ตอนที่ 235
บทที่ 235 พี่ตง พี่ไม่น่าจะพูดอะไรแบบนี้ได้?
October 28, 2026
กู้ชิงหยิ่งรู้ว่าเฉินตงเป็นคนรวย
ผู้ชายคนนี้ไม่เคยตระหนี่ขี้เหนียวกับเธอและคนรอบข้าง
แต่คนที่พร่ำบอกอยู่ตลอดว่าจะซื้อรถ แต่ก็อาศัยรถคนอื่น และยังไม่ยอมซื้อมันสักที
จู่ๆก็มาซื้อรถบูกัตติเวย์รอน ?
รถคันนี้ ราคาเริ่มต้นก็ไม่ต่ำกว่า 25 ล้าน!
จากที่รู้จักกับเฉินตงมา แม้ว่าเขาจะมีเงิน โดยหลักทั่วไปแล้ว คงไม่ซื้อรถที่มีราคาแพงแบบนี้แน่
เงินสำหรับเฉินตงแล้ว มันมีค่ามาก
ที่เขาทุ่มให้กับคนรอบข้าง เป็นเพราะคนรอบข้างของเขานั้นสำคัญกว่าเงิน
แต่กลับตัวเองแล้ว เฉินตงก็ยังคงขี้เหนียวอยู่
ความสงสัยเพิ่มมากขึ้น ในสมองมีแต่ความไม่เข้าใจและงุนงงมากขึ้นไปอีก
เมื่อกู้ชิงหยิ่งเดินมาถึงชั้นล่างของบริษัท
เสียงแสบแก้วหูที่คำรามดังกึกก้องไปทั่วทั้งถนน
รถบูกัตติเวย์รอนราวกับสายฟ้าฟาด ถูกมองไปทั่วทั้งถนน และสุดท้ายก็จอดลงตรงหน้าของกู้ชิงหยิ่ง
“ชิงหยิ่ง รถผมเป็นยังไง?”
เฉินตงลงจากรถ เพื่อเปิดประตูให้กับกู้ชิงหยิ่งอย่างที่สุภาพบุรุษควรทำ
“ก็ดีค่ะ”
ดวงตาของกู้ชิงหยิ่งเป็นประกาย แล้วก็ขึ้นไปนั่งในรถ
เมื่อเสียงเครื่องยนต์ของรถบูกัตติเวย์รอนดังขึ้น กู้ชิงหยิ่งก็เอ่ยถามว่า:“คนขี้เหนียวแบบคุณ คิดยังไงถึงได้ซื้อรถที่ราคาแพงแบบนี้ได้คะ?”
“เงิน หามาได้ก็ต้องใช้มันไป”
เฉินตงที่กำลังขับรถอยู่ ก็พลันหัวเราะออกมาด้วยเช่นกัน
แววตาของกู้ชิงหยิ่งก็เปลี่ยนไป จ้องมองไปที่เฉินตง
ในตอนนี้ เธอเองกลับรู้สึกแปลกประหลาดในใจ
ต่อให้เฉินตงที่อยู่ตรงหน้า กับเฉินตงที่เธอรู้จักจะเหมือนกันมาก
แต่ความผิดปรกติเล็กน้อยนี้ กลับเรียกความสนใจที่แปลกประหลาดอยู่ไม่น้อย
“ทำไมครับ?”
เมื่อสังเกตเห็นสายตาของกู้ชิงหยิ่ง เฉินตงก็เอ่ยถามไปด้วยความสงสัย
“เปล่า ไม่มีอะไรค่ะ”
กู้ชิงหยิ่งส่ายหัว หัวเราะแล้วเปลี่ยนเรื่องคุย :“เออใช่ ไปเยี่ยมฉินเย่ คุณเตรียมของเยี่ยมไปด้วยหรือเปล่าคะ?”
