ตอนที่ 300
บทที่ 300 ช่างเป็นเกียรติอย่างยิ่ง
October 28, 2026
โรงแรมคาร์ลตัน
โรงแรมระดับสี่ดาวแห่งหนึ่ง
ถึงแม้บรรยากาศโดยรอบ การตกแต่ง และการบริการต่างๆ ล้วนไร้ที่ติ แต่เมื่อเทียบกับโรงแรมระดับห้าดาวอย่างโรงแรมไท่ซาน อย่างไรเสียก็ยังขาดไปหนึ่งดาวอยู่ดี
ต่างกันเพียงหนึ่งดาว ก็แตกต่างกันราวฟ้ากับดินแล้ว !
เฉินตงคิดไม่ถึงเลยว่า คนคนนั้นจะยอมเข้าพักโรงแรมเช่นนี้ได้
หลังจากจอดรถเสร็จ เฉินตงก็ค่อยๆ เดินเข้าโรงแรมด้วยท่าทีเคร่งขรึม
เขาไม่รู้ว่าทำไมคนคนนั้นถึงมาในเวลานี้ แต่ในเมื่อมาแล้ว ก็ไม่มีเหตุผลที่จะไม่มาพบหน้า
ยิ่งไปกว่านั้น ก็เป็นการทำเพื่อมารดาผู้ล่วงลับ
ติ๊งต่อง !
ประตูลิฟต์เปิดออก
เฉินตงเดินออกมาจากลิฟต์ แล้วเดินไปตามทางเดิน จนพบเข้ากับห้องชุดหมายเลข99999
ก๊อกๆ !
เสียงเคาะประตูดังขึ้น
เพียงครู่เดียว ประตูก็เปิดออก
คนที่เปิดประตูก็คือหลี่เต๋อซาน หลังจากที่พบกันที่เมืองหลวงเมื่อคราวก่อน ดูเหมือนว่าตอนนี้หลี่เต๋อซานจะซีดเซียวลงไปไม่น้อย ดูมีความเฉียบแหลมน้อยลงจากวันที่พบกับเฉินตงวันนั้นมาก
“มาแล้วหรือ ?”
หลี่เต๋อซานหลีกทางให้ด้วยท่าทีเรียบเฉย : “เชิญเข้ามาข้างใน”
เฉินตงเดินเข้าไปในห้อง มีกลิ่นไม้จันทน์ลอยเตะจมูก
มีเสียงสวดมนต์ดังก้องกังวานไปทั่วห้อง
ในห้องรับแขก มีคุณท่านใหญ่ตระกูลหลี่ซึ่งสวมใส่เสื้อคลุมสีเทานั่งขัดสมาธิอยู่บนพื้น ในมือถือลูกประคำ แล้วปิดตาพึมพำอยู่
“คุณเริ่มเชื่อในพระพุทธศาสนาตั้งแต่เมื่อไหร่กัน ?”
เฉินตงหลุดขำออกมา รู้สึกว่าภาพที่เห็นอยู่ตรงหน้าเป็นเรื่องน่าขำ
ตระกูลหลี่ที่เห็นผู้ชายสำคัญกว่าผู้หญิง กล้ากินเลือดกินเนื้อคน
แต่คุณท่านใหญ่ของตระกูลหลี่ผู้ซึ่งกุมอำนาจอยู่ กลับเชื่อในพระพุทธศาสนา ?
คุณว่ามันน่าขำไหมล่ะ ?
