ตอนที่ 862
บทที่ 862 บทเพลงแห่งการไว้อาลัย : หักหลัง
October 22, 2026
บทที่ 862 บทเพลงแห่งการไว้อาลัย : หักหลัง
สวี่ชิงเงียบนิ่ง
ผ่านจากประวัติศาสตร์ที่ประกอบจากเศษชิ้นส่วนความทรงจำเหล่านี้ เขาเข้าใจแล้วว่าทำไมในแผ่นดินใหญ่ผืนคีรีจึงมีโครงกระดูกมากมายขนาดนั้น และรู้ถึงอดีตที่ผ่านมาของเผ่าพันธุ์นี้
โดยมีข้อแม้ว่าทั้งหมดนี้คือเรื่องจริง
หากประวัติศาสตร์ช่วงนี้เป็นเรื่องจริง เช่นนั้น เทียบกับคำกล่าวของเผ่านภาคิมหันต์ในตอนนี้ ความรู้สึกเสียดสีรุนแรงเป็นอย่างมาก
บรรพจารย์ผู้ใช้วิญญาณที่คุ้มครองเผ่านภาคิมหันต์รบจนตัวตายถูกแอบซ่อนไปในประวัติศาสตร์
จิ่วหลีผู้เป็นบุตรชายที่สืบทอดเจตจำนงตั้งมั่นของเขาถูกเล่าบิดเบือนให้กลายเป็นสัตว์พาหนะ
ในนี้อุปราชไอศวรรย์ที่กล่าวว่าเป็นผู้รวบรวมเผ่านภาคิมหันต์ให้เป็นหนึ่ง ท่านนั้นภายใต้การคุ้มครองจากจิ่วหลีถึงจะเติบโตมาเป็นผู้บำเพ็ญแห่งนภาทมิฬได้
สวี่ชิงถอนหายใจ
เขาบอกกับตัวเอง นี่ความจริงแล้วก็เป็นเรื่องจริง
ต่อให้ไม่ใช่เผ่าพันธุ์ของตัวเอง แต่ผ่านจากเศษชิ้นส่วนความทรงจำเหล่านี้ เขาเหมือนได้ผ่านประสบการณ์พวกนั้น ในขณะที่รู้สึกเหมือนเกิดขึ้นกับตัว คล้ายว่าเดินเข้าไปในประวัติศาสตร์จริง
“เช่นนั้นแล้วจิ่วหลีตายอย่างไร อุปราชไอศวรรย์คนนั้นโดยรายละเอียดแล้วทำอะไรลงไป เผ่าผู้ใช้วิญญาณนภาทมิฬเผ่าผู้ใช้วิญญาณนภาทมิฬเปลี่ยนชื่อเป็นเผ่านภาคิมหันต์ตั้งแต่เมื่อใด และ…รื่อ เยวี่ย ซิง เทพทั้งสาม มีความเชื่อมโยงอะไรกับประวัติศาสตร์เผ่านี้…”
“คำตอบของเรื่องนี้อยู่ในความทรงจำของกระดูกทั้งห้าที่เหลือนั่น”
สวี่ชิงก้มหน้า จ้องมองโคลน
เพียงแต่ตอนนี้เปลวเพลิงสีน้ำตาลดับไปแล้ว ไม่อาจเผาไหม้เลือดเนื้อชื่อหมู่ต่อไปได้อีก ส่วนเนื้อชุ่มเลือดหลังจากที่ผลาญใช้ไปเช่นนี้ก็เหลืออีกไม่เท่าไรแล้ว
“เหลืออีกแค่หกก้อนเท่านั้นแล้ว”
สวี่ชิงพึมพำ สัมผัสรับรู้กะโหลกทั้งสี่ที่ลอยอยู่ในผลึกแก้วสีม่วงครู่หนึ่ง และสัมผัสรับรู้การเชื่อมโยงอย่างสนิทสนมระหว่างตนเองกับแดนนพกาฬแห่งนี้
