ตอนที่ 157
[ตอนที่ 157 ไม่ได้เกลียด แต่ก็ไม่ได้รัก]
October 28, 2026
“ซึ่งสองคนที่เฮียโยวไคพามาก็คือเซนทอร์และเซเร็กค่ะ ทั้งสองคนน่ารักมาก รู้สึกเหมือนมีน้องชายเลย และหลังจากวันนั้นฉันก็เรียนเกี่ยวกับโปรแกรมอย่างจริงจัง แต่บางครั้งก็โดนหมอนั่นมอบหมายภารกิจให้ไปทำบ้าง เพราะเขากลัวฉันจะเป็นง่อยค่ะ เป็นไงคะ? เรื่องของฉัน น่าอนาถเนอะ” ยี่หวาเงยหน้าขึ้นไปพูดกับวายุที่นั่งซ้อนอยู่ข้างหลังเธอ เนื่องจากตอนนี้เธอนั่งอยู่ระหว่างขาของเขา
วายุเงียบไม่พูดอะไรออกมา เอื้อมมือไปจับข้อมือซ้ายของเธอขึ้นอย่างสั่นเทา และพอสังเกตดีๆ ก็พบรอยนูนที่เล็กมากจนแทบจะมองไม่เห็น
ทำไมที่ผ่านมาเขาถึงไม่เคยสังเกตเลย...
ผ่านไปสักพักก็มีหยดน้ำตาออกมาจากขอบตาที่แดงก่ำของวายุ ยี่หวาที่เห็นถึงกับทำอะไรไม่ถูกเลย “คุณอย่าร้องไห้สิคะ ฉันบอกแล้วไงว่าคุณไม่ต้องรู้สึกผิด และห้ามโทษตัวเอง มันเป็นเพราะความโชคร้ายของฉันเท่านั้น”
“มันไหลเอง” ใครจะไปคิดว่าเธอจะเจอเรื่องอันตรายขนาดนี้ แถมคนที่อยู่กับเธอตอนลำบากที่สุดก็คือผู้ชายคนนั้นไม่ใช่เขา สิ่งที่เขาเคยทำให้เธอในตอนเด็กเทียบไม่ได้กับสิ่งที่ผู้ชายคนนั้นทำให้เธอเลย
แต่เขาก็ไม่ใช่พระเอกพอที่จะปล่อยเธอไปให้คนอื่น เขาจะชดเชยในสิ่งที่ทำพลาดไป โชคดีที่ผู้ชายคนนั้นน่าจะมีปัญหาทางสมอง ถึงได้เลือกวิธีแบบนั้นในการปกป้องเธอ เขารู้ว่าหมอนั่นทำไปเพื่อต้องการให้เธอแข็งแกร่ง แต่ก็ดูเหมือนจะไม่ใช่วิธีจีบสาวที่ดีเท่าไหร่
ในเวลาเดียวกัน ฮาเดสที่ดื่มจนเริ่มรู้สึกมึน นั่งพิงโซฟาอย่างเหม่อลอย คล้ายจะจมดิ่งสู่ห้วงแห่งความทรงจำบางอย่างเมื่อนานมาแล้ว ไม่ว่าจะเป็นตอนที่เขาเจอยี่หวาครั้งแรก หรือจะเป็นตอนที่ได้ใช้ชีวิตร่วมกับเธอ ที่ผ่านมาเขาทำได้ไม่ดีพอเหรอ เธอถึงไม่มีความรู้สึกดีๆ ให้เขาเลย ตั้งแต่ที่เขาจำความได้ สายตาที่เธอมองเขานั้นก็มีแต่ความหวาดกลัวอยู่ตลอดเวลา...
“พวกนายรู้ไหมว่าทำไมอาซาเลียถึงเกลียดฉัน” ฮาเดสที่นั่งเงียบอยู่นานพูดขึ้น ทำเอาผู้ชายทั้งสี่คนต้องหันมามองทางเขาอย่างงงๆ
“นายหมายความว่าไงลูลูซ” โยวไคพูดขึ้น
“หมายความตามที่พูด” ฮาเดสตอบกลับพร้อมกับกระดกเหล้าเข้าไปอีก เพราะยิ่งพูดก็ยิ่งเจ็บใจที่เขาสู้ผู้ชายคนนั้นไม่ได้
“ฉันไม่เข้าใจคำถามของนาย” คราวนี้สฟริงซ์เป็นคนพูดขึ้นบ้าง
“เฮียลูซคงไม่ได้คิดว่าเจ๊ซาเลียเกลียดเฮียหรอกใช่ไหม?” เซเร็กเหมือนจะเข้าใจ แต่เอาจริงก็ไม่เข้าใจอยู่ดี
“หรือไม่จริง?”
