ตอนที่ 883
บทที่ 883 หลุมศพจักรพรรดิบรรพชน
October 22, 2026
บทที่ 883 หลุมศพจักรพรรดิบรรพชน
การตอบสนองของทั่วสือซานรวดเร็วไร้ใดเปรียบ วิธีการก็เปี่ยมด้วยความเฉียบขาด เขารู้ดีว่าด้วยพลังบำเพ็ญของตน เผชิญหน้ากับสวี่ชิงในระยะใกล้เช่นนี้ ตนไม่ใช่คู่ต่อสู้โดยสิ้นเชิง
อย่างไรเรื่องการตายของจี้ตงจื่อ แม้เขาไม่ได้เห็นด้วยตา แต่ฟังจากปากคนอื่นก็เข้าใจสถานการณ์ดียิ่ง
ทั่วสือซานจึงรู้ว่าหากตัวเขาที่เผยว่าจะนำภัยมาให้แต่แรกไม่รีบแสดงท่าทีหรือให้ความชัดเจนสักอย่าง เกรงว่าพริบตาต่อไปจะไม่มีโอกาสแล้ว
ยิ่งไม่ต้องเอ่ยถึงคนท่าทางเหมือนโจรข้างกายสวี่ชิง แค่มองก็รู้ว่ามีแต่ความคิดชั่วร้าย และเขานึกขึ้นได้แล้วด้วย ตอนนั้นตนสู้กับสวี่ชิงอยู่นอกเมืองศักดิ์สิทธิ์ ไอ้คนหน้าตาเจ้าเล่ห์ไม่เหมือนคนดีผู้นี้ก็เหมือนจะอยู่ข้างกายสวี่ชิง
คนที่อยู่ข้างกายเขาได้ ย่อมไม่ใช่คนอ่อนแอ
เมื่อคิดเช่นนี้ ตนมาเจอพวกเขาเท่ากับรอดได้ยาก
อีกอย่าง เจ้าสองคนนี้ถึงกับยั่วยุการมีอยู่ที่น่ากลัวปานนั้น นี่…ก็เป็นความสามารถเช่นกัน
ต้องทราบว่าไม่ใช่ทุกคนจะยั่วยุสิ่งที่น่ากลัวเช่นนั้นได้ และไม่ใช่ทุกคนที่จะยืนหยัดรอดจากการถูกไล่สังหารตลอดทางหลังจากไปยั่วยุได้
รวมทั้งหมดนี้ ทั่วสือซานจึงปลุกท่านปู่และโยนเขาไปแทนจุดยืนของตน
และตอนนี้ ท่านปู่ที่ถูกโยนออกไปก็สะดุ้งจากความงุนงง ชั่วขณะที่แมงกะพรุนยักษ์สีแดงจ้องมอง ทั้งร่างเขาสั่นเทาเล็กน้อย ในใจป่วนปั่นถึงขีดสุด
“ไอ้เด็กเวร…”
ใจเขาโมโหแทบคลั่ง แต่ตอนนี้ทำอะไรไม่ได้ ทั้งไม่มีเวลาไปด่าคน เขาระเบิดพลังเตรียมสู่เทวะของตนในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ อัดไปทางแมงกะพรุนยักษ์ที่มาเยือนผ่านอากาศ
ฟ้าดินเลื่อนลั่น ทั่วทิศสั่นสะเทือน
แมงกะพรุนทรงพลัง เงาร่างมันหยุดชะงักเล็กน้อย แต่ขณะเมฆพายุย้อนตัวกลับ ตัวมันทะลวงทุกสิ่งและบุกเข้ามาอีกครั้ง
“นี่เป็นสิ่งมีชีวิตที่เทียบได้กับเทพเล็กๆ แล้ว!”
ใจท่านปู่สะท้าน ดันทุรังออกมือต่อไป
แต่ที่ด้านหลังเขา นายกองกับสวี่ชิงก็ทำหน้าหลากใจกับการปรากฏตัวกะทันหันและการให้ความช่วยเหลือของทั่วสือซาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเห็นการทุ่มเทของท่านปู่…
อีกฝ่ายทำเช่นนี้แล้ว พวกเขาก็ไม่สะดวกใช้อุบายออกมือ สวี่ชิงจึงพยักหน้าให้ทั่วสือซานที่มีสีหน้าเฉียบขาด
“ขอบใจมาก!”
