ตอนที่ 861
บทที่ 861 ความลับที่ถูกเทพเจ้าปิดบัง
October 22, 2026
บทที่ 861 ความลับที่ถูกเทพเจ้าปิดบัง
หลังเสียงอันขมขื่นนี้ปรากฏ ในหัวสวี่ชิงพลันเกิดคลื่น ความทรงจำช่วงหนึ่งที่ไม่ใช่ของเขาผุดขึ้นในจิตใจ
ความทรงจำนี้กลายเป็นเศษเล็กเศษน้อย ไม่ปะติดปะต่อ คล้ายตัวต่อปริศนา
ด้วยขาดหายไปเยอะ ดังนั้นแม้ผุดขึ้นในใจสวี่ชิงก็ยังยากรวบรวมความหมายโดยสมบูรณ์มากมายที่แฝงอยู่ในนั้น
มีเพียงความเข้าใจประการหนึ่งที่เผยจากเศษเสี้ยวความทรงจำนี้ค่อนข้างชัดเจน
เผ่านภาคิมหันต์ในช่วงเวลานับไม่ถ้วนก่อนหน้านี้ ตอนยังเป็นยุคจักรพรรดิโบราณเสวียนโยวซึ่งเทพเจ้ายังไม่มาเยือนดินแดนต้องประสงค์ ชื่อของมัน…ไม่ใช่ชื่อในปัจจุบัน
ชื่อเดิมของเผ่านี้คือ…เผ่านภามหาเวท!
เป็นหนึ่งในพันธมิตรสำคัญใต้บังคับบัญชาของจักรพรรดิโบราณเสวียนโยว
ยังเป็นเผ่าที่ให้การสนับสนุนเผ่ามนุษย์ซึ่งมีกำลังมากที่สุด
มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับเผ่ามนุษย์อย่างยิ่ง ทั้งสนับสนุนจักรพรรดิโบราณเสวียนโยวขึ้นเป็นกษัตริย์อย่างเต็มที่เพื่อรวบรวมดินแดนต้องประสงค์ให้เป็นปึกแผ่น
สมัยจักรพรรดิโบราณเสวียนโยว จักรพรรดิโบราณถึงกับเป็นสหายร่วมเป็นร่วมตายกับบรรพจารย์ผู้ใช้เวทของเผ่านี้ในตอนนั้น ก่อนทั้งสองจะต่างฝ่ายประสบความสำเร็จถึงขีดสุด พวกเขาก็เป็นทั้งเพื่อนร่วมทางและสหายคนสนิท ต่างช่วยชีวิตกันและกันมาหลายครั้ง
บรรพจารย์ผู้ใช้เวทมีพลังน่าสะพรึงกลัว เรียกได้ว่าเป็นไหล่ซ้ายแขนขวาของเสวียนโยว เคยสร้างคุณูปการยิ่งใหญ่ให้จักรพรรดิโบราณรวบรวมดินแดนต้องประสงค์
ชื่อบุตรชายคนเดียวของบรรพจารย์ผู้ใช้เวท จักรพรรดิโบราณเสวียนโยวก็เป็นคนตั้งให้
ความเข้าใจส่วนนี้ผุดขึ้นในเศษเสี้ยวความทรงจำและสะท้อนสู้การรับรู้ของสวี่ชิง ทำให้ใจเขาสั่นสะเทือน นัยน์ตาที่ปิดพลันเบิกออก เผยให้เห็นความประหลาดใจ
“เผ่านภาคิมหันต์ เผ่านภามหาเวท…”
สวี่ชิงหายใจถี่เล็กน้อย ไม่ว่าในเมืองหลวงจักรพรรดิเผ่ามนุษย์หรือในเผ่านภาคิมหันต์ เขาล้วนไม่เคยเห็นคำอธิบายของประวัติศาสตร์ช่วงนี้
และคิดย้อนถึงบันทึกของเผ่านภาคิมหันต์กับเผ่ามนุษย์ ได้เพียงสืบสาวไปถึงความพินาศย่อยยับในยุคจักรพรรดิมนุษย์ตงเซิ่ง ส่วนประวัติศาสตร์ก่อนหน้านั้นไม่มีเลยสักอย่าง
ราวกับทั้งสองฝ่ายต่างลบประวัติศาสตร์ยุคจักรพรรดิโบราณเสวียนโยวทิ้งไปโดยไม่รู้ตัว
แต่กลับไม่มีใครนึกถึง ทั้งไม่มีใครสนใจ ยิ่งไม่มีคนไปสืบสาวราวเรื่อง ประหนึ่งความทรงจำที่ว่างเปล่านั้นสมเหตุสมผล
นี่มันประหลาดยิ่งนัก
‘ความเข้าใจถูกบิดเบือน!’
