ตอนที่ 158
[ตอนที่ 158 ถึงจะเสียใจภายหลังก็ไม่มีประโยชน์]
October 28, 2026
ทันทีที่ยี่หวาก้าวเท้าเข้ามาในบ้านตระกูลคอนเทอวิลล์ พริมโรสกับมาร์คัสก็เดินออกมาต้อนรับเธอด้วยสายตาที่ดูจะประกายเป็นพิเศษ ทำเอายี่หวารู้สึกขนลุกเลยทีเดียว
“พี่สาว!!!” บลูเบลล์ที่เพิ่งลงมาจากข้างบนพอเห็นยี่หวาก็รีบวิ่งเข้าไปกอดเธอด้วยความดีใจ “หนูคิดถึงพี่สาวมากเลย พี่สาวมาหาหนูเหรอ”
ยี่หวายกยิ้มในใจ “ใช่แล้วจ้ะ พอดีวันนี้พี่มีถ่ายแบบคู่กับพี่ชายเธอก็เลยขอติดรถเขามาด้วย”
“เยี่ยมไปเลย! เดี๋ยวหนูขอตัวขึ้นไปตามพี่สกายก่อน พี่สาวอย่าเพิ่งไปไหนนะ”
“พี่ไปด้วยได้ไหม…พอดีอยากเซอร์ไพรส์” เพราะตอนนี้เธอไม่อยากยืนอยู่กับคนพวกนี้ เธอรู้สึกอึดอัด
“ได้สิคะ งั้นเราไปกันเถอะค่ะ” บลูเบลล์คว้ามือยี่หวาไปจับไว้ กำลังจะพาขึ้นไปข้างบน แต่ก็โดนพริมโรสเอ่ยเรียกไว้ก่อน
“เดี๋ยว! พอดียายมีเรื่องจะคุยกับแม่หนูคนนี้สักหน่อย หลานขึ้นไปตามพี่ชายเองคนเดียวเถอะ”
“แต่ว่า…” บลูเบลล์อ้ำอึ้งหันไปมองยี่หวาด้วยท่าทางลำบากใจ
“เดี๋ยวพี่รอข้างล่าง” ยี่หวาตอบกลับอย่างจำใจ เพราะไม่คิดว่าคุณหญิงพริมโรสจะเอ่ยออกมาตรงๆ ขนาดนี้
“งั้นเดี๋ยวหนูรีบลงมาค่ะ” ว่าจบบลูเบลล์ก็รีบวิ่งขึ้นไปข้างบนทันที ส่วนยี่หวาก็เอาแต่ยืนนิ่งไม่พูดอะไร อย่างกับว่าตอนนี้เธอกำลังยืนรอบลูเบลล์กับสกายเพียงแค่นั้น
“เอ่อ…หลาน…มานั่งคุยกับ…พวกเราสองคนหน่อยได้ไหม” พริมโรสเอ่ยออกมาอย่าตะกุกตะกัก
“คุณหญิงมีเรื่องอะไรหรือเปล่าคะ?” ยี่หวาพูดขึ้นด้วยท่าทางนอบน้อม ราวกับว่าพวกเขาเป็นคนแปลกหน้า
“เรียกยายสิ พวกเราเป็นครอบครัวเดียวกันนะ”
สีหน้ายี่หวาดูแย่ลงทันที ตอนนั้นพวกเขายังเกลียดเธอจะเป็นจะตาย แต่ตอนนี้กลับมาบอกว่าเธอเป็นครอบครัวเดียวกับพวกเขา มันไม่น่ารังเกียจไปหน่อยเหรอ “ขอโทษค่ะ ฉันไม่ทราบว่าคุณหญิงกำลังพูดถึงเรื่องอะไร”
“หลานอย่าโกรธตากับยายเลยนะ พวกเราขอโทษ” มาร์คัสพูดขึ้นอย่างรู้สึกผิด เพราะก่อนหน้านี้เขาได้ติดตามข่าวของเธอกับดนัยณัฐ ก็เลยได้รู้ว่าที่ผ่านมาชีวิตเธอแย่กว่าที่มีคนบอกมาขนาดไหน แถมเธอยังต้องมาโดนพวกเขาทอดทิ้งอีก