เขาในตอนนี้ไม่ต้องการกระถางกำยานสัมฤทธิ์แล้ว
หมอกที่นี่สำหรับเขาแล้วไม่มีการโจมตีใดๆ ทั้งสิ้น แค่คิดก็สามารถทำให้หมอกกลุ่มนี้เดือดพล่านเพราะเขาได้
กระทั่งว่าความกังวลของเขาก็หายไปอย่างมากแล้ว
เขาวิเคราะห์ออกมาได้อย่างกระจ่างแจ้งว่า หากตนคิดอยากจะไปจากที่นี่ หมอกเทาก็จะขยับเคลื่อนตามไปด้วย ร่วมเดินทางไปกับเขา
เพียงแต่จากไปเช่นนี้มีข้อเสียอยู่
พลังบำเพ็ญของเขา พลังเทพของเขายังคงถูกต่อต้าน
นอกเสียจากเขาจะทิ้งพลังบำเพ็ญและพลังเทพของตัวเอง เปิดรับหมอกเทาทั้งหมด ให้มันผสานไปในร่าง ผสานไปในวิญญาณ ตกตะกอนกลายเป็นส่วนหนึ่งของร่างกายตัวเอง
“ถึงตอนนั้นข้าจะไม่ใช่ผู้บำเพ็ญเทพอีกต่อไป แต่เป็น…ผู้ใช้วิญญาณ!”
สวี่ชิงเงยหน้า ทอดสายตามองไปยังปลายขอบฟ้า
สำหรับผู้ใช้วิญญาณ เขาไม่คุ้นเคย แต่ก็คุ้นเคย ไม่คุ้นเคยเพราะไม่เคยสัมผัส คุ้นเคยเพราะหมอกเทากลุ่มนี้ก็คือพลังรากฐานของผู้ใช้วิญญาณ กะโหลกทั้งสี่ที่เขาหลอมผสาน ในความหมายจากมุมหนึ่งแล้วก็คือมรดกของจิ่วหลี
แต่นี่ไม่ใช่เส้นทางที่เขาอยากจะเดิน
“บรรพจารย์ผู้ใช้วิญญาณใช้ความตายเป็นค่าตอบแทน และก็แค่ทำร้ายเทพเจ้าที่แข็งแกร่งองค์นั้นบาดเจ็บสาหัสเท่านั้น”
สวี่ชิงหรี่ตา มองโคลนพลางคิดหาวิธี
และวิธีความจริงเขาก็คิดได้แล้ว แต่วิธีนี้ต้องใช้กะโหลกห้ากะโหลกถึงจะทำได้
ตอนนี้ขาดไปหนึ่งกะโหลก
ดังนั้นหลังจากครุ่นคิด สวี่ชิงก็พลันเอ่ยขึ้นมา
“เจ้าเงา”
ใต้เท้าไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆ ทั้งสิ้น และไม่มีระลอกคลื่นอารมณ์ใดๆ แผ่ออกมา เจ้าเงาเหมือนตายไปแล้ว
สวี่ชิงสีหน้าเป็นปกติ รอสามอึดใจ ส่งเสียงเรียกอีกครั้ง
“หากยังไม่ออกมาอีก วันหลังเจ้าก็ไม่ต้องออกมาแล้ว”
คำพูดประโยคนี้ของสวี่ชิงดังออกมา บนโคลนใต้เท้าของเขาก็มีเงาจางๆ กลุ่มหนึ่ง ระลอกคลื่นอ่อนแรงแผ่ระลอกออกมา
“ลงไป ฝ่าดำลงไปพันจั้ง เป็นสื่อกลางที่ทำให้ข้าสำแดงวิชาได้”
ระลอกคลื่นอารมณ์ของเจ้าเงาร้อนรนกระวนกระวายขึ้นมาทันที ท่าทีปฏิเสธนับไม่ถ้วนส่งมาในใจสวี่ชิง
