ตอนที่ 299
บทที่ 299 คุณชายต้องบำรุงร่างกายสักหน่อย
October 28, 2026
ครึ่งชั่วโมงผ่านไป
รถพยาบาลเปิดสัญญาณเตือนภัย แล้วเคลื่อนตัวออกไป
มุมนี้ของห้างสรรพสินค้า เงียบสงัดลงทันที
สายตาที่ทุกคนจ้องมองเฉินตง เต็มไปด้วยความรู้สึกหวาดกลัวและประหลาดใจ
ใครจะไปคิดว่า เด็กหนุ่มที่นั่งกินบะหมี่เย็นอยู่บนเก้าอี้ริมทางเดิน จะเป็นเจ้าของบริษัทไท่ติ่ง ?
เสียงสัญญาณเตือนภัยของรถพยาบาลที่ดังขึ้น ทำให้ทุกคนรู้สึกกลัวจนเสียวสันหลัง
ถ้าไม่ได้เห็นด้วยตาตัวเอง พวกเขาคงจะจินตนาการไม่ออกเลยว่า บนโลกนี้จะมีคนที่ถูกต่อยจนเละเป็นโจ๊กอยู่จริงๆ
แต่กลัวก็ส่วนกลัว เพราะทุกคนในที่เกิดเหตุ กลับไม่มีใครรู้สึกเห็นใจชายวัยกลางคนแม้แต่คนเดียว
เศรษฐีหน้าใหม่ ดูหมิ่นภรรยาของเจ้าของบริษัทไท่ติ่งต่อหน้าสาธารณชน ตอนกลางวันแสกๆ ?
เรื่องนี้ใครจะไปทนไหว ?
อย่าว่าแต่คนระดับเฉินตงเลย แม้แต่คนธรรมดา ก็ไม่มีใครที่จะข่มความโกรธเช่นนี้เอาไว้ได้แน่นอน
จะให้ภรรยาอับอายไม่ได้ !
ถ้าปล่อยให้ชายอื่นมาดูหมิ่นภรรยาของจนเองได้ เช่นนั้นจะถือว่าเป็นผู้ชายแบบไหนกัน ?
สิ่งที่ผู้ชายต้องปกป้องดูแล ไม่ได้มีเพียงแค่พ่อแม่ผู้ให้กำเนิดเท่านั้น แต่ยังมีพี่น้องที่อยู่ข้างกาย และหญิงสาวที่อยู่ในอ้อมกอดด้วยไม่ใช่หรือ ?
“ไปกันเถอะ”
เฉินตงหันไปพูดกับกู้ชิงหยิ่งอย่างอ่อนโยน จากนั้นจึงค่อยๆ หยิบถุงทั้งใบเล็กใบใหญ่ที่วางอยู่ขึ้นมาอย่างมีความสุข
และท่าทีในการเคลื่อนไหว ก็ไม่หลงเหลือเจตนาฆ่าอันรุนแรงเมื่อครู่อยู่อีกเลย
ภาพที่เกิดขึ้น สร้างความประหลาดใจแก่ผู้พบเห็นเป็นอย่างมาก
ยิ่งไปกว่านั้น มีผู้หญิงจำนวนไม่น้อยที่มองดูกู้ชิงหยิ่งด้วยความรู้สึกอิจฉา
มีผู้หญิงคนไหนไม่อยากมีแฟนแบบนี้บ้าง ?
กู้ชิงหยิ่งยิ้มออกมาอย่างเบิกบาน แล้วคล้องแขนเฉินตง : “กลับบ้านเถอะค่ะ”
“ยังเดินเล่นไม่เสร็จเลยนี่”
เฉินตงชี้ขึ้นไปที่ชั้นบน แล้วกล่าวขอโทษ : “ขอโทษด้วยนะ เรื่องเมื่อกี้อาจจะกระทบจิตใจของคุณ แต่ผมทนไม่ไหวแล้วจริงๆ”
“โธ่ ฉันชอบท่าทางของคุณเมื่อกี้จะตายไป เดินมาตั้งครึ่งวันแล้ว ฉันเองก็เหนื่อยแล้ว กลับบ้านไปพักผ่อนกันเถอะ”
กู้ชิงหยิ่งโอดครวญและกะพริบตาปริบๆ : “ที่รัก เมื่อกี้คุณหล่อมากเลยนะ ฉันจะให้รางวัลคุณ !”
