ตอนที่ 1026
บทที่ 1026 ปลาอ้วนท้วนสมบูรณ์ ต่างฝ่ายต่างได้ในสิ่งที่ต้องการ
October 22, 2026
บทที่ 1026 ปลาอ้วนท้วนสมบูรณ์ ต่างฝ่ายต่างได้ในสิ่งที่ต้องการ
ดินแดนธารน้ำแข็ง เงียบสงัดในชั่วพริบตา
สายตาของหลี่ว์หลิงจื่อ ดึงดูดความสนใจจากบรรพจารย์ตระกูลหลานและเหล่าผู้อาวุโสหกท่านในที่แห่งนี้ในทันที
ในใจของพวกเขาล้วนหวาดระแวงต่อศิษย์จักรพรรดิผู้นี้
เป็นเพราะว่าคนผู้นี้เป็นอัจฉริยะฟ้าประทานที่หาตัวจับยากในแดนศักดิ์สิทธิ์ปีกมาร
เล่ห์เหลี่ยมของเขาลึกล้ำยากหยั่งถึง ทำให้ผู้คนคาดเดามิได้
โดยเฉพาะดวงตาปีศาจที่กึ่งกลางคิ้ว แฝงไว้ซึ่งความลึกลับ มิเพียงแต่จะทำให้เขาสามารถคว้าอำนาจมาได้ในระดับมหาขั้นเตรียมสู่เทวะ แต่ยังสามารถใช้ดวงตาปีศาจนี้ ร่ายเวทน่าสะพรึงกลัวต่างๆ ได้
แม้ว่าระดับพลังบำเพ็ญโดยรวมจะมิได้อยู่ในจุดสูงสุดในบรรดาศิษย์ของจักรพรรดิตระกูลหลาน แต่พรสวรรค์และวิธีการของเขาก็น่าทึ่งอย่างยิ่ง
กองกำลังเบื้องหลังก็มีมิน้อยเช่นกัน และยังได้รับความสนใจจากบุึึลระดับสูงและทรงอำนาจบางกลุ่มในปีกมารอีกด้วย
ดังนั้นหากต้องการที่จะลงมือกับเขา จึงต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ
อย่างน้อยที่สุดก็เป็นเรื่องยากในแดนศักดิ์สิทธิ์
วิธีเดียวที่จะปลอดภัยอย่างแท้จริง คือต้องอาศัยช่วงเวลาสงครามในยามนี้ ที่เผ่าพันธุ์มุ่งเน้นความสนใจไปที่การสู้รบกับเผ่ามนุษย์ มิมีเวลามาใส่ใจเรื่องเล็กน้อย ล่อคนผู้นี้ออกมาจากแดนศักดิ์สิทธิ์ จากนั้นให้บรรพจารย์ตระกูลหลานกำราบเขาโดยพลังบำเพ็ญเจ้าเหนือหัว
แต่ในตอนนี้…แม้ว่าจะปิดกั้นแผนสำรองทั้งหมดของอีกฝ่ายไปแล้ว แต่ในสถานการณ์ที่ดูเหมือนจะไร้ช่องโหว่นี้ อีกฝ่ายกลับมีสีหน้าเป็นปกติ ทอดสายตามองไปยังเจดีย์บนท้องฟ้าด้วยรอยยิ้มดังเดิม
ฉากนี้ ทำให้ในใจของคนตระกูลหลาน ล้วนกระตุกวูบขึ้นมา รู้สึกถึงสังหรณ์ร้าย
และหลานเหยา ในฐานะคู่ครองของหลี่ว์หลิงจื่อ นางเข้าใจหลี่ว์หลิงจื่อมากกว่าใคร ดังนั้นสีหน้าจึงแปรเปลี่ยนไปในทันที แม้แต่ลมหายใจก็ยังถี่กระชั้นขึ้นเล็กน้อย
สังหรณ์ร้ายที่ผุดขึ้นในใจของทุกคน เมื่อมาถึงนาง ผนวกกับความเข้าใจในหลี่ว์หลิงจื่อ ก็กลายเป็นความจริงที่มิมีสิ่งใดเทียบเคียงได้
เยวี่ยตงที่อยู่ข้างๆ ก็จิตใจปั่นป่วนกระวนกระวายเช่นเดียวกัน หลังจากสบสายตากับหลานเหยาอย่างรวดเร็ว สองสาวก็มิลังเล รีบถอยร่น พยายามที่จะรักษาระยะห่าง มองหาโอกาสหลบหนีออกจากสมรภูมิ
ในเวลาเดียวกัน ท่ามกลางสายตาของทุกคน ภายในเจดีย์ศักดิ์สิทธิ์เซิ่งเทียนที่ลอยเท้งเต้งอยู่กลางอากาศ เอ้อร์หนิวประหลาดใจ
“ไยจึงมองข้าเล่า?”