“ก็ไม่จริงน่ะสิครับ เจ๊ไม่มีทางเกลียดเฮียหรอก” เซเร็กพูดออกมาอย่างมั่นใจมาก อย่างกับว่าตัวเขานั้นคือยี่หวาเอง
“ฉันเห็นด้วยกับเซ” โยวไคกอดอกและพยักหน้า “อาซาเลียไม่มีทางเกลียดคนที่ช่วยชีวิตเธอหรอก นายก็น่าจะรู้นิสัยเธอ ถ้าใครร้ายเธอก็จะร้ายตอบ แถมคูณสองด้วย แต่ถ้าใครดีกับเธอ เธอก็แทบจะยกใจให้เลย
“โกหก! เธอยกใจให้ผู้ชายคนนั้นต่างหาก”
ทั้งสี่คนถึงกับกุมขมับ ทำไมหมอนี่ดูมั่นใจมากกว่าที่ผ่านมาเขาดีกับอาซาเลีย…
เซนทอร์ที่ทนไม่ไหวจึงพูดออกมาตรงๆ “เจ๊ไม่ได้เกลียดเฮีย แต่เจ๊ก็ไม่ได้รักเฮียแบบคนรัก”
“ทำไม?”
สฟริงซ์ยกคิ้วสูง “หืม? ฉันไม่คิดว่าจะได้ยินคำนี้จากปากนาย”
“ทำไม?”
“นี่เฮียยังกล้าถามอีกเหรอครับ? เฮียทรมานเจ๊ขนาดนั้นยังจะให้เจ๊รักอีกเหรอ ไหนๆ เรื่องก็มาถึงขนาดนี้แล้วงั้นผมขอพูดกับเฮียตรงๆ ว่าเจ๊ไม่มีทางรักเฮียแน่นอน เฮียไม่รู้หรอกว่าเจ๊ทรมานขนาดไหนที่ถูกสั่งให้ไปฆ่าคน แถมยังส่งเจ๊ไปสู้กับคนเกือบร้อยคนอีก ทุกวันนี้ผมยังไม่อยากเชื่อเลยว่าที่เฮียทำไปเป็นเพราะความรัก” เซเร็กพูดออกมาอย่างไม่กลัวตาย เพราะเขาเองก็ส่งสารเจ๊ของเขามากเหมือนกัน
“ฉันขอเสริม” โยวไคเป็นฝ่ายพูดขึ้นบ้าง “นายต้องไปหานิยายรักมาอ่านบ้าง จะได้รู้ว่าความรักที่แท้จริงเป็นยังไง เพราะสิ่งที่นายทำมันไม่ใช่ความรัก แต่มันคือการทรมาน เหมือนกับเจ้านายที่ทรมานทาส”
“ฉันแค่ต้องการให้เธอปกป้องตัวเองได้ จะได้ไม่มีใครมารังแกอีก”
“ถ้านายรักอาซาเลียจริงนายควรที่จะเป็นฝ่ายปกป้องเธอ เพราะงั้นที่ผ่านมาฉันเลยไม่คิดว่านายจะรักอาซาเลียแบบคนรัก”
“แต่ว่ามันก็สายไปแล้ว อาซาเลียมีสามีและลูกแล้ว นายไม่ควรที่จะเข้าไปยุ่งเกี่ยวแล้ว” สฟริงซ์พูดแทรกขึ้น
“ฉันยอมรับไม่ได้”
“นายต้องยอมรับว่านายสู้คนคนนั้นไม่ได้เลย ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของความรักหรือธุรกิจ แล้วก็อย่าคิดที่จะใช้วิธีเดิม เพราะคราวนี้อาซาเลียคงไม่อยู่เฉยแน่”
“พวกนายเป็นลูกน้องใครกันแน่!” ฮาเดสที่ตะโกนออกมาอย่างหัวเสีย ทำให้ทั้งสี่คนต่างก็รีบโฟกัสแก้วเหล้าของตัวเองทันที เพราะไม่กล้าสบตาคนตรงหน้าแล้ว
เช้าวันต่อมา อยู่ๆ ควิลเลอร์ก็โทรมาปลุกยี่หวาตั้งแต่เช้าบอกว่าวันนี้มีถ่ายละครเรื่องเดิมที่เคยถ่ายก่อนหน้านี้ ซึ่งจะถ่ายใหม่แค่ฉากที่เธอเคยถ่ายกับดาหลาเท่านั้น จริงๆ ผู้กำกับนัดไว้ล่วงหน้าแล้วแต่เป็นเพราะว่าช่วงนี้ข่าวของยี่หวาดังมาก ทำให้เขาต้องคอยจัดการคอมเมนต์แย่ๆ จนลืมบอกยี่หวาไปเลย
“ทีหลังห้ามลืมอีกนะคะ พี่ก็รู้ว่างานหวาเยอะขนาดไหน” ยกเว้นช่วงนี้ที่รู้สึกว่าเธอจะว่างเป็นพิเศษ เพราะเธอออกแบบชุดครบหมดแล้วรอแค่ทางนั้นตัดเย็บเท่านั้น
“ฉันขอโทษจริงๆ เอ่อ…อันที่จริงวันนี้ก็มีถ่ายแบบต่อด้วยนะ” ควิลเลอร์พูดออกมาเสียงเบาอย่างรู้สึกผิด
“พี่ควิลเลอร์!”
