ตอนที่ 864
บทที่ 864 กะโหลกศีรษะที่เก้า!
October 22, 2026
บทที่ 864 กะโหลกศีรษะที่เก้า!
ท้องฟ้าทั่วทั้งแผ่นดินใหญ่ผืนคีรีขมุกขมัว ลมพายุพัดกระหน่ำ พื้นดินคำราม สัตว์ร้ายนับไม่ถ้วนในถิ่นที่อยู่อาศัยต่างๆ ล้วนแต่ส่งเสียงคำราม
สรรพเสียงรวมกันเป็นหนึ่ง สุดท้ายก็กึกก้องไปทั่วฟ้า ส่งผลให้ฟ้าดินเปลี่ยนสี
เสียงคำรามนั้นยังมาพร้อมกับเสียงโอดครวญน่าสลด เต็มไปด้วยความโศกศัลย์และความแค้นอย่างรุนแรงสุดกู่
ราวกับเคียดแค้นสวรรค์ที่ไม่ยุติธรรม เคียดแค้นแผ่นดินที่ไม่เที่ยง!
เคียดแค้นที่เผ่าพันธุ์หักหลัง เคียดแค้นตนที่จงรักภักดีอย่างโง่เขลา!
ความรู้สึกทั้งปวงนี้คล้ายจะฝังรากลึกในจิตวิญญาณแลสายเลือดของสัตว์ร้ายมาตั้งแต่ต้น ในยามปกติเก็บซ่อนไว้ในส่วนลึก แม้แต่ตัวมันเองก็ไม่อาจรับรู้ได้ ตอนนี้เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของแผ่นดินใหญ่ผืนคีรี เนื่องจากกลิ่นอายของศัตรู จึงฟื้นคืนชีพขึ้นมาบางส่วน ปรากฏออกมาโดยสัญชาตญาณ
เหล่าผู้ทดสอบมหกรรมล่าเหยื่อของเผ่านภาคิมหันต์ต่างหน้าเปลี่ยนสี บางคนสงสัย บางคนตกใจ บางคนตกตะลึง อารมณ์ต่างๆ ในใจของพวกเขาระเบิดออกราวกับลมเพชรหึง
“นี่มันเรื่องอะไรกัน!”
“แผ่นดินใหญ่ผืนคีรี เหตุใดถึงเป็นเช่นนี้!”
“สัตว์ร้ายพวกนี้เหมือนถูกกระตุ้นอย่างรุนแรงเลย!”
ไม่ใช่แค่ผู้ทดสอบธรรมดาที่จิตใจไหวกระเพื่อม เวลานี้เหล่าอัจฉริยะฟ้าประทานแห่งนภาคิมหันต์ในแผ่นดินใหญ่ผืนคีรีก็ไม่ต่างกัน
ขณะที่จี้ตงจื่อมองไปทางเขตต้องห้ามนพกาฬด้วยความหวาดกลัว ในอีกพื้นที่หนึ่ง ฝานซื่อซวงที่นั่งขัดสมาธิ ใบหน้าสงบราบเรียบ ก็ลืมตาโพลง สีหน้าเปลี่ยนไป รีบหันไปมองเขตต้องห้ามนพกาฬ
สีหน้าค่อยๆ เคร่งเครียดขึ้น ดวงตาทั้งคู่หดลง
“ต้นตอมาจากนพกาฬ!
“เกิดอะไรขึ้น…ที่นั่น?”
ฝานซื่อซวงรู้สึกไม่สังหรณ์ใจไม่ดี ไม่ว่าจะจากประสบการณ์ หรือเรื่องราวที่เคยได้ยินมา ก็ไม่เคยเกิดเหตุการณ์เช่นนี้มาก่อน
ยังมีเทียนม่อจื่อและทั่วสือซานที่อยู่กันคนละที่ ทว่าคลื่นลมอันเกิดจากนพกาฬโถมซัดจิตใจนั้นรุนแรงไม่ต่างกัน
ความรู้สึกสังหรณ์ร้ายยิ่งแพร่กระจายมากขึ้น
ในขณะเดียวกัน ในเขตพื้นที่ล้อมรอบแผ่นดินใหญ่ผืนคีรี ในดินแดนพยัคฆาคีรี มีเงาหนึ่งกำลังวิ่งมาอย่างรวดเร็ว
เงาร่างนี้ว่องไวมาก แต่หากสังเกตดูให้ดี จะรู้สึกถึงความหยาบกระด้างอย่างไร้ที่มา
นั่นคือเอ้อร์หนิว
เขารู้สึกถึงคลื่นความผันผวนอันยิ่งใหญ่ ระหว่างที่วิ่งก็เงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้า สันนิฐานหนึ่งผุดขึ้นในใจ
“เหตุใดถึงสังหรณ์ใจว่าจะเกี่ยวข้องกับศิษย์น้องเล็กกันนะ?”
เอ้อร์หนิวกระพริบตา คิดในใจว่าศิษย์น้องเล็กไม่ได้มาพบเขา หรือว่าค้นพบของล้ำค่าที่ดีกว่า…
ขณะที่เขากำลังคิด ด้านหลังก็มีเสียงคำรามแหลมคม ชายหนุ่มหน้าตาดี วิ่งออกมาจากป่าหลังเอ้อร์หนิว
แม้ว่าฟ้าดินจะเปลี่ยนแปลง แต่ในดวงตาของชายหนุ่ม ดูเหมือนว่าไม่มีอะไรสำคัญ มีเพียงเอ้อร์หนิวเท่านั้นที่อยู่ในสายตาของเขา
ดังนั้นหลังจากปรากฏตัว เขาก็วิ่งตามไป
ถ้ามีผู้บำเพ็ญนภาคิมหันต์คนอื่นอยู่ที่นี่ ต้องจำได้ว่า ชายหนุ่มคนนี้คืออัจฉริยะฟ้าประทานอันดับหนึ่งแห่งเผ่านภาคิมหันต์ เหยียนเสวียนจื่อ!
