ตอนที่ 225
บทที่ 225 หนี !
October 28, 2026
ต้องลองดูสักตั้งในขณะที่ยังมีโอกาส
หากไม่ขึ้นฮึดสู้ ถ้าตกอยู่ในมือของตระกูลฉินแล้ว ก็คงไม่ต้องคาดเดาถึงผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้นอีกต่อไป
ในพจนานุกรมของเฉินตง ไม่เคยมีคำว่า “รอความตาย” บัญญัติเอาไว้
ต่อให้ต้องตาย เขาก็ขอต่อสู้จนตัวตาย
ทันทีที่เขาตัดสินใจเช่นนี้
เจตนาฆ่าในแววตาของเขาก็ทวีความรุนแรงจนถึงขีดสุด
ทันใดนั้น
ตัวเขาก็สั่นเทา
“ฮ่าๆ” เฉินตงหัวเราะออกมา
เสียงหัวเราะทำให้ตำรวจที่นั่งขนาบอยู่สองข้างตกตะลึง
ส่วนตำรวจวัยกลางคนที่นั่งอยู่ตรงที่นั่งข้างคนขับก็รู้สึกตกใจจนต้องหันมามอง จากนั้นจึงโยนก้นบุหรี่ที่อยู่ในมือใส่เฉินตง
“แกหัวเราะอะไรของแก ?”
รอยยิ้มของเฉินตงยิ่งดูสดใสยิ่งขึ้น เขามองตรงไปยังตำรวจวัยกลางคนด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยเจตนาฆ่าที่รุนแรง
“ของปลอม ยังไงก็เป็นของจริงไปไม่ได้ !”
แววตาของตำรวจวัยกลางคนเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก เขาขมวดคิ้วทันที
ตำรวจที่เป็นคนขับรถเองก็เหยียบเบรกอย่างกะทันหัน จนรถสั่นไปมา
“ไอ้บ้าเอ๋ย แกขับให้มันดีๆ หน่อยไม่ได้หรือไง ?”
หัวของตำรวจวัยกลางคนเกือบกระแทก เขาจึงหันไปต่อยไหล่ของตำรวจคนที่ทำหน้าที่ขับรถด้วยความโกรธ
จากนั้น เขาก็หันกลับไปมองเฉินตงด้วยความโมโห : “แกพูดบ้าอะไรกัน ?”
แน่ใจแล้ว !
ตัวปลอมแน่นอน !
รอยยิ้มที่ปรากฏอยู่บนใบหน้าของเฉินตงยิ่งชัดเจนขึ้น เขาค่อยๆ หรี่ตาลง
เขาทำเช่นนี้เพราะเกรงว่าการสันนิษฐานของตนเองนั้นจะผิดพลาด จึงได้แสร้งทดสอบดู
ตำรวจอาจจะวางตัวไม่ดี หรืออาจจะไม่สนใจเกียรติยศศักดิ์ศรีได้
แต่ในเมื่อเป็นตำรวจเหมือนกัน ต่อให้เป็นหัวหน้ากับลูกน้อง นำเสียงและคำพูดที่ใช้ก็คงไม่หยาบคายถึงขนาดนี้ !
พวกนักเลงเท่านั้น ที่จะแสดงกิริยาเช่นนี้ออกมา
ตุ๊บ !
ทันใดนั้นเอง เฉินตงก็โค้งตัวลงเหมือนคันธนู แล้วดีดตัวกลับ ใช้หัวกระแทกเข้าที่ใบหน้าของตำรวจคนที่นั่งอยู่ทางด้านซ้าย
“โอ๊ย !”
เสียงร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวด ดังก้องอยู่ในรถตำรวจ
เหตุการณ์ชุลมุนวุ่นวายขึ้นทันที
ตำรวจที่ทำหน้าที่ขับรถตกใจจนมือไม้สั่น
รถที่กำลังแล่นด้วยความเร็วก็เริ่มวิ่งคดเคี้ยวเหมือนงูเลื้อย
แต่ทว่า นี่คือสิ่งที่เฉินตงต้องการให้เกิดขึ้น
ยิ่งชุลมุนยิ่งดี
“ไอ้บ้าเอ๋ย นี่แกกล้าขัดขืนหรือ ?”
