ตอนที่ 224
บทที่ 224 จริงและปลอม
October 28, 2026
เสียงตะโกนที่ดังขึ้นอย่างกะทันหัน
ทำให้เฉินตงรู้สึกหวาดกลัว
ส่วนคุนหลุนและกูหลังกลับมีท่าทีที่ดุดันยิ่งขึ้น
“วางมือลง !”
เฉินตงตะคอกออกมาอย่างเย็นชา
“คุณชาย......”
“คุณเฉิน......”
คุนหลุนและกูหลังร้อนใจมาก พวกเขาหันมองเฉินตงพร้อมกัน
จากนั้นจึงหันมองตำรวจที่วิ่งกรูกันเข้ามาจากที่ไกลๆ
เฉินตงอยู่ในท่าทีที่เคร่งขรึม เขากัดฟันพูดออกมาว่า : “อย่าขยับ !”
“เฉินตง......”
กู้ชิงหยิ่งตาแดงก่ำ เธอตกใจจนสีหน้าซีดเผือด
เฉินตงชูมือทั้งสองข้างขึ้น จากนั้นจึงหันหลังกลับ เขาก้มหน้าแล้วค่อยๆ จูบลงบนหน้าผากของกู้ชิงหยิ่ง
“ไม่เป็นไร รอผมกลับมานะ ผมจะต้องกลับมาถ่ายภาพแต่งงานสวยๆ กับคุณแน่นอน จากนั้นก็จะมอบงานแต่งงานที่ทำให้ทุกคนต้องอิจฉาที่สุดให้แก่คุณ”
ทั้งสองสบตากัน
เป็นความอ่อนโยนที่ปลอบประโลมหัวใจราวกับสายน้ำ
กู้ชิงหยิ่งพยักหน้าอย่างแน่วแน่ : “ต้องไม่เป็นไรแน่นอน”
ตำรวจกลุ่มหนึ่งวิ่งตรงเข้ามา แล้วกระจายกำลังกัน รีบเข้าไปกดคุนหลุนและกูหลังลงกับพื้น
ส่วนตำรวจอีกสองสามนาย ก็เข้าไปล้อมเฉินตงเอาไว้ มีตำรวจนายหนึ่งมองสำรวจเฉินตงอย่างละเอียด แล้วพูดออกมาด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า
“พาตัวไป !”
ตั้งแต่ต้นจนจบ ภายใต้คำสั่งของเฉินตง คุนหลุนและกูหลังจึงไม่ได้ขัดขืนเลยแม้แต่น้อย
ยังดีที่ตำรวจนำตัวเฉินตงไปเพียงแค่คนเดียว โดยไม่ได้ทำอันตรายกู้ชิงหยิ่ง คุนหลุนและกูหลัง
หลังจากที่มองดูรถตำรวจเหล่านั้นขับออกไป
“พี่คุนหลุน เฉินตงไม่เป็นอะไรใช่ไหม ?”
กู้ชิงหยิ่งพยายามระงับสติอารมณ์ของตนเองเอาไว้ แต่น้ำเสียงก็ยังคงสั่นเครือเล็กน้อย
คุนหลุนสีหน้าเคร่งเครียด : “ผมจะรีบติดต่อท่านหลงกับท่านเจ้าบ้านเดี๋ยวนี้”
เขาอาศัยอยู่ในตระกูลเฉินมานาน จึงรู้ถึงความร้ายแรงของเหตุการณ์นี้ดี
ตระกูลฉินเปิดเผยแผนการออกมาอย่างโจ่งแจ้งเช่นนี้ ถ้าไม่รับจัดการให้เรียบร้อยโดยเร็ว
เหตุการณ์คงจะยิ่งบานปลายใหญ่โตอย่างแน่นอน
ซึ่งนี่ไม่เป็นการดีต่อเฉินตงเลยแม้แต่น้อย
ส่วนเรื่องหลักฐาน หลักฐานบ้าบออะไรกัน !
ความแค้นของตระกูลใหญ่ อย่าว่าแต่ไม่มีหลักฐานเลย เพราะตั้งแต่ต้นจนจบก็ไม่มีการพูดคุยถึงเรื่องหลักฐานอยู่แล้ว
สิ่งที่ตระกูลฉินต้องการก็คือ กวนน้ำให้ขุ่น
จากนั้นก็จับ “ปลาใหญ่” อย่างคุณชายเอาไว้ !
“กลับโรงแรมกันก่อน”
คุนหลุนใบหน้าเคร่งเครียด สีหน้าเย็นชาราวกับน้ำแข็ง
ร่างกายที่สูงใหญ่กำยำราวกับหอคอยโลหะของเขา แผ่รังสีของความอำมหิตออกมา ทำให้เกิดบรรยากาศที่อึมครึมและน่าอึดอัดเป็นอย่างมาก
แต่สำหรับกู้ชิงหยิ่งและกูหลังแล้วนั้น กลับรู้สึกเหมือนมีเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจอย่างดี
......
