ตอนที่ 223
บทที่ 223 แผนการ !
October 28, 2026
ลมเย็นโชยอ่อนยามค่ำคืน
บริเวณชายหาด มีเกลียวคลื่นหมุนวนเข้ามากระทบฝั่ง
หลังจากดื่มด่ำกับอาหารมื้อใหญ่แล้ว
เฉินตงและกู้ชิงหยิ่งก็จูงมือกันเดินเล่นบนชายหาด
คุนหลุนกับกูหลังแยกตัวออกไปสักพักแล้ว เพื่อที่จะไปรอต้อนรับทีมช่างภาพที่เพิ่งจะเดินทางมาถึง
ลมทะเลที่มีกลิ่นอายของความเค็มเล็กน้อยพัดมาทำให้ความร้อนเบาบางลง
“เฉินตง”
จู่ๆ กู้ชิงหยิ่งก็หยุดเดิน เธอเงยหน้าขึ้นมองเฉินตงด้วยแววตาที่เป็นประกายราวกับดวงดาวที่ระยิบระยับอยู่บนท้องฟ้า เป็นแววตาที่เต็มไปด้วยความคาดหวังอย่างแรงกล้า : “พวกเรามาเต้นรำที่นี่กันไหม ?”
เต้นรำ ?
เฉินตงรู้สึกเก้อเขินเล็กน้อย เขาส่ายหัว : “ผมเต้นรำไม่เป็น”
เขาเหลือบมองผู้คนที่เดินผ่านไปผ่านมารอบๆ จากนั้นจึงยักไหล่ : “อีกอย่าง คนเยอะขนาดนี้ น่าอายจะตายไป”
“ช่างเถอะ”
กู้ชิงหยิ่งมุ่ยปากด้วยความรู้สึกผิดหวังเล็กน้อย
เธอปล่อยมือเฉินตง แล้วเอามือทั้งสองข้างไขว้หลัง จากนั้นจึงเดินต่อไปบนชายหาด
เฉินตงลังเลและตัดสินใจไม่พูดอะไรออกมา
เขาเต้นรำไม่เก่งจริงๆ
เวลาสี่ปีในรั้วมหาวิทยาลัยของเขาหมดไปกับการต่อสู้ดิ้นรน ทำงานและเรียนหนังสือ
เข้าเคยเข้าเป็นสมาชิกหลายชมรม แต่นั่นก็เพื่อพัฒนาศักยภาพของตัวเขาเอง
ส่วนการเต้นรำนั้น เป็นสิ่งที่ไม่ได้ให้ประโยชน์อะไรแก่เขาในเวลานั้น
ยิ่งไปกว่านั้น ตอนนั้นพวกเขาทั้งสองอยู่บนชายหาดที่มีผู้คนมากมายขนาดนี้
ทันใดนั้น เฉินตงเหลือบตาไปมอง และนึกแผนการขึ้นมาในใจ
มีทั้งสองข้างของกู้ชิงหยิ่งไขว้อยู่ด้านหลัง เธอเดินเตะพื้นทรายอย่างไร้จุดหมาย ในใจเต็มไปด้วยความรู้สึกผิดหวัง
ฉากหลังที่งดงามขนาดนี้ ถูกตระเตรียมเอาไว้สำหรับถ่ายภาพแต่งงาน
เธออยากเต้นรำร่วมกับเฉินตงสักครั้ง ยิ่งไปกว่านั้น ครั้งนี้ถือเป็นโอกาสที่หาได้ยากยิ่งที่เธอจะได้อยู่กับเฉินตงตามลำพัง
จึงน่าจะมีอะไรที่พิเศษ เพื่อเก็บเอาไว้เป็นความทรงจำถึงจะถูก ?
“คงโง่นี่ช่างไม่รู้จักความสนุกสนานในชีวิตเอาเสียเลย”
กู้ชิงหยิ่งบ่นพึมพำ
หลังจากพูดจบ
“เสี่ยวหยิ่ง !”