หกคำนี้ผุดขึ้นในหัวสวี่ชิงทันที
‘บิดเบือนช่วงเวลาของทั้งสองเผ่าได้ยาวนานขนาดนี้…เป็นพลังเทพเจ้าแน่นอน’
สวี่ชิงเงียบขรึม ในหัวปรากฏเทพทั้งสามของเผ่านภาคิมหันต์
จากนั้น เขาจัดระเบียบเศษเสี้ยวความทรงจำที่สะท้อนเข้าจิตใจหลังตักกะโหลกแรกออกมาอย่างละเอียด แม้ยังมองภาพรวมได้ยาก แต่สำหรับเขตต้องห้ามจิ่วหลี เขามีการคาดเดาเพิ่มเข้ามา
“บิดรผู้ใช้เวทที่เอ่ยถึงในประโยคนั้น โดยรวมคงเป็นสหายคนสนิทของจักรพรรดิโบราณเสวียนโยว และเป็นบรรพจารย์ผู้ใช้เวทของเผ่านี้ในตอนนั้น”
“ลูกหลี ก็หมายถึงบุตรของบรรพจารย์ผู้ใช้เวท ชื่อหลี…”
“ชื่อนี้จักรพรรดิโบราณเสวียนโยวก็เป็นคนตั้ง และที่นี่คือเขตจิ่วหลี”
สวี่ชิงจิตใจป่วนปั่น
“หรือว่า จิ่วหลีไม่ใช่อสูรร้าย…แต่เป็นบุตรของบรรพจารย์ผู้ใช้เวทเผ่านภามหาเวท”
“เช่นนั้นประโยคที่เขากล่าว ละอายใจต่อเผ่านภามหาเวท…”
สวี่ชิงก้มมองโคลนตมเบื้องล่าง สายตาเขาราวกับสามารถมองทะลุพันจั้ง เห็นถึงลักษณะผนึกด้านล่าง
“ภูเขาที่ก่อรูปจากเถ้ากระดูก เกิดจากซากจิ่วหลีงั้นหรือ”
สวี่ชิงเงียบขรึม เขาเกิดความใคร่รู้เกี่ยวกับเขตแดนของจิ่วหลีอย่างหาได้ยาก
ผ่านไปครู่หนึ่ง เขาเก็บความคิด สัมผัสผลึกวารีสีม่วงของตนเล็กน้อย มีกะโหลกอันหนึ่งปรากฏอยู่ในผลึกวารีอย่างชัดเจน กำลังเปล่งแสงประหลาด
สวี่ชิงหรี่ตา เงยหน้ามองกระถางกำยานสัมฤทธิ์เหนือศีรษะ ไม่นานเขาก็ตัดสินใจ
เขายกมือขวาขึ้นโบกเร็วรี่ พลันสลายวงแหวนควันที่กระถางกำยานสัมฤทธิ์แผ่ออกมา
พลังปิดกั้นจากวงแหวนควันก็หายไปด้วย
และหมอกเทาที่กระจายอยู่รอบด้านเหล่านั้นก็โผเข้ามาทันที
ทว่าเกิดฉากประหลาดขึ้น
เมื่อไอหมอกเหล่านั้นเข้าใกล้สวี่ชิง แม้ยังคงกลัวการยับยั้งจากพลังเทพเจ้าและพลังบำเพ็ญ แต่การบุกโจมตีกายเนื้อและจิตวิญญาณของสวี่ชิงกลับลดลง!