“ระหว่างทางข้าจะควบคุมหมอก ไม่ให้ก่อกวนเจ้า”
สวี่ชิงพูดจบ ขณะสะบัดมือ หมอกเทารอบๆ ก็โหมทะลักตามความคิดของเขา ความรู้สึกอย่างควบคุมได้ตามใจแสดงออกมาอย่างเห็นได้ชัด
เห็นภาพนี้ ความร้อนรนกระวนกระวายในอารมณ์ของเจ้าเงาก็ลดลงไปเล็กน้อย ท่าทีปฏิเสธก็เช่นเดียวกัน
“หลังจากสำเร็จ ข้าจะให้เนื้อชุ่มเลือดชื่อหมู่กับเจ้าชิ้นหนึ่ง”
สวี่ชิงเสียงสงบนิ่ง
เนื้อชุ่มเลือดชื่อหมู่เป็นสิ่งที่เจ้าเงาเฝ้าปรารถนาเป็นอย่างยิ่ง ที่ผ่านมามันทำได้แค่มองสวี่ชิงดูดซับตาละห้อย ตัวเองอยากจะแค่ดมกลิ่นยังยาก
ดังนั้นหลังจากได้ยินคำสัญญาของสวี่ชิง มันลังเลอย่างเห็นได้ชัด ความการวนกระวายและการปฏิเสธลดลงอีกครั้ง
“หากเจ้าไม่เชื่อฟัง เช่นนั้นวาสนานายบ่าวของเจ้ากับข้าก็ไม่จำเป็นต้องดำเนินต่อไปแล้ว”
เสียงของสวี่ชิงฉายความเย็นชาออกมา ดังในใจเจ้าเงา ทำให้มันสั่นสะท้านไปทั้งร่าง สุดท้ายภายใต้การตัดสินใจเลือกระหว่างรางวัลกับความเป็นความตาย ในระลอกคลื่นอารมณ์ของมันก็แผ่ท่าทีที่พร้อมจะทุ่มสุดตัวออกมา
เพื่อที่จะมีชีวิตต่อไป เพื่อเนื้อชุ่มเลือด มันคำรามราวกับอสูรร้ายออกมา พุ่งไปทางโคลนแล้วดำลงไป
เสี้ยวขณะต่อมา เงาจมลงไปร้อยจั้ง หมอกเทารอบๆ กำลังจะเข้าไปใกล้ ภายใต้การแทรกแซงจากสวี่ชิงก็สลายไปอย่างรวดเร็ว ดังนั้นการดำลงไปของเจ้าเงาราบรื่นกว่าก่อนหน้านี้เป็นอย่างมาก
ไม่นานนักก็มาถึงระดับความลึกแปดร้อยจั้ง
เพียงแต่ถึงตรงนี้ สวี่ชิงสัมผัสได้ถึงพลังผนึกจากข้างล่างได้อย่างชัดเจน
พลังกลุ่มนั้นตอนนี้กำลังหลับใหล แต่เขามีสังหรณ์ว่า ทันทีที่กลิ่นอายของตนสัมผัสเข้ากับผนึกก็จะถูกมันสยบทันทีอย่างแน่นอน
ดังนั้นเขาก็ไม่กล้าแผ่กลิ่นอายไปรบกวนการแผ่ลามของหมอกมากเกินไปเช่นกัน
ดังนั้น การดำดิ่งลงไปของเจ้าเงาจึงค่อยๆ ช้าลง เสียงร้องครวญครางก็ดังตามาด้วย
แต่ก็ดีกว่าสภาพก่อนหน้านี้ และเจ้าเงาทางนั้นก็ทุ่มสุดกำลัง สู้กับการถูกหมอกโจมตี ดำดิ่งลงไปได้เก้าร้อยจั้ง ที่นั่นมันก็ค่อนข้างไร้แรงที่จะดำดิ่งต่อไปแล้ว