“หมายความว่าอย่างไร ข้าเป็นแผนสำรองของเขาหรือ?”
“หรือว่า รอข้าพากย์เสียงให้เขาต่อไป?”
ภายในเจดีย์ เอ้อร์หนิวกำลังจะเอ่ยอะไรบางอย่าง แต่สวี่ชิงที่อยู่ข้างๆ ในขณะนี้ สีหน้าครุ่นคิดได้จางหายไปแล้ว เขาเดินออกจากเจดีย์ไปยืนอยู่ภายนอกทันที!
การปรากฏตัวอย่างกะทันหันของสวี่ชิง ทำให้ทุกคนในสถานที่แห่งนี้ที่ต่างตื่นตัวกันอยู่แล้ว ต่างก็สงบลงในทันที ทันใดนั้นสายตาก็เลื่อนจากเจดีย์ไปยังสวี่ชิง
ในใจของเอ้อร์หนิวบังเกิดความงุนงง เมื่อนึกถึงสายตาของสวี่ชิงก่อนหน้านี้ ก็พอจะคาดเดาได้
“หรือว่า…”
ส่วนหลานเหยาที่อยู่ที่นั่น เวลานี้ยิ่งประหลาดใจมากขึ้น เยวี่ยตงสีหน้าแปรเปลี่ยนอีกครั้ง ลางร้ายในใจของบรรพจารย์ตระกูลหลานและเหล่าผู้อาวุโสหกท่าน ยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้น ทั้งหมดต่างขมวดคิ้ว
มีเพียงหลี่ว์หลิงจื่อเท่าั้นที่ยังคงคลี่ยิ้มดังเดิม ทอดสายตามองสวี่ชิง และกล่าวด้วยรอยยิ้มว่า
“เจ้าเป็นแผนสำรองของข้าหรือ?”
สวี่ชิงสั่นศีรษะ
“โอ้? เช่นนั้นเหตุใดเจ้าจึงเดินออกมา?”