หลังจากที่ห่างหายไปนาน การไปเยี่ยมฉินเย่อีกครั้ง ยังไงก็ต้องมีของเยี่ยมไปบ้าง มันคือมารยาทและน้ำใจ
“เตรียมแล้วครับ” เฉินตงตอบด้วยรอยยิ้ม
ณ โรงพยาบาลลี่จิง
ฉินเย่ยังคงนอนอยู่บนเตียงผู้ป่วย มีผ้าพันแผลที่ยังไม่ได้ถูกแกะออก
แต่สภาพในตอนนี้ดีขึ้นกว่าแต่ก่อนมาก อย่างน้อยก็ยังพอลุกลงจากเตียงแล้วยืดเส้นยืดสายเป็นเวลาสั้นๆได้
นอนอยู่บนเตียง กินแอปเปิลที่จางหยู่หลันปอกให้
ฉินเย่มองไปยังจางหยู่หลันที่อยู่ข้างเตียงอย่างเจ็บปวด ทำให้ไม่รับรู้รสชาติของอาหาร
ช่วงนี้จางหยู่หลันคอยมาอยู่ดูแลฉินเย่ที่โรงพยาบาล และในช่วงที่ดูแลนี้อยากจะพักผ่อนก็เป็นไปได้ยาก
ใบหน้าที่เคยสวยสดงดงาม ตอนนี้ก็อิดโรยและซีดเซียว ขอบตาก็คล้ำดำ
“หยู่หลัน พักสักหน่อยเถอะ” ฉินเย่เอ่ยพูดอย่างอ่อนโยน
“ฉันไม่เหนื่อยค่ะ” จางหยู่หลันส่ายหัว ยิ้มอย่างอ่อนโยน แต่ยากที่จะเก็บซ่อนความอิดโรยนั้นได้
เธอยื่นแอปเปิลที่ปอกเสร็จแล้วให้กับฉินเย่ :“เพิ่มวิตามินซีอีกหน่อยนะคะ มันดีต่อสุขภาพ”
ฉินเย่ไม่ได้รับมันไว้
แต่กลับส่ายหัว ยิ้มอย่างขมขื่น:“อันที่จริงแล้ว ผมไม่มีค่าพอที่คุณจะมาทำดีกับผมแบบนี้”
“เพราะอะไรคะ?”ท่าทีของจางหยู่หลันนิ่งไป
“ไม่มีเหตุผลอะไร ก็แค่ไม่มีค่าพอเท่านั้น”
ฉินเย่ส่ายหัวไปมา ท่าทางจริงจัง :“คุณกลับไปเถอะ ตอนนี้ผมไม่ต้องการให้คุณมาดูแลอีกแล้ว”
“แต่ว่า……”
จางหยู่หลันรู้สึกน้อยใจ ดวงตาเริ่มแดง
ท่าทีของฉินเย่เปลี่ยนไปในทันที มันทำให้เธอปรับตัวไม่ทัน
มองดูฉินเย่ที่มีท่าทีที่เย็นชา เธอรู้สึกหนักอึ้งไปทั้งทรวงอก
แต่แล้ว
“ในตอนที่ผมยังอารมณ์ดีอยู่ คุณไปเสียเถอะ ไม่งั้นอย่าโทษผมว่าผมไล่คุณละกัน”
ฉินเย่นอนพิงไปข้างหลังมีมือสองข้างหนุนศีรษะ และยิ้มอย่างเย็นชา:“คุณมาดูแลปรนนิบัติเดรัจฉานที่ฆ่าพ่อตัวเอง แบบนี้ทำไม ?”
“ฉินเย่……” จางหยู่หลันรู้สึกเสียใจเป็นอย่างมาก
หลายวันมานี้ เพื่อดูแลฉินเย่แล้ว เธอเองก็แทบจะไม่ได้นอน ต้องคอยเช็ดร่างกาย คอยให้น้ำเกลือ และแม้กระทั่งช่วยพยุงฉินเย่ตอนเข้าห้องน้ำ เป็นเธอที่คอยช่วยเหลืออยู่ตลอด