พูดไปกายสวี่ชิงก็หวีดคำรามเคลื่อนผ่านกายเขา
ทั่วสือซานก็กำลังถอยหลัง แต่ชัดว่าความเร็วไม่เท่าสวี่ชิง ยามนี้ถูกสวี่ชิงแซงไปแล้ว เขาฝืนคลี่ยิ้ม
“คนกันเอง ไม่ต้องเกรงใจ”
นายกองได้ยินแล้วสีหน้าออกเล็กน้อย พยักหน้าให้ทั่วสือซาน จากนั้นตามสวี่ชิงออกไปติดๆ อย่างรวดเร็ว
ไม่นาน เงาร่างทั้งสองก็หายไปที่ขอบฟ้า
ส่วนด้านทั่วสือซาน แม้พยายามห้อตะบึงอยู่เช่นกัน แต่ความเร็วยังคงช้าไปเล็กน้อย แม้ท่านปู่ส่งเสียงน่าเวทนามาไม่หยุด แต่ด้วยวิธีการของเขายังคงถ่วงเวลาได้ครู่หนึ่ง
ทั่วสือซานจึงค่อยๆ เว้นระยะห่างกับแมงกะพรุนยักษ์ได้อย่างราบรื่น
กระทั่งอยู่ในระยะที่มากพอ ทั่วสือซานโล่งอกในที่สุด รู้ว่าตัวเองปลอดภัยชั่วคราว แต่พอนึกถึงความน่าเวทนาของท่านปู่ ใจเขาก็อดขมขื่นขึ้นมาไม่ได้
“ทำไมเป็นแบบนี้…”
และอีกด้านหนึ่ง สวี่ชิงกับนายกองที่สลัดแมงกะพรุนยักษ์ออกไปได้อย่างถึงที่สุด ยามนี้ความเร็วไม่ลดลง หลังเหาะติดกันหลายชั่วยาม ด้วยการลงมือของนายกอง เส้นผลกรรมระหว่างแมงกะพรุนยักษ์กับพวกเขาก็สะบั้นลง
แต่ขาดแล้วพวกเขาสองคนยังคงไม่วางใจ นายกองนำทางเหาะติดกันอีกหลายวัน หลังจากความรู้สึกกลัวหายไปหมดสิ้น วิกฤตที่มาจากแมงกะพรุนยักษ์ถึงได้นับว่าคลี่คลายโดยสมบูรณ์
ยามนี้อยู่บนไท่ซุ่ยเนื้อ[1]หน้าตาเหมือนเห็ดขนาดหลายสิบจั้ง นายกองนั่งยองผ่อนหายใจยาวอยู่ตรงนั้น
หวนนึกถึงแต่ละฉากก่อนหน้านี้ เขาอดทอดถอนใจไม่ได้
“เจ้าดูสิ ก่อนหน้านี้ข้าก็บอกเจ้าแล้วว่าเจ้าทั่วสือซานนั่นเป็นคนดี”
นายกองกล่าวพลางยกมือเจาะเอาเนื้อของไท่ซุ่ยเนื้อเบื้องล่างตนเข้าปากกลืนลงไป
“กินหน่อยเถอะ ไท่ซุ่ยเนื้อแบบนี้เป็นสิ่งเดียวที่ปลอดภัยในแผ่นดินเทวะ”
สวี่ชิงก็สูดหายใจเข้าลึก เงยหน้ามองไปยังขอบฟ้า แน่ใจว่าแมงกะพรุนน่าสะพรึงกลัวนั่นไม่มาเกี่ยวข้องกับทางนี้แล้วจึงวางใจได้ครึ่งหนึ่ง
เขาจึงมองไปทางนายกอง
นายกองยิ้มแห้ง
“อุบัติเหตุ เป็นอุบัติเหตุจริงๆ”
นายกองกล่าวพลางยื่นเนื้อไท่ซุ่ยที่เจาะมาก้อนหนึ่งให้สวี่ชิง
แม้ชินกับความบ้าคลั่งของนายกองตั้งนานแล้ว แต่ความรู้สึกในใจสวี่ชิงยังคงเกิดคลื่น ยามนี้รับเนื้อไท่ซุ่ยก้อนนั้นมาด้วยความเงียบ และเอาใส่ปากกลืนลงไปโดยไม่มีความลังเลดังเช่นที่ผ่านมา
เพราะในเมื่อเป็นเช่นนี้แล้ว จะไปก่อเรื่องวุ่นวายอีกแค่ไหนก็ไม่กลัว
ถึงเนื้อไท่ซุ่ยจะดูดำๆ แต่กินในปากรสชาติกลับหอมหวานเป็นพิเศษ ราวกับบำรุงจิตวิญญาณไปด้วย ทำให้คนอดรู้สึกกระปรี้กระเปร่าไม่ได้
“เป็นไงล่ะ ศิษย์น้อง ข้าไม่ได้หลอกเจ้าใช่หรือไม่ เนื้อนี้กินได้ ข้าบอกเจ้าให้ เมื่อก่อนที่นี่มีไท่ซุ่ยเนื้อเยอะมาก ภายหลังถูกข้าพบสรรพคุณเข้า…”
“ก็เลยน้อยลง” สวี่ชิงกล่าวไม่สบอารมณ์
นายกองหัวเราะคิกคัก เขาถนัดเย้าแหย่สวี่ชิงที่สุด ตอนนี้ไม่ถือสาน้ำเสียงเขาแม้แต่น้อย เดินเข้าไปกอดคอสวี่ชิงและกล่าวด้วยครึ้มใจ
“อาชิงน้อย เจ้านี่ละเข้าใจข้า ถูกต้อง ไท่ซุ่ยเนื้อที่นี่ถูกข้ากินไปมากถึงเจ็ดแปดส่วน สิ่งนี้เป็นของดี จะไม่โตขึ้นมาอีก ตอนนี้จำนวนคงยิ่งน้อยลงแล้ว”
“พวกเรากินเยอะหน่อย เดี๋ยวกินเสร็จศิษย์พี่พาเจ้าไปดูของล้ำค่า”
พูดจบ นายกองเจาะเอาเนื้ออีกก้อน
ก็เป็นเช่นนี้ ทั้งสองผลัดกันกินคนละคำ หนึ่งชั่วยามผ่านไป…ไท่ซุ่ยเนื้อขนาดหลายสิบจั้งต้นนี้ก็หายไปไม่ทิ้งเงา
ทั้งหมดถูกกินจนเกลี้ยง นายกองกินน้อย สวี่ชิงกินเยอะ ความโกรธก็ลดลงไปกว่าครึ่ง
แต่กินเนื้อไท่ซุ่ยลงไปเยอะขนาดนี้ สิ่งที่เพิ่มให้สวี่ชิงชัดเจนที่สุดคือความหนาของจิตวิญญาณ