เสียงสัญญาณฉุกเฉินของรถตำรวจดังจนแสบแก้วหู
ขบวนรถตำรวจกำลังวิ่งอยู่บนถนนสาธารณะ
ตลอดทางวิ่งด้วยความเร็วราวกับสายฟ้า
แม้กระทั่งตรงสี่แยกก็ไม่มีการหยุดรถตามสัญญาณไฟจราจร ทำให้รถหลายคันที่สัญจรอยู่บนถนน ต้องหลีกทางให้ด้วยความกลัว
เฉินตงนั่งอยู่บนรถ มือทั้งสองข้างของเขาถูกใส่กุญแจมือเอาไว้
มีตำรวจนั่งขนาบอยู่สองข้างทั้งซ้ายและขวา
ส่วนที่นั่งข้างคนขับ ก็มีตำรวจนั่งอยู่ด้วยอีกรายหนึ่ง เมื่อนับรวมคนขับแล้ว
ก็มีคนจำนวนทั้งสิ้นห้าคนที่อยู่บนรถ
บรรยากาศเงียบสงัด
จนทำให้รู้สึกอึดอัด
เฉินตงมีท่าทีเย็นชา เขาขมวดคิ้วแน่น แล้วมองดูภาพถนนที่รถเคลื่อนผ่านด้านนอกหน้าต่าง
นี่คือสิ่งที่ตระกูลฉินต้องการ
ตอนนี้ต่อให้เขาพูดอะไรมากเท่าไหร่ก็ไร้ประโยชน์
แต่เขาแน่ใจว่า หากคืนนี้ไม่มีหลักฐาน อย่างมาก ตำรวจก็คงจับเขาขังเอาไว้สักคืน จากนั้นคงปล่อยตัวเขาออกมา
การแก้แค้นของตระกูลใหญ่ แต่ไหนแต่ไรมาก็มักจะเป็นการกระทำการอย่างลับๆ
มีเพียงแค่ยอมฉีกหน้ากาก แล้วตัดสินใจที่จะร่วมหัวจมท้ายกับอีกฝ่ายแล้วเท่านั้น จึงจะกล้าเปิดเผยเรื่องทุกอย่างออกมาสู่สายตาสาธารณชนอย่างโจ่งแจ้ง
สิ่งที่เขาพอจะคิดได้ ตระกูลฉินเองก็คงจะคิดได้เช่นกัน
แต่เขารู้ดีว่า ถ้าหากท่านหลงและพ่อไม่รีบจัดการเรื่องทุกอย่างให้จบสิ้นโดยเร็ว ไม่แน่ว่าตระกูลฉินก็อาจจะมีแผนการขั้นต่อไปวางเอาไว้แล้วก็ได้
“โถ่เว่ย ร้อนจะตายอยู่แล้ว”
ตำรวจที่นั่งอยู่ตรงที่นั่งข้างคนขับสบถออกมา จากนั้นจึงโยนหมวกลงบนคอนโซลรถ แล้วจุดบุหรี่ขึ้นมาสูบ
แควก !
จากนั้นเขาก็ดึงอินทรธนูที่อยู่บนบ่าออก แล้วโยนทิ้งไปข้างๆ
เฉินตงรู้สึกตกใจทันที
เกิดความงุนงงขึ้นในแววตาของเขา
เขาจ้องมองไปที่หมวกตรงคอนโซลรถ และมองไปที่อินทรธนูที่ถูกโยนทิ้งลงบนเบรกมืออย่างไม่ตั้งใจ
ทำส่งๆ......แบบนี้ก็ได้หรือ ?
เกียรติยศของตำรวจ สามารถโยนทิ้งได้อย่างง่ายดายเช่นนี้เลยหรือ ?
เขาเหลือบมองตำรวจสองคนที่นั่งขนาบอยู่ทั้งซ้ายและขวาโดยไม่รู้ตัว จากนั้นก็ขมวดคิ้วแน่น
ถึงแม้ทั้งสองคนจะนั่งอยู่อย่างสง่างาม แต่ก็มีอารมณ์บางอย่างปรากฏขึ้นที่หว่างคิ้วของพวกเขา สิ่งนี้ทำให้เขารู้สึกสงสัยเป็นอย่างมาก
ไม่ใช่ว่าเฉินตงไม่เคยเห็นตำรวจมาก่อน แต่น้อยนักที่จะเห็นตำรวจที่มีท่าทีดังเช่นที่ปรากฏอยู่ตรงหน้าในตอนนี้