ตอนที่ 315
บทที่ 315 คุณนี่แรดจริงๆ !
October 28, 2026
ลมยามค่ำคืนหนาวเหน็บ
คุนหลุนนอนอยู่บนที่นั่งข้างคนขับด้วยลมหายใจที่รวยริน การสูญเสียเลือดมากเกินไปทำให้เขาอ่อนแออย่างมาก
บางครั้งสติของเขาก็ชัดเจน บางครั้งก็เลือนราง
เขาต้องการที่จะขัดขวางคุณชายไม่ให้พาเขาไปโรงพยาบาล ในที่สาธารณะมีผู้คนมากมาย หากคุณชายพาเขาไปโรงพยาบาล นั่นเท่ากับคุณชายเอาชีวิตของตัวเองไปเสี่ยงอันตรายด้วย
แต่เขากลับไม่ได้เอ่ยปากพูด เพราะเขารู้ดี
ถ้าหากคุณชายยอมฟังคำเตือนของเขา เพื่อครู่ก็คงไม่หันหลังกลับมาช่วยเขาเอาไว้ และไม่มีทางเสี่ยงชีวิตขับรถฝ่าวงล้อมออกมาเพื่อที่จะช่วยเขา
“ผม คุนหลุน......มีดีอะไรถึงได้รับบุญนี้ ?”
เมื่อเผชิญกับสายลมยามค่ำคืนที่โชยพัดมา ริมฝีปากที่ซีดเผือดของคุนหลุน ก็เผยรอยยิ้มจางๆ ออกมาตรงมุมปาก
โรงพยาบาลลี่จิง
ในฐานะที่เป็นโรงพยาบาลอันดับหนึ่งของเมือง ไม่ว่าจะกลางวันหรือกลางคืน ก็ยังคงเปิดไฟสว่างไสวอยู่ตลอดเวลา
และมีเสียงสัญญาณฉุกเฉินของรถพยาบาลที่ดังสนั่น วิ่งเข้าวิ่งออกอยู่ตลอดเวลา
เอี๊ยด !
รถพอร์เชอที่ได้รับความเสียหาย สะบัดท้ายรถเข้าจอดในลานจอดรถของโรงพยาบาล หลังจากลงจากรถแล้ว เฉินตงก็ทนฝืนต่ออาการบาดเจ็บบนแขนซ้ายของตนเอง แล้วรีบแบกคุนหลุนขึ้นบนหลัง วิ่งตรงเข้าไปยังห้องฉุกเฉินอย่างรวดเร็ว
มีคุณหมอมองเห็นมาจากที่ไกลๆ จึงได้รีบเรียกให้คนไปนำเปลออกมาอย่างรวดเร็ว
คุนหลุนถูกส่งเข้าไปในห้องฉุกเฉินอย่างรวดเร็ว
ส่วนเฉินตงเองก็ถูกส่งตัวเข้าไปในห้องฉุกเฉิน เพื่อจัดการกับบาดแผลที่ถูกยิงบนแขนข้างซ้าย
ถึงแม้จะเป็นเวลากลางดึก แต่อาการบาดเจ็บของทั้งสองคนสาหัสเช่นนี้ มิหนำซ้ำยังเป็นบาดแผลจากการถูกยิง จึงเพียงพอที่จะทำให้โรงพยาบาลลี่จิงทั้งโรงพยาบาล เกิดความตื่นตระหนกขึ้น
ตอนที่เฉินตงยังคงนอนอยู่บนเตียงกู้ชีพภายในห้องฉุกเฉิน ผู้อำนวยการหลิวก็รีบมาในทันที
“ตงเอ๋อ เกิดเรื่องอะไรขึ้น ?”