ดวงตาของหลี่ว์หลิงจื่อเปล่งประกายประหลาด เพ่งพินิจมองสวี่ชิงอย่างละเอียดถี่ถ้วนหลายครั้ง
สวี่ชิงสีหน้าไร้อารมณ์ ทอดสายตาผ่านกำแพงฟองอากาศเบื้องหน้า มองไปยังหลี่ว์หลิงจื่อ กล่าวออกมาอย่างแผ่วเบา
“ข้ามิใช่แผนสำรองของเจ้า แต่ก่อนหน้านี้ในการประมือกับเจ้า ข้าได้ค้นพบคลื่นความผันผวนที่น่าสนใจจากร่างของเจ้า”
“ในร่างของเจ้า มีร่องรอยคลื่นความผันผวนของไฟเทวะ ซ่อนเร้นอย่างลึกล้ำ หากมิใช่เพราะในตอนนี้ข้ามีความเป็นเทพเป็นหลัก การรับรู้คลื่นความผันผวนแห่งไฟเทวะย่อมเหนือกว่าแต่ก่อน อีกทั้งกายเนื้อของข้ายังมีความพิเศษ เกรงว่าคงยากที่จะมองออก”
“ดังนั้นกล่าวให้ถูกต้องก็คือ สัญชาตญาณของกายเนื้อข้า รับรู้ได้ถึงคลื่นความผันผวนแผ่วเบานั้น”
“และข้าคุ้นเคยกับคลื่นความผันผวนนี้อย่างยิ่ง ดังนั้นก่อนหน้านี้จึงครุ่นคิดถึงที่มาของมันอยู่ตลอดเวลา ในท้ายที่สุดข้าก็ค้นพบคำตอบ”
“ไฟเทวะนี้ มาจากจักรพรรดิมนุษย์หลี่เซี่ย”
สายตาของสวี่ชิงสงบนิ่ง แต่คำพูดของเขากลับกึกก้องไปทุกทิศทางราวกับสายฟ้าฟาด
ดวงตาของเอ้อร์หนิวเบิกกว้าง แต่ในมิช้าก็กลับคืนสู่สภาพปกติ หัวเราะร่า ก่อนจะเดินไปยังข้างกายสวี่ชิงอย่างรวดเร็ว แสดงท่าทีราวกับคาดการณ์ไว้แล้ว มั่นใจในการควบคุมสถานการณ์ทั้งหมด กล่าวออกมาอย่างทะนงตน
“อาชิงน้อยพูดถูกแล้ว นี่ก็คือสิ่งที่ข้าต้องการจะพูดเช่นกัน”
หลานเหยาและเยวี่ยตง มิลังเล รีบถอยร่นไปในทันที
บรรพจารย์ตระกูลหลานและเหล่าผู้อาวุโสหกท่าน สีหน้าแปรเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง
น้ำเสียงของสวี่ชิงไร้ซึ่งความรู้สึกใดๆ แฝงเจือยังคงก้องกังวาน
“ข้าคิดว่า ในเมื่อเจ้ามีไฟเทวะของจักรพรรดิหลี่เซี่ย เช่นนั้นมีความเป็นไปได้สูงว่า จักรพรรดินีจะทรงประทานให้เจ้าด้วยพระองค์เอง”
“เมื่อผนวกกับภารกิจที่จักรพรรดินีทรงมอบหมายให้ในครั้งนี้ ซึ่งเป็นเพียงแค่การจับเป็นหลานเหยา… ด้วยสถานะของจักรพรรดินี เรื่องเล็กน้อยเช่นนี้พระองค์ย่อมมิให้ความสำคัญ ดังนั้นจึงมีแนวโน้มสูงกว่าที่เฟิงหลินเทาจะเป็นเหยื่อล่อปลาในครานี้ หลานเหยาก็เป็นเหยื่อล่อปลา เจ้าก็เป็นเหยื่อล่อปลาเช่นกัน”
“สิ่งที่ต้องการจะล่อมาคือตระกูลหลานทั้งหมด”
“นอกจากนี้ ก่อนหน้านี้การสู้รบระหว่างเผ่ามนุษย์และแดนศักดิ์สิทธิ์ปีกมาร หลายครั้งที่ได้รับชัยชนะ เป็นเพราะข่าวกรองเชิงกลยุทธ์ของแดนศักดิ์สิทธิ์ปีกมารรั่วไหล แม้ว่าจักรพรรดินีจะทรงป้ายความผิดไปให้เฟิงหลินเทา แต่ว่า…”