“ฉันจะโกรธพวกท่านทำไมคะ? พวกเราไม่ได้เป็นอะไรกันสักหน่อย อีกอย่างฉันไม่มีสิทธิ์ไปโกรธท่านทั้งสองหรอกค่ะ” สายตายี่หวาแค่ดูก็รู้ว่ามีแต่ความว่างเปล่า เธอไม่ได้มีความรู้สึกเสียใจหรือโกรธเลยด้วยซ้ำ
“ยี่หวาเธอใจเย็นหน่อยนะ” สตอร์มเอื้อมมือไปจับไหล่ยี่หวาเบาๆ
“พวกเราต้องทำยังไงหลานถึงจะหายโกรธ หรือพวกเราต้องทำยังไงหลานถึงจะกลับมา” พริมโรสถามออกไปตรงๆ
“ไม่ต้องทำอะไรทั้งนั้นค่ะ เพราะพวกเราไม่เกี่ยวข้องกัน”
“เฮ้อ!” พริมโรสถอนหายใจออกมาอย่างช่วยไม่ได้ ดูเหมือนว่าเธอจะเร่งรัดหลานคนนี้มากไปหน่อย อีกอย่างยี่หวาก็เพิ่งเจอศึกใหญ่เรื่องพ่อของตัวเองมา เธอคงต้องใจเย็นกว่านี้ “งั้นยายให้เวลาหลานได้คิดหน่อยแล้วกัน แต่ยายก็อยากขอโทษเรื่องทั้งหมดที่ผ่านมา เป็นเพราะยายคิดน้อยเกินไป ทำให้หลานต้องเป็นแบบนี้ ยายผิดไปแล้วจริงๆ ยายขอโทษ”
“ตาเองก็ขอโทษเหมือนกันที่เข้าใจผิด แต่ตาก็อยากให้หลานกลับมาอยู่ในตระกูลของเรานะ”
ยี่หวายืนนิ่งไม่พูดอะไร มองสองผู้เฒ่าตรงหน้าด้วยสายตาว่างเปล่าเช่นเดิม อันที่จริงสิ่งที่เธอพูดไปทั้งหมดเป็นความจริง เธอไม่ได้มีความรู้สึกโกรธเขาหรือน้อยใจใดๆ แม้ว่าก่อนหน้านี้เธอจะเคยน้อยใจบ้าง แต่นั่นเป็นเพราะความจำยังไม่กลับมาก็เลยคิดว่าพวกเขาทอดทิ้งเธอ แต่พอความจำเธอกลับมาแล้วก็ได้รู้ว่าความจริงแล้วพวกเราไม่ได้มีอะไรเกี่ยวข้องกันมาตั้งแต่แรก
“จริงสิ! ยายมีรูปแม่ของหลานเก็บไว้ด้วย หลานอยากดูไหม?”
ร่างกายยี่หวาชาวาบทันที เหมือนมีกระแสไฟฟ้าอ่อนๆ กำลังแล่นเข้าสู่หัวใจ คุณหญิงท่านนี้ตั้งใจจะหลอกล่อเธอด้วยวิธีนี้ใช่ไหม “อยากค่ะ”
นับว่าทำสำเร็จ…
เพราะตั้งแต่ที่ยี่หวาเกิดมา เธอไม่เคยได้เห็นหน้าแม่ของตัวเองเลยสักครั้ง ภายในบ้านที่เธอเคยอยู่แม่นมบอกว่าญาณิศาโยนรูปทิ้งไปหมดแล้ว
“งั้นเดี๋ยวยายพาไปดู อันที่จริงแม้แต่เจ้าพีชก็ยังไม่เคยเห็นเลย ยายโกหกว่าไม่มีรูป เพราะไม่อยากให้เขาคิดถึงตันหยง”
พริมโรสและมาร์คัสพายี่หวาเดินเข้ามาในห้องนอนห้องหนึ่ง ก่อนจะหยิบกล่องที่ตั้งอยู่บนหัวเตียงส่งให้เธอ ดูจากตำแหน่งที่วางก็รู้ได้ว่าพวกเขาให้ความสำคัญกับกล่องนี้ขนาดไหน
ยี่หวาเอื้อมมือไปรับก่อนจะค่อยๆ เปิดออกช้าๆ และทันทีที่เห็นรูปถ่ายข้างในจำนวนมากน้ำตาเธอก็ไหลออกมาทันที “นี่แม่ฉันเหรอคะ?”
