ตอนที่ 271
บทที่ 271 เหล้าสามแก้ว
October 28, 2026
ในเวลานี้ คฤหาสน์ตระกูลฉินเต็มไปด้วยผู้คนที่แน่นขนัดและบรรยากาศของความสนุกสนานรื่นเริง
แต่ภายในห้องโถง บรรยากาศกลับเงียบสงัดและอึมครึม
เมื่อคุณท่านใหญ่ตระกูลฉินมองเห็นพวงหรีดที่อยู่ในกล่องของขวัญ เส้นเลือดที่หางตาของเขาก็กระตุกขึ้นมาทันที
ฉินซวนและสมาชิกรุ่นที่สามของตระกูลคนอื่นๆ ต่างรู้สึกขุ่นเคืองและไม่พอใจเป็นอย่างมาก
อีกทั้งยังมีสมาชิกวัยกลางคนของตระกูลฉินอีกหลายคนที่หน้าถอดสี แววตาแสดงออกถึงความโกรธเคือง
“คุณปู่ เฉินตงคนนี้มันคิดว่ามันเป็นใคร ? ก็แค่ผู้สืบทอดมรดกนอกคอกคนหนึ่งของตระกูลเฉิน ไอ้สวะฉินเย่มันคิดว่ามันรับใช้ถูกคนแล้วหรืออย่างไร ?”
ฉินซวนเอ่ยปากพูดขึ้นมาก่อน เขาเป็นคนอารมณ์ร้อน เขาโบกมือของเขาแล้วพูดว่า : “ขอแค่คุณปู่สั่งมาคำเดียว ผมจะสั่งให้คนไปหักขาของพวกมันทันที แล้วจับโยนออกไปจากตระกูลฉิน”
“ซวนเอ๋อ หุบปาก !”
ชายวัยกลางคนคนหนึ่งตะโกนขึ้นมาทันที
เขาคือพ่อของฉินซวน นามว่าฉินเห้อเหนียน เป็นพี่ชายคนโตที่สุดในบรรดาทายาทรุ่นที่สอง
“พ่อครับ ทำไมต้องหุบปากด้วย ? ไอ้สวะฉินเย่มันส่งพวกหรีดมา เห็นอยู่ชัดๆ ว่าต้องการจะแช่งคุณปู่ แล้วจะให้ตระกูลฉินทนได้อย่างไร ?” ฉินซวนตะโกนเถียงคอเป็นเอ็น
เผียะ !
ฉินเห้อเหนียนตบหน้าฉินซวน : “ผู้อาวุโสต่างก็อยู่ที่นี่ แกมีสิทธิ์อะไรมาตะโกนโหวกเหวกโวยวาย ?”
หลังจากโดนตบ ฉินซวนก็รู้สึกขุ่นเคืองเป็นอย่างมาก แต่ในที่สุดก็ต้องก้มหน้าจำยอมถอยไป
“เฮ้อ~”
คุณท่านใหญ่ตระกูลฉินถอนหายใจออกมา แล้วเหลือบไปมองฉินซวนด้วยความเบื่อหน่าย
ทายาทโดยชอบธรรมในรุ่นที่สามของตระกูลฉิน ไม่มีใครได้เรื่องสักคน
ถึงแม้เขาจะยึดถือในการสืบทอดอำนาจของทายาทโดยชอบธรรม แต่คุณท่านใหญ่ก็พอจะตระหนักถึงความเป็นจริงได้
ทายาทโดยชอบธรรมในรุ่นที่สาม แต่ละคนล้วนแล้วแต่หยิ่งผยอง ทั้งนิสัยและความสามารถก็อยู่ในระดับปานกลาง ไม่มีอะไรโดดเด่น
หากมีสักคนที่พอจะเทียบกับฉินเย่ได้ ไม่สิ แค่พอเทียบกับฉินเสี่ยวเชียนได้ คุณท่านใหญ่ตระกูลเฉินก็คงใช้ชีวิตในบั้นปลายได้อย่างยืนยาวและมีความสุข
“พ่อครับ นี่พวกเขาบุกเข้ามา......”
