ตอนที่ 892
บทที่ 892 เวลายังไม่สาย ข้าออกโรง
October 22, 2026
บทที่ 892 เวลายังไม่สาย ข้าออกโรง
คำพูดของนายกองดังมาในใจของสวี่ชิง
สวี่ชิงหัวเราะ
เขารู้ เวลาที่ตนมาถึงบางทีอาจจะยังไม่นับว่าสายไป
แต่ว่าเห็นนายกองและเหยียนเสวียนจื่อที่นี่ก็อยู่ในการคาดเดาของเขาอยู่แล้ว แต่เทียนโม่จื่อ ทั่วสือซานและฝานซื่อซวงก็อยู่ที่นี่ด้วยเช่นกันทำให้เขาประหลาดใจเล็กน้อย
แต่ก็แค่เล็กน้อยเท่านั้น
อย่างไรเสียแผ่นดินเทวะแห่งนี้เผ่านภาคิมหันต์ก็ไม่ได้เปิดแค่ครั้งเดียวเท่านั้น และอัจฉริยะฟ้าประทานที่สามารถอยู่ใน ห้าอันดับแรกของเผ่านภาคิมหันต์ได้ ตระกูลหรือขั้วอำนาจที่อยู่เบื้องหลังย่อมมีเวลาที่นานกว่าไปเตรียมตัว
และการที่คนเหล่านี้ปรากฏตัวที่นี่ก็มากพอที่จะอธิบายว่าที่นี่…ถึงจะเป็นสถานที่ที่มีโอกาสและวาสนามากที่สุดในแผ่นดินเทวะแห่งนี้
ขณะเดียวกันก็เป็นการพิสูจน์ถึงการดมกลิ่นและเรื่องใหญ่ที่ว่าของนายกอง
ดังนั้นหลังจากที่สวี่ชิงพยักหน้าตอบรับนายกองทางนั้นแล้ว สายตาก็กวาดไปยังคนทั้งหลาย เหยียนเสวียนจื่อที่เป็นหนึ่งในนั้นแค่นเสียงขึ้นจมูก เทียนโม่จื่อเผยสีหน้ายินดีตื่นเต้น ทั่วสือซานใบหน้าเต็มไปด้วยความเหนื่อยหน่าย ฝานซื่อซวงกลับก้มหน้าหลบสายตา
พวกเขาไม่ได้พูดอะไรมาก สำหรับการปรากฏตัวขึ้นของสวี่ชิง ก็ไม่ได้แปลกใจอะไร
เห็นได้ชัดว่าในความคิดของพวกเขา สวี่ชิงมาปรากฏตัวอยู่ที่นี่ เดิมก็สมควรอยู่แล้ว กลับกันหากไม่ปรากฏตัวขึ้นถึงจะน่าประหลาด
และจากสายตาที่กวาดมา หลังจากที่สะท้อนวังจักรพรรดิอันยิ่งใหญ่ไปในใจแล้ว สำหรับดวงดาวที่ตั้งอยู่ สวี่ชิงก็สัมผัสรับรู้ได้มากยิ่งขึ้น
ยกตัวอย่างเช่น ดวงดาวหนึ่งร้อยแปดดวงในท้องฟ้าดาราวางจักรพรรดิผืนนี้ ชั้นนอกของทุกดวงล้วนมีปราการป้องกันไร้รูปร่างอยู่
ปราการเหล่านี้แม้ตาเนื้อยากจะมองได้เห็น แต่จากสัมผัสของประสาทสัมผัสเทพ ก็สามารถสัมผัสได้ถึงพลังถึงอำนาจของมัน ราวกับผนึก สกัดกั้นการออกไปของคนทั้งหลายที่อยู่ในดวงดาว
เพียงแต่ปราการนี้แม้จะมีพลังวิเศษ บางทีอาจจะขังพวกเทียนโม่จื่อได้ แต่สวี่ชิงรู้สึกว่าไม่ว่าจะเป็นนายกองหรือเหยียนเสวียนจื่อ หากคิดจะทำลายปราการก็ไม่ใช่เรื่องยาก
ทว่า…แม้แต่พวกเขาทั้งสองตอนนี้ก็ยังอยู่ในดาว
