ตอนที่ 1004
บทที่ 1004 ดินแดนที่อาจจะไม่มีอยู่
October 22, 2026
บทที่ 1004 ดินแดนที่อาจจะไม่มีอยู่
นอกโลกปลาอสูรกลืนเอกภพ สวี่ชิงและเอ้อร์หนิวมองรอยแยกบนท้องฟ้า ในใจแต่ละคนต่างมีความคิดมากมาย
ประสบการณ์ที่มหาสมุทรนอกครั้งนี้ สำหรับสวี่ชิงแล้ว พูดได้ว่าแปลกประหลาดน่าอัศจรรย์เป็นอย่างยิ่ง ไม่ว่าจะเป็นตัวตนแปลกประหลาดเหล่านั้น หรือจะเป็นชายชราเผ่ามนุษย์เมื่อครู่
ล้วนแต่ความคิดพุ่งพล่านไปหมด
โดยเฉพาะคำพูดก่อนจากไปของอีกฝ่าย ยิ่งทำให้มุมมองของสวี่ชิงระเบิดขยายกว้างออกไปอย่างมหาศาล
“สามสิบหกระบบดาว…ห้วงสมุทรบรรพกาล…”
จิตใจสวี่ชิงเกิดระลอกคลื่น เรื่องบางอย่าง หลังจากที่เขาได้กายเนื้อที่สร้างขึ้นจากเลือดเนื้อของซ่างฮวงแล้ว ท่ามความรางเลือนก็สัมผัสได้ สำหรับระบบดาวทั้งสามสิบหกก็มีความจำรางๆ
แต่ห้วงสมุทรบรรพการ เขาได้ยินเป็นครั้งแรก
“แม้จะไม่ตัดความเป็นไปได้ที่จะเป็นเรื่องเท็จ แต่มีอัตราสูงมากว่าเป็นเรื่องจริง…”
สวี่ชิงขบคิด
เอ้อร์หนิวที่อยู่ข้างๆ พลันตบเข่า เอ่ยขึ้นด้วยสีหน้าเคร่งขรึม
“อาชิงน้อย ในที่สุดข้าก็เข้าใจแล้ว!”
สวี่ชิงได้ยินก็มองไปทันที เขาอยากฟังความคิดของศิษย์พี่ใหญ่ จะอย่างไรชายชราเผ่ามนุษย์ที่บอกว่าตัวเองมาจากเมืองเซียนระบบดาวที่ห้า ไม่ว่าจะเป็นพลังบำเพ็ญของตัวเอง หรือสิ่งที่พูดล้วนแต่น่าตื่นตะลึงสะท้านสะเทือนทั้งสิ้น
ใช้คำว่าอัศจรรย์น่าเหลือเชื่อมาบรรยายก็ไม่เกินไปแม้แต่น้อย
เอ้อร์หนิวสีหน้าจริงจัง มองไปทางสวี่ชิง
“ก่อนหน้านี้บนมหาสมุทร ทันทีที่ข้าพูดว่าปลออดภัย พวกเราก็เจอกับตัวประหลาดยักษ์…ตอนนี้ดูแล้ว เป็นตาแก่คนนี้ทำ!”
“เขาจงใจ!”