ฉินเห้อเหนียนพูดกับคุณท่านใหญ่ตระกูลฉินด้วยน้ำเสียงที่เคร่งขรึม
“หุบปาก !”
คุณท่านใหญ่ตระกูลฉินรู้สึกตื่นตระหนก เขาตะคอกออกมาเพื่อตัดบทฉินเห้อเหนียน
ภาพที่ปรากฏขึ้นทำให้ฉินซวนและคนอื่นๆ รู้สึกสับสนเป็นอย่างมาก
ในความเป็นจริงแล้ว เรื่องที่ตระกูลฉินร่วมมือกับคุณหญิงใหญ่ตระกูลเฉิน มีเพียงสมาชิกในตระกูลฉินเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่รู้
ทายาทรุ่นที่สาม ไม่มีใครรับรู้เรื่องนี้ !
หลังจากที่คุณท่านใหญ่ตระกูลฉินตะคอกออกมา บรรยากาศภายในห้องโถงก็เงียบสงัดลงทันที
ทุกคนกลั้นหายใจและเหลือบมองคุณท่านใหญ่ตระกูลฉินด้วยความหวาดกลัวเป็นระยะๆ
สักพักใหญ่
จู่ๆ คุณท่านใหญ่ตระกูลฉินก็พ่นลมออกมาจากปาก ฝืนยิ้มแล้วพูดออกมาว่า : “คนที่มาล้วนแล้วแต่เป็นแขก ยิ่งเป็นผู้สืบทอดมรดกของตระกูลเฉินด้วยแล้ว ก็ยิ่งต้องต้อนรับให้สมเกียรติ”
อะไรนะ ? !
ส่งพวงหรีดมาทำลายบรรยากาศเช่นนี้แล้ว ไม่เพียงแต่ไม่ไล่ออกไป ยังจะต้อนรับให้สมเกียรติอีกหรือ ?
ทุกคนรู้สึกตกใจจนอ้าปากค้าง
กว่าจะตั้งสติกลับมาได้
คุณท่านใหญ่ตระกูลฉินก็เดินออกจากห้องโถงไปเรียบร้อยแล้ว
“พี่ใหญ่ นี่คุณพ่อคิดจะทำอะไร ?”
“ถึงแม้ตระกูลฉินแห่งซีสู่ของพวกเราจะเทียบไม่ได้กับตระกูลเฉิน แต่ในฐานะที่เราเป็นตระกูลที่ร่ำรวยที่สุดในซีสู่ ก็ใช่ว่าจะให้ตระกูลเฉินมาดูถูกเหยียดหยามกันได้ง่ายๆนะ !”
“ส่งพวงหรีดมาให้ในงานฉลองวันเกิด นี่เท่ากับแช่งคุณพ่อชัดๆ แล้วทำไมคุณพ่อยังอดทนอยู่ได้ ?”
......
ฉินเห้อเหนียนตะคอกออกมาด้วยสีหน้าหมองหม่น : “หุบปากให้หมดทุกคน ทำตามที่คุณท่านใหญ่สั่ง !”
ในขณะที่กำลังจะเดินออกไป
ฉินเห้อเหนียนก็หันมากำชับด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึมว่า : “ซวนเอ๋อ ไปเรียกเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยมาให้พ่อสักสิบคน แล้วคอยคุ้มกันเอาไว้ที่ด้านนอกห้องโถงหลัก หากเกิดความผิดปกติขึ้นภายในงานเลี้ยง ให้ทำตามคำสั่งของพ่อทันที”
แขกไม่ได้มาดี
ถึงแม้คุณท่านใหญ่ตระกูลฉินตั้งใจจะต้อนรับตามมารยาท แต่เขาก็ต้องป้องกันเอาไว้ก่อน
ยิ่งไปกว่านั้น ฉินเห้อเหนียนก็รู้ที่มาที่ไปของเรื่องทั้งหมดเป็นอย่างดี จึงรู้สึกหวาดกลัวการมาเยือนของเฉินตงและฉินเย่
ตระกูลหลี่แห่งเมืองหลวง คือตัวอย่างที่เคยมีให้เห็นมาแล้ว !
