ตอนที่ 1027
บทที่ 1027 แอบกินจริงๆ ด้วย!
October 22, 2026
บทที่ 1027 แอบกินจริงๆ ด้วย!
………………..
ไม่มีความเข้าใจต่อความเป็นมนุษย์และความเป็นเทพมากพอไม่มีทางพูดแนวคิดที่อัศจรรย์ไม่ธรรมดา ลึกล้ำเหนือความคาดหมายแบบนี้ออกมาได้
ดังนั้นคำพูดของเอ้อร์หนิวเพียงดังออกมา แนวคิดของสวี่ชิงก็ถูกขัดจังหวะ
ตอนนี้เขาที่ความเป็นมนุษย์กลับคืนมา ก็ไม่ได้มีความคิดเป็นเหตุเป็นผลขั้นสุดอย่างก่อนหน้านี้แล้ว ดังนั้น คำพูดที่น่าตื่นตะลึงของเอ้อร์หนิวจึงแผ่ระลอกกระทบจิตใจ
ในเมื่อ…คนทั่วไปไม่มีทางขบคิดปัญหาแบบนี้
คำพูดของจักรพรรดินีไม่ว่าจะฟังอย่างไรล้วนแฝงไว้ด้วยความหมายที่จะดูแล เตือนพวกเขาว่าในสงครามวุ่นวาน อย่าได้ไปทำเรื่องที่อันตรายบางอย่าง สงบจิตใจฝึกบำเพ็ญถึงจะเป็นเรื่องสำคัญ
แต่เห็นได้ชัดว่าในความเข้าใจของเอ้อร์หนิวไม่ใช่เช่นนั้น
ดังนั้น สวี่ชิงจึงเอ่ยเตือนอย่างอดไม่ได้
“ศิษย์พี่ใหญ่ เบาๆ หน่อย…จักรพรรดินีอาจจะยังไม่ไป”
เอ้อร์หนิวตกใต มองไปรอบๆ โดยสัญชาตญาณ เอ่ยเสียงดัง
“ฮ่าๆ ข้าล้อเล่น เอ่อ…ในวิญญาณเฟิงหลินเทาซ่อนมรดกไว้ใช่ไหม ข้าจะไปตรวจดูเดี๋ยวนี้ว่าเป็นมรดกอะไรกันแน่”
พูดแล้วเอ้อร์หนิวก็รีบล้วงวิญญาณเฟิงหลินเทาออกมา ถือไว้ในมือจ้องอย่างโหดเหี้ยม
เฟิงหลินเทาตัวสั่นเทา หลังจากประสานสายตากับเอ้อร์หนิว ความรู้สึกสั่นสะท้านในใจก็ยิ่งรุนแรง โดยเฉพาะเขาคนนี้เป็นคนขี้ระแวง และคนขี้ระแวงก็มักจะมีจินตนาการกว้างไกล
ตอนนี้ในจินตนาการของเขามีภาพนับไม่ถ้วนที่ตัวเองถูกวิธีที่โหดเหี้ยมต่างๆ นานาบีบเค้นถามมรดกผุดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นค้นวิญญาณ หรือเป็นหลอมวิญญาณ หรือจะเป็นส่งตัวเองเข้าไปในร่างอสูรร้ายทำการทรมาน…
ความคิดพวกนี้ก่อเป็นคลื่นลูกใหญ่ ซัดกระหน่ำไปในทะเลวิญญาณของเขาไม่หยุด ทำให้เมื่อเอ้อร์หนิวทางนั้นยังไม่ทันจะได้เอ่ยปาก เฟิงหลินเทาก็เป็นฝ่ายพูดออกมาอย่างรวดเร็ว
“ขอบคุณสหายเอ้อร์หนิวที่ช่วยชีวิต ข้าแซ่เฟิงไม่มีอะไรจะตอบแทน ยินดีมอบมรดกให้!!”
“มรดกนี้ดูเหมือนรางเลือนเป็นภาพมายา แต่แท้จริงกลับไม่ใช่เช่นนั้นเสียทั้งหมด นั่นเป็นตราประทับตราหนึ่ง ทันทีที่สัมผัสรับรู้สำเร็จก็จะสามารถแปลงเป็นรอยเต๋าอำนาจมากมาย!”
