจวเย่นชิวไม่กล้าหยุดพัก เขารีบมุ่งหน้าไปยังโรงพยาบาลลี่จิงตั้งแต่ช่วงเช้าตรู่ทันที
เฉินตงนอนอยู่ปนเตียงผู้ป่วย ยังคงหมดสติอยู่
ฉู่เจียนเจียคอยนั่งเฝ้าอยู่ข้างๆ ส่วนอีกฝั่งหนึ่งคือผู้อำนวยการหลิวและทีมแพทย์ชั้นแนวหน้า
การพยายามช่วยเหลือเกือบครึ่งคืน ทำให้ผู้อำนวยการหลิวและทีมแพทย์ชั้นนำต่างก็อยู่ในสภาพที่อ่อนเพลียไม่น้อย
“คุณหนู เฉินตงเป็นหลานเขยของผม ผมใช้ทีมแพทย์ชั้นยอดที่มีทั้งหมดในโรงพยาบาลเพื่อให้การช่วยเหลืออย่างสุดความสามารถ ตอนนี้พ้นขีดอันตรายแล้ว คุณวางใจเถอะ”
ผู้อำนวยการหลิวพูดกับฉู่เจียนเจีย
ด้านหนึ่งคือพูดเพื่อปลอบประโลม แต่อีกด้านหนึ่งก็พูดเพื่อแสดงความเป็นเจ้าของแทนกู้ชิงหยิ่ง
อย่างไรเสีย สำหรับผู้อำนวยการหลิวแล้ว การที่ชายหญิงเข้ามาในโรงพยาบาลด้วยภาวะฉุกเฉินตามลำพัง ก็ถือเป็นเรื่องน่าแปลกอยู่ดี
อีกทั้งรูปร่างหน้าตาของฉู่เจียนเจีย ก็ไม่ด้อยไปกว่ากู้ชิงหยิ่งเลย
“ขอบคุณผู้อำนวยการกับทีมแพทย์ทุกท่านมากค่ะ”
ฉู่เจียนเจียลุกขึ้นโค้งคำนับด้วยท่าทีอ่อนแรง
“คุณดูแลเฉินตงมาทั้งคืนแล้ว ผมจะรีบติดต่อให้คู่หมั้นของเขามาที่โรงพยาบาลให้เร็วที่สุด”
ผู้อำนวยการหลิวพูดพลาง ก็พาคณะแพทย์เดินออกจากห้องพักผู้ป่วยไป
ฉู่เจียนเจียนั่งอยู่บนเก้าอี้ด้วยความอ่อนเพลีย เธอนั่งมองเฉินตงและเหม่อลอยไป
ทันใดนั้นเอง เธอก็นึกถึงเรื่องที่เกิดขึ้นในรถขณะที่พาเฉินตงมาส่งที่โรงพยาบาลเมื่อคืน
จากนั้นใบหน้าของเธอก็เริ่มแดงโดยไม่รู้ตัว มือทั้งสองข้างกุมเข้าหากัน
แต่เมื่อมองดูผ้าพันแผลที่พันอยู่บนร่างกายของเฉินตง เธอก็กัดริมฝีปากแดงระเรื่อของเธอเอาไว้แน่น จากนั้นจึงกระซิบออกมาเบาๆ