เพียงแต่ความรู้สึกคล้ายถูกผลกรรมฉุดดึงเช่นนั้นยิ่งรุนแรงกว่าเดิม ทำให้สวี่ชิงเชื่อมโยงกับที่นี่อย่างแนบแน่นหาใดเปรียบ ราวกับจะกลายเป็นหนึ่งเดียว ไม่อาจแยกจาก
สวี่ชิงสัมผัสอยู่ค่อนวัน นัยน์ตาฉายประกาย ยกมือชี้กระถางกำยานสัมฤทธิ์ วงแหวนควันลดลงมา ปราการก่อรูปอีกครั้ง พลังเทพเจ้าและพลังบำเพ็ญในกายเขาก็ตื่นตัวขึ้นมาใหม่
“หมอกเทาที่มาจากจิ่วหลีนี้รุนแรงยิ่งนัก มันกีดกันพลังแปลกปลอมทั้งหมด ยังทำให้ผู้บำเพ็ญทุกคนที่มาเยือนไม่อาจก้าวออกไปเมื่อเข้ามาเหยียบที่นี่”
“แต่หลังข้าผสานกะโหลกอันหนึ่งก็ไม่ได้ผิดแปลกจากหมอกเทาที่นี่ขนาดนั้นแล้ว ก็คือ…ถูกมองเป็นกึ่งพวกเดียวกัน?”
“เช่นนั้นหากข้าตักกะโหลกทั้งเก้าออกมาได้ และเป็นพวกเดียวกับหมอกเทาเหล่านี้โดยสมบูรณ์ หมอกเทาก็จะไม่ใช่ขีดจำกัดสำหรับข้าอีกต่อไป”
“แม้ผลกรรมฉุดดึงถึงขีดสุด หมอกเทาก็ไม่ให้ข้าออกไป…”
“แต่ว่า หากข้าเอาหมอกเทาไปด้วยล่ะ!”
สวี่ชิงพึมพำ จากนั้นหลับตาอีกครั้งและเริ่มฟื้นฟูร่างกาย
เวลาไหลผ่านไปเช่นนี้ หลายวันต่อมา สวี่ชิงลืมตา สัมผัสได้ว่ารอยร้าวบนนาฬิกาแดดตนลดลงบ้างแล้ว ทั้งสัมผัสได้ว่าวิชาตักจันทร์กลางบ่อของตนกลับมาใช้ได้
เขาจึงไม่มีความลังเลใด ลุกเดินไปบนโคลนตมที่ฝังกะโหลกที่สองไว้ในส่วนลึกตามตำแหน่งในความทรงจำ
สวี่ชิงยกมือทำมุทราตรงนั้น เปลวเพลิงสีน้ำตาลปรากฏอีกครั้ง ตามด้วยเผาเลือดเนื้อชื่อหมู่ ไม่นานของเหลวเป็นหยดก็ตกลงมา โคลนตมละลาย เกิดเป็นช่องทางเล็ก
หลังประสบผลสำเร็จมาครั้งหนึ่งแล้ว สำหรับสวี่ชิงการทำซ้ำความสำเร็จเดิมค่อนข้างง่ายทีเดียว
แม้การกัดกินพลังนาฬิกาแดดและผลกระทบต่อตนเองยังคงอยู่ แต่เมื่อทางผ่านพันจั้งก่อรูป วิชาตักจันทร์กลางบ่อเกิดผล ฟ้าดินสะเทือนเลื่อนลั่น กลางน้ำที่มือขวาเขาล้วงออกมาถึงกับปราฏกะโหลกอันที่สอง
ยังคงกลืนลงไป ใช้พลังผลึกวารีผนึกมันไว้ข้างในเช่นเดิม
ความทรงจำในหัวเขาพัดหมุนรุนแรงและก่อรูปอีกครั้ง เศษเสี้ยวความทรงจำเพิ่มขึ้นอีกส่วนหนึ่ง