“สถานะของเฟิงหลินเทา เขามิอาจควบคุมข่าวสารข้อมูลจำนวนมหาศาลเช่นนี้ได้ ดังนั้นจะต้องมีบุคคลอื่นที่ร่วมมือกับจักรพรรดินี”
ยากนักที่สวี่ชิงจะพูดเช่นนี้ ในยามนี้คำพูดทั้งหมดของเขาพัดผ่านไปราวกับสายลมเย็น รวมกันเป็นประโยคเดียว
“ดังนั้นแผนสำรองของเจ้า จึงมิใช่ข้า แต่คือจักรพรรดินี”
คำพูดเหล่านี้ ก่อให้เกิดความปั่นป่วนครั้งใหญ่ ราวกับคลื่นยักษ์ ที่ดังกระหึ่มสู่โลกภายนอก
บรรพจารย์ตระกูลหลานรีบแผ่จิตเทพออกไป รับรู้ทั่วทุกทิศทาง ในขณะเดียวกันร่างกายก็พลันวูบไหว ทว่ามิได้ลงมือกับหลี่ว์หลิงจื่อ แต่กลับพุ่งตรงไปยังเวิ้งเวหา ยกมือขึ้นหมายที่จะกรีดแหวกช่องว่างออกไปจากที่แห่งนี้
เหล่าผู้อาวุโสหกท่านก็ปลดปล่อยพลังบำเพ็ญทั้งหมดออกมา ตื่นตระหนกถึงขีดสุด เหาะขึ้นไปบนท้องฟ้าพร้อมกัน
สิ่งที่สวี่ชิงกล่าวออกมามีความเป็นไปได้สูงอย่างยิ่งในความคิดของพวกเขา ดังนั้นการจากที่แห่งนี้ กลับคืนสู่แดนศักดิ์สิทธิ์คือทางเลือกที่ดีที่สุด
หากยังอยู่ที่นี่ และจักรพรรดินีเสด็จมาจริงๆ เช่นนั้นผลที่ตามมาย่อมเลวร้ายเกินกว่าจะจินตนาการได้
แม้ว่าดวงตาปีศาจจะสำคัญ แต่ก็มิอาจเทียบเท่าความปลอดภัยของตนเอง
โดยเฉพาะเรื่องที่หลี่ว์หลิงจื่อสมคบคิดกับเผ่ามนุษย์ หากยืนยันแน่ชัดแล้ว พวกเขาก็มิจำเป็นต้องลงมืออีกต่อไป ด้วยคุณูปการนี้ ตระกูลหลานย่อมหาวิธีเอามันมาได้เป็นธรรมดา
สวี่ชิงมิได้ใส่ใจการกระทำของพวกเขา หลี่ว์หลิงจื่อก็เช่นกัน มิแม้แต่จะเหลือบมอง เขาจ้องมองสวี่ชิง แววตาเผยให้เห็นถึงความชื่นชม
“สมแล้วที่เป็นอัจฉริยะฟ้าประทานอันดับหนึ่งของเผ่ามนุษย์ มิน่าแปลกใจที่จักรพรรดินีทรงมอบหมายให้เจ้ามาช่วยเหลือข้า”
“จักรพรรดินีทรงให้สัญญาไว้ เรื่องของข้า จะมิทรงบอกกล่าวแก่ผู้ใด ข้ายังนึกว่าพระองค์ผิดคำสัญญา บอกเรื่องของข้าให้เจ้าล่วงรู้เสียแล้ว”
สวี่ชิงสั่นศีรษะ
“จักรพรรดินีมิได้ตรัสสิ่งใดออกมาแม้แต่น้อย และเหตุผลที่ข้าเดินออกมา ยังมีจุดสำคัญอีกประการหนึ่ง นั่นก็คือ ที่นี่มีปลามากพอแล้ว แม้ว่าการตัดสินของข้าจะผิดพลาด ก็มิเป็นไร”
กล่าวจบ สวี่ชิงก็ยกมือขึ้น นำแผ่นหยกซึ่งสร้างขึ้นจากแสงที่จักรพรรดินีทรงมอบให้ขึ้นมา ถือไว้ในมือ
ท่ามกลางความคาดหวังของเอ้อร์หนิว ท่ามกลางรอยยิ้มของหลี่ว์หลิงจื่อ ท่ามกลางการหลบหนีอย่างรวดเร็วของคนตระกูลหลาน ในขณะที่บรรพจารย์ตระกูลหลานกรีดแหวกช่องว่างออกนั้น…
สวี่ชิงก็บดขยี้แผ่นหยกแสงในมือ!