ผู้อำนวยการหลิวรู้สึกตกตะลึงเป็นอย่างมาก เขามองไปที่บาดแผลบนแขนซ้ายของเฉินตง แววตาของเขาดูจริงจังขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด
“เจอเรื่องที่รับมือยากครับ ผมจะติดต่อคนให้ไปจัดการเรื่องนี้”
เฉินตงรู้ดีว่าคำพูดและแววตาของผู้อำนวยการหลิวสื่อถึงอะไร จึงได้ฝืนยิ้มออกมา
ท่าทีของผู้อำนวยการหลิวอ่อนโยนลงเล็กน้อย และได้สอบถามถึงอาการของเฉินตงกับหมอเจ้าของไข้
ถึงแม้บาดแผลจากกระสุนจะรุนแรง แต่เคราะห์ดีที่กระสุนเจาะทะลุแขนโดยตรง จึงช่วยลดทอนความยุ่งยากในการนำลูกกระสุนออกมา ทำให้อาการบาดเจ็บของเฉินตงไม่น่าเป็นห่วงเท่าไหร่นัก
หลังจากแน่ใจว่าเฉินตงไม่มีปัญหาร้ายแรงใดๆ ผู้อำนวยการหลิวก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่ : “เจ้าเด็กคนนี้ ถ้าเกิดอะไรขึ้นจริงๆ แล้วจะให้ฉันไปบอกพี่กู้กับเสี่ยวหยิ่งว่าอย่างไร”
“ลุงหลิว เพื่อนของผมเป็นอย่างไรบ้างครับ ?” เฉินตงเอ่ยถาม
เมื่อได้ยิน สีหน้าของผู้อำนวยการหลิวก็หมองหม่นลง
การเปลี่ยนแปลงนี้ ทำให้เฉินตงรู้สึกหนักใจเป็นอย่างมาก
ผู้อำนวยการหลิวส่ายหัว : “อาการแย่มาก ฉันได้ส่งผู้เชี่ยวชาญจากแผนกต่างๆ เข้าไปทั้งหมดแล้ว อีกเดี๋ยวฉันเองก็จะเข้าไป แต่ว่า......คงต้องแล้วแต่โชคชะตา”
คำว่าแล้วแต่โชคชะตา ทำให้สภาพจิตใจของเฉินตงจมดิ่งลงถึงขีดสุด
คุนหลุน......เพื่อที่จะช่วยฉันแท้ๆ
ภาพเมื่อครู่ปรากฏขึ้นซ้ำๆ อยู่ในสมองของเขา เฉินตงรู้สึกโทษตัวเองอย่างรุนแรง
ถ้าไม่ใช่เพื่อเขา จะเกิดเหตุการณ์ที่น่าเศร้าอย่างเศร้าอย่างเมื่อครู่ได้อย่างไร ?
คุนหลุนตั้งใจที่จะยอมสละชีวิตอยู่แล้ว !
เมื่อมองดูผู้อำนวยการหลิวเดินจากไป แววตาของเฉินตงก็สั่นคลอนขึ้นมา จู่ๆ เขาก็นึกถึงเรื่องอะไรบางอย่าง จึงได้เรียกผู้อำนวยการหลิวเอาไว้
“ลุงหลิว เรื่องนี้ห้ามบอกพวกเสี่ยวหยิ่งนะครับ เสี่ยวหยิ่งกลับไปอยู่กับพ่อแม่แล้ว ผมกลัวว่าพวกเขาจะเป็นห่วง”
ผู้อำนวยการหลิวลังเลอยู่ครู่หนึ่ง แล้วจึงพยักหน้า : “วางใจเถอะ”
อาการบาดเจ็บบนแขนข้างซ้ายถูกจัดการจนแล้วเสร็จอย่างรวดเร็ว
เฉินตงถูกส่งตัวไปพักฟื้นยังห้องผู้ป่วย VIP
มีกลิ่นฉุนของน้ำยาฆ่าเชื้อ
ภายในห้อง มีเสียงดนตรีดังกังวานอยู่
เฉินตงนั่งมองท้องฟ้ายามค่ำคืนนอกหน้าต่างอย่างเงียบๆ
ภาพที่เกิดขึ้นในคืนนี้ ทำให้เขารู้สึกตกใจอย่างหาที่เปรียบไม่ได้
การลอบสังหาร ที่ดึงดูดการโจมตีขั้นรุนแรงจากกลุ่มทหารรับจ้าง
ฉากที่ควรจะอยู่แต่ในภาพยนตร์ แต่กลับเกิดขึ้นกับตัวเขาทั้งหมด
และตอนนี้ คุนหลุนก็ยังถูกยื้อชีวิตอยู่ในห้องฉุกเฉิน
จะเป็นหรือได้ ต้องแล้วแต่โชคชะตา
สิ่งนี้ทำให้เฉินตงรู้สึกวิตกกังวลเป็นอย่างมาก ถึงแม้ตอนนี้ตนเองจะนอนอยู่บนเตียงเรียบร้อยแล้ว ความอ่อนล้าจากอาการบาดเจ็บก็ยังคงวนเวียนเข้ามาราวกับกระแสน้ำ แต่เขากลับไม่รู้สึกง่วงเลยแม้แต่น้อย