สีหน้าของตำรวจวัยกลางคนเปลี่ยนไปทันที เขายื่นมือเข้าไปคว้ากระบองที่เหน็บอยู่บนตัวออกมา จากนั้นจึงฟาดไปที่เฉินตง
เฉินตงไม่อาจหลบไปไหนได้ เขาจึงรีบหันหลังให้ทันที “เผียะ” เสียงตีดังขึ้น หลังของเขาถูกตีเข้าอย่างแรงจนแทบรู้สึกหายใจไม่ออก
ในขณะนี้ ตำรวจมือขวาก็ตกตะลึงตื่นขึ้นมา พุ่งเข้าไปหาตัวเขาโซซัดโซเซ
เฉินตงร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด จากนั้นจึงใช้หัวพุ่งชนเข้าใส่ตำรวจด้วยความโมโห
ตุ๊บ !
เพล้ง......
ตำรวจถูกพุ่งชนจนตัวเอียง หัวของเขากระแทกกับกระจกรถจนแตก
จากนั้น เขาก็ใช้เท้าเตะไปยังตำรวจคนที่ถูกเขาโจมตีในตอนแรก
ในช่วงคับขัน เขาพุ่งเข้าจู่โจมอย่างต่อเนื่อง
เขาหวดไม้กระบองใส่ตำรวจวัยกลางคนด้วยความโมโหสองสามครั้ง และตะโกนออกมาอย่างดุร้ายราวกับสัตว์ป่า จากนั้นเขาจึงกัดเข้าที่ใบหูของตำรวจที่ทำหน้าที่ขับรถ
“โอ๊ย !”
เสียงกรีดร้องดังตามมาทันที คนขับรถที่ได้รับบาดเจ็บรู้สึกตกใจกลัวเป็นอย่างมาก
มือของเขาตบลงบนพวงมาลัยสองครั้งด้วยสัญชาตญาณ
เอี๊ยด......
รถวิ่งคนเคี้ยวราวกับงูเลื้อย รถลอยขึ้นเหนือพื้นดินแล้วพุ่งไกลออกไปอีกสิบกว่าเมตร จากนั้นก็พลิกคว่ำและกลิ้งต่อไปอีกสิบกว่าเมตร แล้วจึงหยุดนิ่ง
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหัน ทำให้รถตำรวจอีกสองสามคันที่ขับตามหลังมาไม่ทันได้ตั้งตัว
เสียงเบรกรถอย่างกะทันหันดังขึ้นต่อเนื่อง รถตำรวจจอดห่างออกไปสิบกว่าเมตร
ตุ๊บ !
เฉินตงใช้เท้าเตะประตูรถออกมา
เขาออกมาจากรถอย่างทุลักทุเล แล้วลุกยืนขึ้น บนตัวของเขาเต็มไปด้วยเศษกระจกที่แตกละเอียด บนหัวของเขามีเลือดสดที่ค่อยๆ ไหลอาบแก้มลงมา
ในช่วงชุลมุนเช่นนี้ เขาเองก็ไม่ค่อยแน่ใจว่า แผลนี้เกิดขึ้นจากการที่ถูกตำรวจวัยกลางคนตีด้วยกระบอง หรือเกิดจากการกระแทกขณะที่รถพลิกคว่ำกันแน่
เลือดสีแดงสดทำให้ตาพร่ามัว เฉินตงพยายามกะพริบตาถี่ๆ สองครั้ง จากนั้นจึงวิ่งหนีเข้าไปในเขตทุรกันดารข้างถนนโดยไม่ได้สนใจเส้นทาง
หากเขาหนีรอด ก็อาจจะยังรักษาชีวิตเอาไว้ได้
แต่ถ้าหากหนีไม่รอด เขาคงจะต้องตายอย่างแน่นอน !
แต่ทว่า การที่มือทั้งสองข้างของเขาถูกใส่กุญแจมืออยู่ ทำให้ความเร็วในการวิ่งของเขาลดลงไปมาก
ด้านหลังมีเสียงตะโกนด้วยความโมโหดังตามมา
หลังจากที่ตำรวจวัยกลางคนปีนออกมาจากในรถได้สำเร็จ เขาก็รีบตะโกนเรียกเหล่าตำรวจปลอมที่อยู่ในรถคันที่เหลือ ให้รีบวิ่งตามเฉินตงไปทันที
“โธ่เว้ย แกหนีไม่รอดหรอก แกหนีไม่รอดหรอก !”
เฉินตงไม่ได้สนใจ ใบหน้าของเขาเย็นชา แววตาของเขามั่นคง
วิ่ง !