เฟิงหลินเทาชิงเอ่ยปากก่อน
เขาไม่กล้ามีความคิดเป็นอื่น เพราะเขานึกย้อนว่าหลังจากที่ตัวเองมาถึงแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์ ทุกครั้งที่ได้เจอกับเอ้อร์หนิวและสวี่ชิงล้วนแต่ซวยขั้นสุด เกือบตายเสียทุกครั้ง
ดังนั้นตอนนี้สิ่งที่เขาคิดในใจคือรักษาชีวิตรอด
และการตอบรับอย่างรวดเร็วและให้ความร่วมมือเช่นนี้ของเขาทำให้เอ้อร์หนิวทางนั้นกะพริบตาปริบๆ ในใจเกิดความสงสัย ดังนั้นจึงทำท่าโหดเหี้ยมต่อไป หรี่ดวงตาทั้งสองลง มือที่บีบวิญญาณของเฟิงหลินเทาออกแรงอีกครั้ง
ทันทีที่เฟิงหลินเทาร่างวิญญาณเจ็บปวดก็ยิ่งร้อนรน รีบเอ่ยขึ้นต่อไป
“สหายอย่าได้ใจร้อน ข้ายังพูดไม่จบ”
“การเปิดมรดกนี้จะต้องมีเงื่อนไขที่กำหนดไว้เป็นพิเศษสามข้อ เงื่อนไขข้อที่หนึ่งคือหล่อเลี้ยงเป็นระยะเวลานาน ต้องใช้เลือดและวิญญาณมหาศาล ข้อนี้ หลายปีมานี้ข้าทำสำเร็จแล้ว ไม่จำเป็นต้องให้สหายเอ้อร์หนิวพวกท่านไปเตรียมการอีก ข้าช่วยเตรียมให้พวกท่านเรียบร้อยแล้ว”
“เงื่อนไขข้อที่สองคือต้องทำในสภาวะที่เย็นยะเยือก ในร่างกายจะมีความร้อนแม้เพียงเศษเสี้ยวไม่ได้ เรื่องนี้ข้าก็เตรียมไว้ให้พวกท่านแล้วเช่นกัน จากที่นี่มุ่งไปข้างหน้าก็เป็นทิศเหนือของแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์แล้ว”
“ที่นั่นเป็นธารน้ำแข็งทั้งหมด หาถ้ำน้ำแข็งถ้ำหนึ่งดำลงไป ก็จะหาสถานที่ที่เหมาะสมเจอ”
“เงื่อนไขข้อที่สาม คือต้องใช้วารีศักดิ์สิทธิ์พิสดารบันลือ นี่ก็เป็นเหตุผลว่าทำไมก่อนหน้านี้ข้าต้องไปเขตปกครองพิสดารบันลือ”
“ดังนั้น เงื่อนไขข้อสุดท้ายข้าก็ช่วยพวกท่านสหายเอ้อร์หนิวทำเสร็จแล้ว ต้องขอบคุณสหายทั้งสองที่ช่วยเหลือเมื่อตอนนั้น”
เฟิงหลินเทามองเอ้อร์หนิวอย่างประจบประแจง
ไม่พูดไม่ได้เลยว่า เฟิงหลินเทาเป็นคนที่พูดเป็น ปากประเดี๋ยวๆ ก็ช่วยพวกท่านเตรียมเรียบร้อยแล้ว ทำให้เอ้อร์หนิวได้ยินแล้วสบายใจนัก อีกทั้งก็มองออกว่าสิ่งที่เฟิงหลินเทาพูดน่าจะเป็นความจริง
ดังนั้นเขากระแอมออกมาทีหนึ่ง
“เจ้าเฟิงน้อย เจ้าวางใจเถิด ท่านปู่หนิวไม่ใช่คนที่ชอบสังหารให้สิ้นซากไร้ความปรานี ครั้งนี้เข้าก็นับว่าสร้างคุณงามความชอบ รอเมื่อพวกเรากินเนื้อเสร็จก็จะเหลือน้ำแกงไว้ให้เจ้า”