เอ้อร์หนิวเสียดายเล็กน้อย ทำท่าเหมือนว่าก่อนหน้านี้เกือบจะเชื่อว่าตัวเองมีวาจาสิทธิ์แล้วจริงๆ
เห็นได้ชัดว่าความคิดของเขาแตกต่างไปจากสวี่ชิง ไม่ได้ไปสนใจข้อมูลที่แฝงด้วยความน่าตื่นตะลึงสะท้านสะเทือนในคำพูดสุดท้ายของชายชราเผ่ามนุษย์คนนั้น
สวี่ชิงได้ยินก็ครุ่นคิด สำหรับความคิดของศิษย์พี่ใหญ่ที่แตกต่างไปจากขั้นคิดวิเคราะห์ของคนทั่วไป เขาชินเสียแล้ว
“ผู้อาวุโสท่านนั้นสุดท้ายพูดว่า ระบบดาวที่ห้ามีเผ่ามนุษย์เป็นหลัก เป็นโลกของเซียน…แต่คำพูดของเขาจะเชื่อทั้งหมดไม่ได้”
สวี่ชิงครุ่นคิดในใจ เงยหน้ามองรอยแยกบนท้องฟ้า
ส่วนเอ้อร์หนิวทางนี้ก็ไม่รู้ว่าไม่สนใจข้อมูลเหล่านี้จริงๆ หรือใจกว้าง ตอนนี้ ในยามที่สวี่ชิงจ้องมองรอยแยกทางนั้น สายตาเขากลับจ้องไปยังบริเวณที่ชายชราสะบัดรองเท้าฟางเมื่อครู่
กระโดดข้ามไป นั่งย่อตัวตรงนั้นทำการสำรวจ
ไม่นานนักเขาก็หาฟางแห้งๆ สี่เส้นออกมาจากหลุมโคลนรอบๆ ได้จริงๆ
หลังจากหยิบมันขึ้นมาประดุจของล้ำค่า เอ้อร์หนิวดวงตาฉายแววยินดีลิงโลด ใส่เข้าปากแล้วเคี้ยวเต็มแรง จากนั้นก็ขมวดคิ้ว พบว่าเคี้ยวไม่เข้าเลยแม้แต่น้อย
กำลังจะเคี้ยวต่อ เขาสังเกตเห็นสีหน้าครุ่นคิดของสวี่ชิง ดังนั้นจึงกะพริบตาปริบๆ
“เลิกคิดเถอะอาชิงน้อย”
“เรื่องพวกนั้นห่างไกลจากพวกเราโขนัก”
“อีกทั้งตาแก่คนนี้ก็วิเคราะห์ยากว่าดีหรือร้าย ข้าว่านะ เป้าหมายของเขานอกจากจะดูท่าทีของเจ้าแล้ว ยังมีความคิดที่จะผูกผลกรรมเวรกับพวกเราอีกด้วย”
“ไม่เช่นนั้นแล้วจะเชิญพวกเรากินเนื้อย่างทำไม”
สวี่ชิงพยักหน้า พลันเอ่ยขึ้น
“ศิษย์พี่ใหญ่ ท่านแค่บอกว่าไม่สามารถวิเคราะห์ว่าอีกฝ่ายมาดีหรือร้าย แต่ไม่ได้สงสัยเรื่องจริงเท็จจากคำพูดของอีกฝ่าย…”
ดวงตาทั้งสองของสวี่ชิงฉายแววล้ำลึก
“ข้อมูลที่ผู้อาวุโสเผ่ามนุษย์พูดเมื่อก่อนหน้านี้ ท่าน…รู้ตั้งนานแล้วหรือ”
เอ้อร์หนิวได้ยินก็กระแอมออกมาทีหนึ่ง แอบพูดว่าอาชิงตอนนี้ร้ายขึ้นเรื่อยๆ แล้ว หลอกยาก ดังนั้นจึงหัวเราะฮ่าๆ ขึ้น มองซ้ายมองขวาครู่หนึ่ง จากนั้นตาก็เป็นประกายวาววาม
“ไม่พูดเรื่องนี้ ใช่แล้ว เมื่อครู่เจ้าสังเกตเห็นหนูสีทองตัวนั้นแล้วกระมัง พวกเราก็มีเหมือนกันนะ ฟักอยู่ที่เจี้ยนเจี้ยนน้อยทางนั้น ไม่รู้ว่าตอนนี้ฟักสำเร็จแล้วหรือไม่”
“ไม่ได้ ในเมื่อหนูสีทองตัวนี้สุดยอดขนาดนี้ พวกเราไปเมืองหลวงกันสักรอบ ไปเอาเจ้าหนูน้อยที่อู๋เจี้ยนอูกลับคืนมา”
สวี่ชิงไม่พูดอะไร จ้องเอ้อร์หนิวตลอด
เห็นเป็นเช่นนี้ เอ้อร์หนิวไม่เปลี่ยนหัวข้อสนทนาอีก แกว่งฟางสี่เส้นที่ได้มาเมื่อก่อนหน้านี้ข้างหน้าสวี่ชิง
“แล้วก็ฟางสามสี่เส้นนี้ ทำให้เจ้าหนูสีทองตัวนั้นให้ความสำคัญขนาดนั้นได้จะต้องเป็นของวิเศษอย่างแน่นอน!”
“เมื่อครู่ข้ากัดไปคำหนึ่ง พบว่าเจ้าสิ่งนี่แข็งปั๊กเลย กัดไม่เข้า!”