“ใช่จ้ะ นี่คือแม่ของหลาน ลูกสาวของเราสองคน” พริมโรสขอบตาแดงก่ำ ดูจากท่าทางของยี่หวาที่เห็นรูปของตันหยงก็รู้ได้ทันทีว่าเธอต้องเป็นคนที่อ่อนโยนมากเหมือนตันหยงแน่ๆ
“สวยจัง…” ยี่หวาหยิบรูปขึ้นมาก่อนจะพึมพำเบาๆ
“หลานหน้าเหมือนตันหยงจริงๆ” มาร์คัสเอ่ยออกมาเมื่อสังเกตใบหน้ายี่หวากับรูปถ่ายในกล่อง
“ฉันขอรูปนี้ได้ไหมคะ?” ยี่หวาหยิบรูปที่ตันหยงกำลังยืนส่งยิ้มให้กล้อง ราวกับว่าแม่กำลังมองดูเธออยู่เลย
“หลานเอาไปทั้งกล่องเลยก็ได้ ยายเชื่อว่าหลานจะต้องดูแลรูปพวกนี้เป็นอย่างดี แต่ยายขอเก็บไว้หนึ่งรูป”
“ให้ฉันหมดเลยเหรอคะ?” ดวงตายี่หวาเปล่งประกายมาก จนลืมเรื่องก่อนหน้านี้ไปหมดเลย
“อืม เอาไปเถอะ ตันหยงคงดีใจถ้าได้หลานเป็นคนเก็บไว้”
“ขอบคุณค่ะ” ยี่หวาส่งยิ้มให้สองผู้เฒ่าตรงหน้าอย่างลืมตัว เพราะอย่างน้อยเธอก็ดีใจที่มีคนรักแม่เธอขนาดนี้ และเหมือนเธอจะรู้แล้วว่าทำไมพวกเขาถึงได้เกลียดเธอ คงเป็นเพราะเธอทำให้ลูกสาวพวกเขาตายสินะ
“งั้นเราลงไปข้างล่างกันเถอะ ป่านนี้เจ้าแฝดคงตามหาหลานไปทั่วแล้ว”
“ค่ะ” ยี่หวาตัดสินใจไม่บอกเรื่องที่ญาณิศาทำกับแม่ของเธอ เพราะถึงบอกไปก็ไม่มีอะไรดีขึ้น ยังไงเธอก็ไม่คิดจะเข้ามาอยู่ในตระกูลนี้อยู่แล้ว และถ้าพวกเขามารู้ทีหลัง ถึงตอนนั้นเสียใจไปก็ไม่มีประโยชน์
“พี่สาวหายไปไหนมาคะ?” บลูเบลล์รีบหันไปหายี่หวาด้วยความตกใจ เป็นเพราะเธอต้องรอสกายอาบน้ำเลยลงมาช้า และพอลงมาพี่สาวก็หายไปแล้ว
“พี่สาวมาจริงด้วย ตอนแรกผมคิดว่าจะโดนเบลล์แกงซะแล้ว” สกายเอ่ยออกมาอย่างดีใจรีบเดินไปหายี่หวา
“จะว่าไปทั้งสองคนรู้จักกับยี่หวาได้ยังไง พี่เห็นตั้งแต่งานเลี้ยงคราวก่อนแล้ว” สตอร์มเอ่ยถามเจ้าแฝด เพราะเขาจำได้ว่าพอน้องเขาเห็นยี่หวาก็รีบวิ่งไปหาเธอทันที ไม่ได้สนใจสิ่งรอบข้างเลย
“พี่สาวเคยช่วยชีวิตพวกเราไว้” บลูเบลล์พูดพร้อมกับเข้าไปกอดแขนยี่หวาอย่างออดอ้อนทำเอาสกายรู้สึกอดอิจฉาไม่ได้
“เกิดเรื่องอะไรขึ้น?” มาร์คัสถามเพราะรู้สึกได้ว่ามันต้องเป็นเรื่องร้ายแรงแน่ๆ
“กายกับเบลล์เคยโดนคนจับตัวไปครับ แต่โชคดีที่พี่สาวมาช่วยไว้ทัน” สกายพูดขึ้นอ้อมๆ เพราะไม่อยากให้พวกผู้ใหญ่เป็นห่วง
“ทำไมยายไม่รู้เรื่องเลย แล้วทั้งสามคนไม่เป็นอะไรใช่ไหม” พริมโรสถามไปเพราะเป็นห่วงจนลืมคิดว่าพวกเขาก็ไม่ได้เป็นอะไร ส่วนยี่หวายืนนิ่งเพราะไม่คิดว่าคุณหญิงจะรวมเธอไปด้วย
“ไม่เป็นไรค่ะ พี่สาวเท่มาก จัดการคนร้ายหลายคนด้วยตัวคนเดียวเลย”
“ว่าแต่เกิดเรื่องขึ้นเมื่อไหร่ เพราะตาจำได้ว่าหลานเพิ่งมาอยู่ที่ไทยเองไม่ใช่เหรอ”
“ตอนที่พวกเราตามพ่อมาที่ไทยก่อนหน้านี้ครับ”
“โชคดีที่ทั้งคู่ไม่เป็นอะไร ขอบใจหลานมากเลยนะที่ช่วยเจ้าแฝด” พริมโรสเอื้อมมือไปจับมือยี่หวาเพื่อเป็นการขอบคุณ ซึ่งยี่หวาก็ไม่ได้ขยับหนีแต่อย่างใด
“หลาน? คุณยายหมายถึงอะไรคะ?”