มีเสียงของเฉินตงดังขึ้นมาจากทางด้านหลัง
กู้ชิงหยิ่งหันกลับไปมอง ใบหน้าของเธอถูกปกคลุมไปด้วยแสงสว่างจ้า ทำให้แสดงสีหน้าประหลาดใจออกมาทันที
ดอกไม้ไฟถูกจุดขึ้น เป็นประกายไฟสวยงาม
มือข้างหนึ่งของเฉินตงถือดอกไม้ไฟเอาไว้ ส่วนมืออีกข้างหนึ่งถือลูกโป่งแฟนซีช่อใหญ่หลากหลายสีสัน และยืนนิ่งอยู่กับที่
และบนพื้นทรายที่เขายืนอยู่นั้น มีรูปศรปักหัวใจวาดอยู่บนพื้นทราย
ภาพนี้ ดูเป็นภาพที่เรียบง่าย
แต่เมื่อปรากฏขึ้นภายใต้ท้องฟ้ายามค่ำคืน กลับกลายเป็นฉากที่มีสีสันงดงามตระการตา
และระยิบระยับจากลูกโป่งและดอกไม้ไฟที่งดงาม ทำให้รู้สึกถึงบรรยากาศชวนฝันและแสนวิเศษ
ทำให้ผู้คนที่อยู่โดยรอบต่างก็ค่อยๆ หันมามอง
เฉินตงค่อยๆ เดินเข้าไปกู้ชิงหยิ่ง แล้วยิ้มอย่างอ่อนโยน : “อย่าโกรธเลยนะ ผมเต้นรำไม่เป็น แต่ผมก็มอบลูกโป่งให้คุณได้นะ”
ขณะที่พูดอยู่นั้น เข้าก็ยื่นลูกโป่งหลากสีช่อใหญ่ที่อยู่ในมือให้กับกู้ชิงหยิ่ง
กู้ชิงหยิ่งตกอยู่ในภวังค์ จากนั้นเธอก็ยิ้มหวานออกมา
“ถือว่าคุณฉลาด ไปกันเถอะ กลับโรงแรมกัน คนหันมามองใหญ่แล้ว”
กู้ชิงหยิ่งคล้องแขนของเฉินตงแล้วยืนก้มหน้าก้มตาด้วยความเขินอาย จากนั้นจึงพากันเดินกลับโรงแรมไป
เป็นเพราะสายตาที่ผู้คนจับจ้องมา ทำให้เธอรู้สึกได้ถึงความอิจฉาอย่างรุนแรง ถึงขั้นที่ว่า เธอแอบได้ยินหญิงสาวคนหนึ่งกำลังกล่าวตำหนิแฟนหนุ่มของตนเอง ว่าทำไมถึงไม่รู้จักเลียนแบบเฉินตงเสียบ้าง
สิ่งนี้ทำให้เธอรู้สึกทั้งดีใจและเก้อเขินในเวลาเดียวกัน
ขณะที่เฉินตงและกู้ชิงหยิ่งกลับถึงโรงแรม
ก็เห็นคนกลุ่มใหญ่ยืนอยู่ที่หน้าประตูโรงแรมที่อยู่ห่างออกไปไกลๆ
เสียงของผู้คนดังเซ็งแซ่
ยิ่งไปกว่านั้นมีเสียงสัญญาณเตือนภัยของรถตำรวจดังขึ้นอีกด้วย
และห่างออกไม่ไกล มีรถตำรวจที่เปิดไฟฉุกเฉินเอาไว้อีกหลายคัน
“เกิดเรื่องอะไรขึ้น ?”
กู้ชิงหยิ่งรู้สึกประหลาดใจ
เฉินตงขมวดคิ้ว
ทั้งสองเดินตรงไปยังประตูโรงแรมด้วยความอยากรู้
ขณะที่กำลังเดินเข้าไปท่ามกลางฝูงชน
ทันใดนั้น ก็มีคนสองคนกระโจนออกมาจากพุ่มไม้ด้านข้าง
รวดเร็วราวกับสายฟ้า
กู้ชิงหยิ่งตกใจจนกรีดร้องออกมา แต่กลับถูกคนคนหนึ่งยกมือขึ้นมาปิดปากเอาไว้
เฉินตงตอบสนองอย่างรวดเร็วและรุนแรง เขาใช้หมัดต่อยเข้าใส่คนที่อยู่ตรงหน้า
ตุ๊บ !
มีมือขนาดใหญ่จับข้อมือของเฉินตงเอาไว้
“คุณชาย ผมเอง !”