“เงียบก่อน รอให้เจ้าบ้านสวดมนต์เสร็จ แล้วจะมาพูดกับนายเอง”
หลี่เต๋อซานพูดด้วยนำเสียงเคร่งขรึม หลังจากที่เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในเมืองหลวง พ่อที่เคร่งครัดและจริงจังของเขา ก็ดูจะมีความเมตตาขึ้นมาก
และในขณะเดียวกัน ก็มีการสวดมนต์เพิ่มเข้ามาเป็นกิจวัตรประจำวัน
ตอนนี้ ในขณะที่คุณท่านใหญ่สวดมนต์ ห้ามไม่ให้ใครเข้ามารบกวน ได้กลายเป็นกฎเกณฑ์ของตระกูลหลี่ไปเสียแล้ว
“อ่อ ถ้าเช่นนั้นผมคงไม่อยู่เป็นเพื่อนแล้ว”
เฉินตงหันหลังและเตรียมจะเดินจากไป
“นาย......” หลี่เต๋อซานทำสีหน้าบึ้งตึงด้วยความโมโห
“เดี๋ยวก่อน !”
คุณท่านใหญ่ตระกูลหลี่ซึ่งกำลังปิดตาสวดมนต์อยู่ ได้ลืมตาขึ้นมา แล้วตะโกนเรียก : “อย่างไรเสียฉันก็เป็นปู่ของนาย หรือแม้กระทั่งความอดทนในการรอคอยเช่นนี้ นายก็ไม่มีเลยหรืออย่างไร ?”
“ความอดทนผมมีให้เฉพาะคนที่ผมรู้สึกว่าสมควรจะได้รับ ซึ่งคุณไม่ใช่หนึ่งในนั้น”
ท่าทีของเฉินตงเย็นชา เขาดิ้นรนเอาชีวิตรอดกับแม่มานานกว่ายี่สิบปี ความชั่วร้ายต่างๆ นานาที่ตระกูลหลี่ทำไว้กับแม่ รวมถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในตระกูลหลี่วันนั้น
ชาตินี้เขาไม่มีวันลืมได้ลง !
เขาไม่ใช่คนลังเล เขาถือคติที่ว่า หากคุณให้สิ่งมีค่ากับฉันมา ฉันก็จะตอบแทนสิ่งมีค่าให้กับคุณ
ความอดทนที่มากที่สุดที่เขาจะมอบให้ตระกูลหลี่ได้ก็คือ ต่างคนต่างอยู่ ไม่ต้องข้องเกี่ยวกัน
แต่ถ้าหากคิดที่จะเข้ามาใกล้ชิดเพราะเหตุผลของความสัมพันธ์ทางสายเลือด เรื่องนี้ไม่มีทางเป็นไปได้แน่นอน !
“เฮ้อ......”
คุณท่านใหญ่ตระกูลหลี่ถอนหายใจออกมา เขาค่อยๆ ลุกขึ้นและปิดเสียงบทสวดมนต์ จากนั้นจึงค่อยๆ เดินเข้ามาหาเฉินตง พลางนับลูกประคำไปด้วย : “ครั้งนี้ที่มา ก็มาเพื่อแม่ของนาย”
เฉินตงเหลือบไปมองคุณท่านใหญ่ตระกูลหลี่ คุณท่านใหญ่ตระกูลหลี่ในตอนนี้ ทำให้คนที่พบเห็นเกิดความรู้สึกหดหู่ ร่างกายของเขาดูซีดเซียวลงไปมาก ถึงขั้นที่ทำให้ใบหน้าของเขา ดูไม่น่าเกรงขามอย่างเช่นแต่ก่อนอีกต่อไป
จะว่าไปแล้ว การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่เกิดขึ้นไม่เมืองหลวง ก็คงส่งผลกระทบต่อเขาไม่น้อย !
ในใจของเฉินตงคิดถึงคำพูดของแม่สองคำ ในที่สุดจึงสงบสติอารมณ์ลง และนั่งลงบนเก้าอี้ที่อยู่ข้างๆ
ภาพนี้ทำให้หลี่ต๋อซานรู้สึกตกใจ และโมโหมากยิ่งขึ้น
คนที่ดื้อรั้นและอกตัญญูเช่นนี้ ทำไมพ่อถึงตัดเขาไม่ลงเสียที ?
ผู้อาวุโสอยู่ที่นี่ถึงสองคน แต่เขากลับนั่งลงก่อน ช่างไร้มารยาทสิ้นดี !