ในฐานะอัจฉริยะฟ้าประทานอันดับหนึ่ง ตำแหน่งและสถานะของเขานั้นยิ่งใหญ่ ไม่มีใครในรุ่นเดียวกันกล้ายุแหย่เขา ดังนั้นจึงไม่ค่อยมีเหตุการณ์ที่ถูกเขาไล่ล่ามากนัก
แต่มันกลับเกิดขึ้น ณ ที่แห่งนี้
ที่สำคัญที่สุด เหยียนเสวียนจื่อที่ปรากฏตัวที่นี่ เสื้อผ้ายับยู่ยี่ สีหน้าเคร่งเครียด ดวงตาเต็มไปด้วยจิตสังหาร ราวกับเอ้อร์หนิวเป็นศัตรูมาแต่ชาติปางก่อน
เรื่องเช่นนี้หายากมาก
“เยี่ยนจื่อเอ๋ย เหตุใดเจ้าต้องไล่ตามผู้ชายอย่างข้าด้วย ข้ามีคนรักแล้ว เจ้าตัดใจเสียเถิด”
พูดจบ ร่างกายของเขาก็สั่นไหว วิ่งเข้าไปในป่า แต่ในดวงตากลับฉายแววบ้าคลั่ง
เหยียนเสวียนจื่อที่ตามมาด้านหลัง ได้ยินประโยคนี้ ดวงตาพลันแดงก่ำ จิตสังหารยิ่งดุดัน กัดฟันวิ่งตามไป
และแล้วทั่วทั้งแผ่นดินใหญ่ผืนคีรีก็เกิดคลื่นและพายุด้วยประการฉะนี้
และที่ใจกลางพายุ ในดินแดนนพกาฬ จิตใจของสวี่ชิงเองก็สั่นคลอน การสั่นสะเทือนของศาลเจ้าใต้โคลนลึกหนึ่งพันจั้ง และพลังที่น่ากลัว ทำให้เขารู้สึกเหมือนเรือลำเล็กในคลื่นคลั่ง พร้อมจะพังทลายได้ทุกเมื่อ
เห็นได้ชัดว่า การนำกะโหลกศีรษะที่เก้าออกมา ได้แตะต้องรากฐาน จึงทำให้ศาลเจ้าเกิดการเปลี่ยนแปลง
หากต้องการแก้ไขก็ง่ายนิดเดียว เพียงแค่สวี่ชิงล้มเลิกความพยายามจะครอบครองมัน
แต่อุตส่าห์นำกระโหลกออกมาได้แปดหัวแล้ว เหลือเพียงหัวสุดท้ายก็จะครบถ้วน หากทิ้งไปสวี่ชิงก็รู้สึกเสียดาย
โดยเฉพาะอย่างยิ่งเขามีลางสังหรณ์อย่างรุนแรงว่าหากนำกะโหลกศีรษะที่เก้าออกมาได้ มีความเป็นไปได้สูงที่จะมีการเปลี่ยนแปลงแปลกประหลาดจะเกิดขึ้นกับกระโหลกทั้งเก้า
การเปลี่ยนแปลงนั้นคืออะไร เขาไม่สามารถรับรู้ได้ แต่เขาคิดว่าต้องไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงเล็กๆ
เพียงแต่สิ่งแลกเปลี่ยนในการได้มานั้นค่อนข้างสูง
หากฝืนนำออกมา จะกระตุ้นให้ศาลเจ้าปล่อยพลังที่น่ากลัวยิ่งกว่าอย่างแน่นอน
เมื่อเผชิญหน้ากับเทพเจ้าที่เหนือกว่าชื่อหมู่ สวี่ชิงรู้ดีว่าตัวเองไม่มีพลังที่จะต่อต้าน
แต่…หากเขาไม่รู้ประวัติศาสตร์ของเผ่านภาคิมหันต์ เมื่อเผชิญทางเลือกเช่นนี้ เขาเลือกที่จะล้มเลิกโดยไม่ลังเล
เพราะการเอาชีวิตรอดสำคัญที่สุด
แต่…การรู้ประวัติศาสตร์ของเผ่านภาคิมหันต์ ทำให้สวี่ชิงรู้สึกว่า ตัวเอง…สามารถแย่งชิงเหยื่อจากปากเสือได้!
ดังนั้นเขาจึงคาดคะเนอย่างรวดเร็ว ภาพโครงสร้างใต้โคลนลึกหนึ่งพันจั้งปรากฏขึ้นในใจ
“ศาลเจ้าถูกสามเทพเจ้ากดขี่…การสั่นสะเทือนขององค์ท่าน ต้องกระตุ้นการผนึกของสามเทพ!”
“จากประวัติศาสตร์ก่อนหน้านี้ มีเบาะแสบางอย่างระหว่างสามเทพกับเทพเจ้าแมงมุม…”
เมื่อคิดได้ดังนั้น ดวงตาของสวี่ชิงก็ประกายแววเด็ดเดี่ยวและความบ้าคลั่งเหมือนเอ้อร์หนิว