“ไม่อยากไป หรือยังไม่ถึงเวลา”
ทุกอย่างนี้ในขณะที่สายตาของสวี่ชิงกวาดมาก็ผุดขึ้นในใจ
และไม่นานนักเขาก็ค้นพบคำตอบ
ข้างล่างดวงดาว ดวงอาทิตย์และดวงจันทร์ที่มีขนาดใหญ่ยิ่งกว่าทั้งสองดวงนั้น ตอนนี้ ขณะที่หมุนวน ดวงอาทิตย์กำลังโคจรมาตามวงโคจร ราวดวงอาทิตย์รุ่งอรุณมาเยือน
เคลื่อนไปบนม่านฟ้า
พลังแผดเผาร้อนลวกกลุ่มหนึ่ง มาพร้อมด้วยความทรงพลังและความเกรี้ยวกราดอย่างที่สุด แฝงด้วยพลังน่าหวาดกลัว แผ่มาจากดวงอาทิตย์ดวงนั้น เหมือนลูกไฟขนาดมหึมา ทำให้ดวงดาวจะถูกส่องสว่างจากแสงไฟของมัน
ยิ่งเข้าใกล้พลังกลุ่มนี้ยิ่งน่าหวาดหวั่น ในยามที่แผ่พลังไปยังดวงดาวทุกดวง ก็ถูกกำแพงปราการนอกดวงดาวสกัดกั้น กรองความเกรี้ยวกราดและความน่ากลัวออกไป ส่งพลังดวงอาทิตย์ที่บริสุทธิ์เข้าไปในกำแพงปราการ
เทียนโม่จื่อ ทั่วสือซาน และเหยียนเสวียนจื่อ พวกเขาทั้งสามต่างร่างส่งเสียงระเบิด ดูดซับพลังที่มาจากดวงอาทิตย์ หลอมฝึกฝนกายเนื้อและวิญญาณ
จากการดูดซับ พลังในตัวพวกเขาก็เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
นี่ก็คือเหตุผลที่เหยียนเสวียนจื่อไม่ได้ทำลายกำแพงปราการ!
และก็เป็นเหตุผลที่ทำไมคนทั้งหลายถึงนั่งขัดสมาธิ!
เพราะกำแพงปราการของดวงดาวนี้ แม้จะทำการผนึกพวกเขาแต่ขณะเดียวกันก็เป็นการปกป้องอย่างหนึ่ง ทำให้ดาวเหล่านี้เหมือนแท่นวิถี กลายเป็นสถานที่ดูดซับพลังที่ยอดเยี่ยมและปลอดภัยที่สุด
“นี่คือพลังแห่งดวงอาทิตย์!”
จิตเทพของนายกองดังมาในใจของสวี่ชิงตอนนี้เอง
“อีกประเดี๋ยวดวงจันทร์มาถึง พลังที่แผ่ออกมาก็คือพลังแห่งดวงจันทร์ ศิษย์น้องเล็กเอ๋ย ก่อนหน้านี้ข้าก็บอกกับเจ้าแล้ว ว่าสิ่งที่อยู่ในสุสานจักรพรรดิ์ถึงจะเป็นของล้ำค่าเจ้ากลับไม่ฟัง ไปทุ่มสุดชีวิตกับรูปสลักข้างนอก”
“เจ้าดูสิ พลังดวงอาทิตย์ ที่นี่มีมากกว่าใช่หรือไม่”
สวี่ชิงเงียบนิ่ง สายตาจับไปบนดวงจันทร์ที่วังจักรพรรดิ์ เนื่องจากตอนนี้ดวงอาทิตย์มาเยือน ดังนั้นจึงไม่สามารถสัมผัสพลังดวงจันทร์ได้ แต่ผ่านจากความเข้มข้นของพลังดวงอาทิตย์ เขาก็สามารถวิเคราะห์ได้ว่านายกองพูดได้ถูกต้อง
เหมือนว่าศึกต่อสู้กับรูปสลักที่นอกสุสานไม่ค่อยมีความหมายเท่าไรจริงๆ ด้วย