ตอนที่คุณท่านใหญ่ตระกูลฉินเดินนำเหล่าทายาทไปที่โถงด้านหน้า
ก็ได้รับการกล่าวทักทายจากทุกคนที่มาร่วมงาน
มีทั้งตระกูลที่มั่งคั่งร่ำรวย มีทั้งบรรดาบริษัทยักษ์ใหญ่ รวมไปถึงยังมีเหล่าบรรดาผู้ทรงอิทธิพลรวมอยู่ในนั้นด้วย
ในซีสู่แล้ว ถือว่าตระกูลฉินอยู่บนยอดสูงสุดของพีระมิด !
ในขณะที่มองลงไปยังผู้คนที่อยู่ในระดับต่ำกว่า ผู้คนเหล่านั้นก็กำลังเงยหน้าขึ้นมามองเช่นกัน
ใบหน้าของคุณท่านใหญ่ตระกูลฉินเต็มไปด้วยรอยยิ้ม และหันไปกล่าวทักทายกับแขกทีละคนๆ
จากนั้น จึงเหลือบไปเห็นคนกลุ่มหนึ่งที่นั่งอยู่ตรงมุมมุมหนึ่ง
ในโต๊ะจัดเลี้ยงที่จัดวางอยู่ตรงมุม มีพวกของเฉินตงและฉินเย่นั่งอยู่
เป็นเพราะเหล่าบรรดาตระกูลมั่งคั่งในซีสู่ต่างก็รู้จักฉินเย่ดี ประกอบกับเมื่อเห็นรูปร่างสูงใหญ่กำยำของคุนหลุน
ทำให้โต๊ะจัดเลี้ยงตัวนั้น มีเพียงพวกของเฉินตงนั่งอยู่
เฉินตงยังคงนั่งอยู่ในท่าทีที่เย็นชาเช่นเคย ฉินเย่เองก็อยู่ในท่าทีที่ไม่แยแสต่อสิ่งรอบข้าง คุนหลุนอยู่ในท่าทีที่สงบ ส่วนเฉินไคนั่งอยู่ด้วยใบหน้าที่เปื้อนรอยยิ้มเล็กน้อย
มีเพียงฉินเสี่ยวเชียนเท่านั้น ที่เอาแต่นั่งก้มหน้าก้มตาอยู่ข้างๆ ฉินเย่ มีทั้งสองข้างพันกันไปมาด้วยความประหม่า มีเหงื่อออกจนเปียกชุ่มอยู่เต็มฝ่ามือ
สองปีมานี้ เธอไม่มีสิทธิ์มีส่วนร่วมในเรื่องต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับตระกูลฉินเลย
แม้กระทั่งงานวันเกิดของผู้ใหญ่ภายในตระกูล เธอก็ทำได้เพียงแค่นำของขวัญมามอบให้แล้วเดินทางกลับในทันที
เธอมีบุคลิกที่อ่อนแอ ถึงแม้ตัวเธอเองจะรู้สึกไม่พอใจกับเรื่องนี้แต่ก็ไม่คิดที่จะต่อต้าน
แต่ทว่าวันนี้ ในงานเลี้ยงฉลองวันเกิดของเจ้าบ้าน เธอกลับนั่งร่วมโต๊ะอยู่กับเฉินตงและฉินเย่เช่นนี้ เป็นการแสดงออกอย่างชัดเจนว่าเธอตั้งใจละเมิดกฎของตระกูลฉิน
เธอไม่รู้ว่าจะมีบทลงโทษเช่นไรหลังจากนี้