เฉินตงผงะไป จากนั้นเขาก็รู้สึกภาคภูมิใจเป็นอย่างมาก
เมื่อกลับถึงบ้าน
ท่านหลง คุนหลุน และฟ่านลู่กำลังนั่งอยู่ในห้องนั่งเล่น
โทรทัศน์กำลังเสนอข่าวของวงการบันเทิง เป็นเรื่องเกี่ยวกับเฉินหยู่เฟย
ในขณะที่ท่านหลงและคุนหลุนกำลังง่วนอยู่กับการจัดระเบียบข้อมูล ฟ่านลู่เองก็คอยช่วยเหลืออยู่ข้างๆ
ข่าวบันเทิงที่นำเสนออยู่ในโทรทัศน์ เป็นสิ่งที่ไม่สลักสำคัญอีกต่อไป
ในสายตาของพวกเขา เฉินหยู่เฟยในตอนนี้ ก็เป็นเพียงแค่ตัวตลกเท่านั้น
ต้องการเอาเปรียบผู้อื่นแต่กลับขาดทุนเสียเอง เป็นสิ่งที่ใช้อธิบายสถานการณ์ของเฉินหยู่เฟยได้ดีที่สุด
“คุณชาย คุณนายน้อย ทำไมกลับมาเร็วขนาดนี้ล่ะครับ ?”
ท่านหลงเงยหน้าขึ้นแล้วพูดด้วยรอยยิ้ม
เมื่อเห็นเฉินตงและกู้ชิงหยิ่งแนบซบกันไปมา เธอพิงฉัน ฉันพิงเธอ
ท่านหลงก็พอเข้าใจได้ในทันที
เขากระแอมเบาๆ : “เอ่อ คุนหลุนกับฟ่านลู่ยุ่งกันมาตลอดทั้งเช้าแล้ว ไปพักผ่อนกันสักเดี๋ยวเถอะ ออกไปเดินเล่นเป็นเพื่อนฉันหน่อย”
เมื่อเห็นทั้งสามคนเดินออกไปแล้ว กู้ชิงหยิ่งก็รู้สึกเขินอายเล็กน้อย
เธอบ่นพึมพำออกมาเบาๆ : “แหม ทำไมท่านหลงถึงรู้ทันไปหมดเลยนะ ?”
“คนอายุมากขนาดนั้นแล้ว ถ้าเป็นขิงก็คงจะเผ็ดน่าดู”
เฉินตงยิ้มอย่างเบิกบาน : “ไปกันเถอะ ต้องรีบผลิตเฉินตงน้อยแล้ว”
“คนบ้า !”
กู้ชิงหยิ่งมองอย่างตำหนิ
ตอนเที่ยงที่ร้อนจ้า
ปล่อยอารมณ์ไปตามอำเภอใจ
หลังจากที่ได้พักผ่อนอย่างเต็มอิ่มมาทั้งคืน ความอัดอั้นตลอดหลายวันที่ผ่านมา ก็ถูกปลดปล่อยออกมาจนหมดสิ้น
พูดคุยแลกเปลี่ยนความรู้สึกซึ่งกันและกัน แสดงออกถึงความโหยหาซึ่งกันและกัน
ครั้งแล้ว......ครั้งเล่า......อย่างไม่รู้สึกเบื่อหน่าย......
จนกระทั่งถึงพระอาทิตย์ตกดิน และพระจันทร์ลอยเคลื่อนเข้ามาแทนที่
เฉินตงกับกู้ชิงหยิ่งจึงเปลี่ยนเสื้อผ้า และเดินลงมาชั้นล่าง
ในห้องอาหาร ฟ่านลู่ได้จัดเตรียมอาหารอันโอชะเอาไว้เต็มโต๊ะเรียบร้อยแล้ว กลิ่นหอมลอยตลบอบอวลไปทั่ว
เฉินตงที่ทำภารกิจมาตลอดทั้งบ่าย เมื่อได้กลิ่นหอมของอาหาร ก็น้ำลายไหลทันที
“พี่ฟ่านลู่ วันนี้ทำของอร่อยอะไรหรือครับ ?”
เฉินตงจูงกู้ชิงหยิ่งเดินไปที่ห้องอาหาร
ท่านหลงกำลังนั่งอ่านหนังสือพิมพ์อยู่ข้างๆ ส่วนคุนหลุนและฟ่านลู่ยังคงง่วนอยู่ในห้องครัว