พูดจบ เอ้อร์หนิวก็คลายมือขวาเล็กน้อย ให้วิญญาณเฟิงหลินเทาไม่เจ็บปวดขนาดนั้น กระทั่งว่ามือซ้ายก็ยกขึ้น ลูบเบาๆ ไปที่วิญญาณของเฟิงหลินเทา
คำพูดตลอดจนการกระทำของเขาทำให้วิญญาณเฟิงหลินเทาสะท้านเฮือก รีบทำท่าทางซาบซึ้งเป็นอย่างยิ่งออกมา
ขณะเดียวกัน สวี่ชิงทางนั้นก็เดินไปทางเยวี่ยตงที่สลบไสล
วิชาเซียนที่จักรพรรดินีพูดไว้ก่อนจาก สวี่ชิงก่อนหน้านี้ก็ทำการทดลองด้วยตัวเอง ถึงจะไม่มีผลกับเขา แต่พลังของวิชาเซียนนี้แปลกประหลาดเป็นอย่างยิ่ง
ไม่เพียงแต่สร้างหุ่นเชิดวิญญาณ ควบคุมอย่างไร้รูปร่างได้เท่านั้น ยิ่งสามารถเหนี่ยวนำเจ็ดจิตหกปรารถนา แปรเปลี่ยนเป็นคำสาปให้ปะทุ
พลังสังหารทำลายล้างเห็นได้ชัดว่าไม่น้อยเลย
วิชาเซียนประเภทนี้ย่อมไม่ธรรมดา
ดังนั้นสวี่ชิงตอนนี้ยืนข้างหน้าเยวี่ยตง ในดวงตาฉายประกายแสงเจ็ดสี แสงประกายอรุณของเขากำลังแผ่ลาม ลองคัดลอกวิชานี้ออกมา
แต่ความแปลกประหลาดของวิชาเซียนก็ปรากฏขึ้นโดยสมบูรณ์ในเสี้ยวขณะนี้
แสงประกายอรุณคัดลอกล้มเหลว!
ดวงตาสวี่ชิงฉายประกายเย็นเยือก มือขวายกขึ้นชี้ไปยังหว่างคิ้วของเยวี่ยตง
หลังจากนั้นครู่หนึ่ง สวี่ชิงขมวดคิ้ว
เขาไม่อาจรู้สึกถึงเบาะแสใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับวิชาเซียนภายในร่างของเยวี่ยตงเลย วิชาเซียนนี้เหมือนนี้ไม่เคยมีอยู่จริง ไม่อาจเสาะหาได้แม้เพียงนิด
สำหรับค้นวิญญาณ นี่เป็นวิธีสุดท้าย
สวี่ชิงมีลางสังหรณ์ว่าหากค้นวิญญาณล้มเหลว เช่นนั้นวิชาเซียนจะดับสูญสลายไปพร้อมกับเยวี่ยตง
สวี่ชิงครุ่นคิด เขานึกถึงหน้ากากที่ได้มาจากตำหนักวิชาเซียนในตอนนั้นที่นายท่านเจ็ดพาเขาและศิษย์พี่ใหญ่เดินทางไปด้วยกัน
ดังนั้นมือขวาจึงแตะไปบนหน้าเยวี่ยตง
ทุกอย่างเป็นปกติ
“ไม่มีหน้ากาก หรือว่าวิชาเซียนหกรากราคะตัณหาจะพิเศษยิ่งกว่านั้น”
ในยามที่สวี่ชิงขบคิด เยวี่ยตงร่างสะท้าน ดวงตาทั้งสองพลันลืมตื่นขึ้น ตื่นขึ้นมาจากการสลบไสล จ้องสวี่ชิงเขม็ง เต็มไปด้วยความอาฆาตแค้น
“เจ้ากำลังหาวิชาเซียนของข้าอย่างนั้นหรือ”
“เจ้าหาไม่เจอ และข้าก็ไม่มีทางให้เจ้า”