เอ้อร์หนิวก้มหน้า มองไปยังฟางในมือ
“แต่ว่าเจ้าหนูสีทองตัวนั้นก็ไร้สมองจริงๆ นั่นและ กัดไม่เข้าก็กินลงไปเลยไม่ได้หรืออย่างไรเล่า”
เอ้อร์หนิวภาคภูมิใจ
“ของที่กัดไม่เข้า ข้าก็ใช่ว่าจะไม่เคยพบเคยเห็นมาก่อน สำหรับสถานการณ์เช่นนี้ ข้ามีวิธี!”
พูดแล้วเขาก็ตั้งใจเด็ดเดี่ยว เพื่อจะเปลี่ยนความสนใจของสวี่ชิง เขาตัดสินใจทุ่มสุดตัว
ดังนั้นต่อหน้าต่อตาสวี่ชิง เขายกมือมาไว้ที่ท้องของตัวเองแล้วกรีดทันที จากการสาดกระเซ็นของเลือดสดๆ เขาทำการผ่าท้อง
จากนั้นก็ยัดฟางสองเส้นไปในกระเพาะของตัวเองทั้งอย่างนั้น…
ทำทุกอย่างพวกนี้เสร็จ ก็ทำเหมือนติดกระดุมเสื้อ ติดท้องที่แหวกออกจากทั้งสองด้านให้แนบสนิท ใช้ขนสีดำทั่วทั้งร่างผูกปม ในระดับหนึ่งก็นับว่าเย็บปิดแล้ว
ส่วนฟางสองเส้นที่เหลือ เขาโยนไปทางสวี่ชิงอย่างใจกว้าง
“แม้จะไม่รู้ว่ารสชาติเป็นอย่างไร แต่เจ้าดูสิ มันก็ถูกข้ากินเข้าไปในท้องแล้วเหมือนกัน”
สีหน้าของเอ้อร์หนิวภาคภูมิใจ ตบท้องทีหนึ่ง
สวี่ชิงถอนหายใจ
การกระทำต่างๆ ของศิษย์พี่ใหญ่ แม้จะไม่ได้เอ่ยปากพูดตรงๆ แต่สวี่ชิงก็มีการวิเคราะห์ของตัวเอง
เขาเชื่อว่าเหตุที่ทำเช่นนี้จะต้องมีเหตุผลที่เขาไม่สามารถเอ่ยปากพูดอย่างแน่นอน…
คิดถึงตรงนี้ สวี่ชิงก็ไม่ซักไซ้อีก แต่ถือหญ้าสองเส้นนั้นเอาไว้ในมือ หลังจากมองๆ ก็เก็บไปในถุงเก็บของ
จากนั้นสีหน้าก็สงบนิ่ง
“พวกเราไปกันเถอะ”
เห็นสวี่ชิงไม่ถามอีก เอ้อร์หนิวในใจถอนหายใจโล่งอก รีบพยักหน้า ลอยขึ้นฟ้าไปกับสวี่ชิง ทะยานมุ่งตรงไปยังรอยแยก
เพียงพริบตา ทั้งสองก็ทะลุผ่านรอยแยก ในตอนที่ปรากฏตัวขึ้นก็ไม่ได้อยู่ในโลกปลาอสูรกลืนเอกภพแล้ว แต่มาอยู่เหนือผิวน้ำของมหาสมุทรนอก
ส่วนปลาอสูรกลืนเอกภพที่พวกเขาจากมาตัวนั้น สวี่ชิงต่อให้เป็นตอนนี้ก็ยังไม่เห็นหน้าตาที่แท้จริงทั้งหมดของมัน เพราะทันทีที่พวกเขาพุ่งออกมา ปลาอสูรกลืนเอกภพตัวนี้ก็เหมือนว่าถูกวาดออกมา ละลายหายไปในมหาสมุทร
หายไปอย่างน่าแปลกประหลาด
ภาพนี้ทำให้สายตอของสวี่ชิงยิ่งล้ำลึก สุดท้ายก็เอาเรือศึกบรรพกาลออกมา ยืนอยู่บนนั้น ทอดสายตามองส่วนลึกของมหาสมุทรนอกที่อยู่ที่ไกล
เขากำลังคิดถึงระบบดาวที่ห้าที่ชายชราเผ่ามนุษย์คนนั้นพูด
ผิวน้ำนิ่งสงบ ไร้สุ้มเสียง เงียบสงัดไปทั้งผืน
เอ้อร์หนิวยืนข้างสวี่ชิง สังเกตเห็นสายตาของเขา ในใจถอนหายใจอีกครั้ง จู่ๆ ก็เอ่ยขึ้นมา
“ศิษย์น้องเล็ก ไม่ต้องคิดแล้ว”