“ซอรี่!!! เธออย่าเพิ่งโมโหเลยนะ จะถึงฉากเธอแล้วเดี๋ยวปรับอารมณ์ไม่ทันพอดี…”
“ยี่หวาเข้าฉาก!” เสียงผู้กำกับดังแทรกขึ้นมาทำเอาควิลเลอร์ใจหายวาบ เพราะเขากลัวว่ายี่หวาที่โกรธเขาอยู่จะปรับอารมณ์ไม่ทัน แต่เมื่อหันไปมองหน้าเธอก็ได้รับสายตาประมาณว่าจะกลับมาคิดบัญชี จากนั้นหน้าก็นิ่งตามสไตล์เธอเหมือนเดิม
การแสดงเธอดีหรือว่าเป็นไบโพลาร์กันแน่…
แล้วก็เป็นอย่างที่เขาคิด ยี่หวาสามารถเล่นได้เทคเดียวผ่านแม้จะต้องเจอดาราดังอย่างโฟลรา
“เสียดายที่ได้ร่วมงานกันแป๊บเดียว” โฟลราหันมาพูดกับยี่หวา แม้ในใจเธอจะรู้สึกอิจฉาผู้หญิงตรงหน้าที่มีหน้าตาสวยกว่า แต่ยังไงเธอก็ดังกว่าผู้หญิงคนนี้มากอยู่ดี
ยี่หวาที่รับรู้ได้ถึงความไม่จริงใจของอีกฝ่ายจึงยิ้มตอบกลับไปอย่างไม่เต็มใจนัก ทำเอาโฟลราถึงกับหน้าเสียเลยทีเดียว ‘ยัยผู้หญิงคนนี้เป็นใคร กล้าดียังไงถึงทำสีหน้าแบบนี้ใส่เธอ’
“เราสองคนมาแลกไลน์กันไหม” โฟลรายังคงฝืนยิ้มต่อไป เพราะเธอรู้ว่าคนของเธอต้องกำลังแอบถ่ายรูปอยู่แน่
“มีอะไรติดต่อผู้จัดการส่วนตัวได้เลยค่ะ”
โฟลราที่ได้ยินดังนั้นแทบเก็บอารมณ์โกรธไม่ไหว ยัยผู้หญิงคนนี้พูดเหมือนว่าเธอมีธุระกับหล่อนอย่างนั้นแหละ ควิลเลอร์ที่เห็นท่าทางไม่ดีก็รีบเดินเข้ามา “พอดียี่หวาไม่ค่อยเล่นไลน์ ขนาดไอจีฉันยังต้องเป็นคนอัพให้เลย”
“หึ!” โฟลราแสยะยิ้มก่อนจะก้มลงกระซิบที่ช้างหูของยี่หวา “ระวังจะอยู่ในวงการบันเทิงไม่ได้นานนะ”
“ขอบคุณรุ่นพี่ที่เตือนค่ะ” ว่าจบยี่หวาก็เดินออกมาจากโรงเรียนที่เป็นสถานที่ถ่ายทำทันที ควิลเลอร์ไม่รอช้ารีบเดินตามมาดุ