เห็นสีหน้าเช่นนี้ของสวี่ชิง นายกองยิ่งได้ใจ กำลังจะส่งกระแสจิตต่อไป
แต่ตอนนี้เอง ทั่วสือซานที่กำลังดูดซับพลังดวงอาทิตย์ ร่างของเขาพลันสะท้านเฮือก บริเวณตันเถียนมีแสงสว่างสาดส่องออกมา คล้ายว่ามีดวงดาวดวงหนึ่งกำลังกะพริบแสงวูบวาบอยู่ในนั้น
สิ่งที่ปรากฏตามดวงดาวมาคือรอยเต๋าเป็นทางๆ ที่ปรากฏขึ้นจากความว่างเปล่ารอบๆ…
รอยเต๋าเหล่านี้แปรเปลี่ยนเป็นฟองอากาศอย่างรวดเร็ว มากขึ้นเรื่อยๆ ในยามที่มันหลอมรวมซึ่งกันและกัน ก็เกิดเป็นโลกใบใหญ่มายาใบหนึ่ง
ภายใต้แสงดาวที่จุดตันเถียนของเขา โลกใบใหญ่มายาใบนี้ก็เกิดความรู้สึกสมจริงขึ้นเล็กน้อย เหมือนว่ามีชีวิตกำลังกำเนิดขึ้นในโลกใบนี้
ยิ่งมีกลิ่นอายสั่นคลอนไปทั่วทุกสารทิศ มหาศาลน่าตื่นตะลึง เหนือยิ่งกว่าระดับหวนสู่อนัตตาระดับนี้ ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงจากมายาเป็นวัตถุจริงจากโลกของเขา ก็ปะทุมา
นั่นคือ…กลิ่นอายของระดับเตรียมสู่เทวะ
ทั่วสือซานกำลังอาศัยพลังของดวงอาทิตย์ที่นี่มาทำวิถีของตัวเองให้สมบูรณ์แบบ จุดเส้นทางของตัวเองให้ส่องสว่าง สร้างโลกใบใหญ่ของตัวเอง
ทันทีที่สำเร็จก็จะเป็นระดับเตรียมสู่เทวะ!
นี่ก็คือเป้าหมายสุดท้ายที่เขามายังแผ่นดินเทวะ ในฐานะที่เป็นหนึ่งในอัจฉริยะสุดยอดของเผ่านภาคิมหันต์ เขาอยู่ในระดับหวนสู่อนัตตาขอบเขตนี้ แม้ภายนอกจะดูเหมือนเดินไปไม่ถึงสุดปลายทาง แต่ฝึกฝนจนถึงขีดสูงสุดแล้ว
และเขาก็รู้ระยะห่างของตัวเองกับคนอื่นๆ ดังนั้นเขาไม่คาดหวังความสมบูรณ์แบบอย่างคนอื่น สิ่งที่เขาไล่ไขว่คว้าคือขีดจำกัดสูงสุดของตัวเอง
ตอนนี้ขีดจำกัดสูงสุดของเขามาถึงแล้ว ดังนั้น…เขาจึงไม่ลังเลตัดสินใจยกระดับ!
และไม่มีที่ไหนที่เหมาะกับการจุดโลกใบใหญ่ให้ส่องสว่างได้เท่ากับที่นี่อีกแล้ว เพราะพลังดวงอาทิตย์เป็นสัญลักษณ์ของพลังชีวิต เป็นสัญลักษณ์ของความเป็นไปได้อันไร้ขีดจำกัด โดยเฉพาะเขารู้ว่า ดวงอาทิตย์ในสุสานจักรพรรดิแผ่นดินมนุษย์ดวงนี้…
คือปฐมสุริยาของโลกใบนี้!
ซึ่งก็เป็นดวงอาทิตย์เพียงดวงเดียว เป็นปฐมแรกเริ่ม พลังหยางสูงสุด พลังของมันเทียบกับดวงอาทิตย์บรรพจารย์แผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์แม้พลังจะมีแข็งแกร่งอ่อนแอ แต่ระดับเทียบเท่ากัน