ตอนที่ 898
บทที่ 898 เพลิงแท้ เพลิงกรรม เพลิงเคราะห์ สมบูรณ์แบบไร้ที่ติ
October 22, 2026
บทที่ 898 เพลิงแท้ เพลิงกรรม เพลิงเคราะห์ สมบูรณ์แบบไร้ที่ติ
ห้าอำนาจแผ่นดินเทวะ ตอนนี้มีเจ้าของไปแล้วสี่
ดังนั้น สายตาของเทพทั้งสาม ดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ และ ดวงดาว จึงดึงกลับมาจากคลื่นวน มองผ่านความเวิ้งว้างไปยังแผ่นดินผืนคีรี
จากนั้น อำนาจส่วนสุดท้ายในแผ่นดินเทวะ ก็จะตัดสินจากสายตาของเหล่าองค์ท่าน
เหมือนกับศึกศพจักรพรรดิที่เกิดขึ้นในส่วนลึกของคลื่นวน เหล่าองค์ท่านไปแทรกแซงไม่ได้ สวี่ชิงกับเอ้อร์หนิวจะรอดก็ดีจะตายก็ช่าง จะสำเร็จก็ดี จะล้มเหลวก็ช่าง ล้วนแต่เป็นชะตาทั้งสิ้น
ในเมื่อเลือกที่จะมาเดิมพันเสี่ยงชะตาที่นี่ ทุกอย่างก็ต้องแล้วแต่โชคชะตา
สำหรับเทพทั้งสาม ศึกศพจักรพรรดิเป็นโอกาสที่เหล่าองค์ท่านรอคอย เป็นกุญแจที่เปิดม่านผืนใหญ่ออก
ส่วนศึกในแผ่นดินใหญ่ผืนคีรีทะลุผ่านซึ่งเวลา เชื่อมต่อกับผลกรรมเวรของโลกจักรพรรดิเซียนเหนือกับแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์
เกิดเป็นรูปร่างและเชื่อมต่อกันแล้ว
ดังนั้น ความสำเร็จล้มเหลวของแผ่นดินใหญ่ผืนคีรีตอนนี้ เหล่าองค์ท่านก็จะไม่ยื่นมือเข้าช่วยเช่นกัน
กรรมเวรก็ดีจะเป็นชะตาก็ดี ในห้วงเวลาแม้จะมีคำสัญญา แต่ก็ต้องดูว่าชะตาของคนที่ได้รับคำสัญญาแบกรับได้หรือไม่
หากชะตาของแผ่นดินใหญ่ผืนคีรีแบกรับได้ ย่อมมีชะตาอันล้ำลึกมหาศาล เหล่าองค์ท่านก็ยินดีที่จะทำตามสัญญา หนุนนำส่งเสริม มอบวาสนาสำเร็จเทพให้
หากแบกรับไม่ได้ ก็เป็นกรรมเวร ห้าอำนาจหวนกลับคืน เพิ่มพลังเทพทั้งสาม ใช้คำสัญญาเป็นฟืน ทะลุผ่านห้วงเวลาหลายหมื่น เผาไหม้ชีวิตของเขา สร้างเป็นวิถีเทพเจ้าของตัวเอง
ก็เป็นผลกรรมแห่งเทวะเช่นกัน
ถึงตอนนั้นแผ่นดินใหญ่ผืนคีรีไม่อาจพูดอะไรได้ โทษใครไม่ได้ ก็ต้องสุดแท้แต่ชะตา
ดังนั้น ไม่มีคำว่าชะตากำหนดแน่นอนอะไรทั้งนั้น แต่มีเพียง…เทพแมงมุมเท่านั้นที่ต้องแตกดับอย่างแน่นอน
ไม่ได้แตกดับในแผ่นดินใหญ่ผืนคีรี ก็ต้องแตกดับด้วยมือของเทพทั้งสาม
เวลาไหลไป
แผ่นดินใหญ่ผืนคีรียังคงกำลังเลือก ส่วนพลังชะตาของแผ่นดินเทวะพุ่งมาในชะตาของผู้ครองอำนาจทั้งหมดแล้ว ดังนั้น กลิ่นอายของเทพดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ ดวงดาวทั้งสาม ภายใต้การเพิ่มพลังก็ยิ่งเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล มาปรากฏที่คลื่นวนศาลเจ้า ยิ่งดูรุ่งโรจน์
คุณสมบัติสายเลือดของเหล่าองค์ท่านก็ต่างขานตอบต่อระลอกคลื่นพลัง เพลิงเทวะสีทองของแต่ละองค์ต่างลุกโชนขึ้น ในยามที่ลุกโหมจนถึงขีดสูงสุด ก็มีเปลวไฟสีดำที่ถูกซ่อนเอาไว้รางๆ ปลดผนึกจากในสีทอง
ในนั้นเทพดวงอาทิตย์เข้มข้นที่สุด รองลงมาเป็นเทพดวงจันทร์ แล้วจึงเป็นเทพดวงดาว
“ในที่สุดก็แก้เคราะห์เปลวเพลิง ”
เทพดวงอาทิตย์หลับตา เทพดวงจันทร์เงียบนิ่ง เทพดวงดาวเฝ้ารอ
……
ผู้มีอำนาจยังรวมถึงศพจักรพรรดิร่างนั้นที่อยู่ในส่วนลึกของคลื่นวนอีกด้วย
ดังนั้นพลังชะตาท่ามกลางสภาพไร้รูปร่างก็พุ่งมาในแม่น้ำชะตาศพจักรพรรดิด้วย
เนื่องจากกายเนื้อองค์ท่านถูกเอ้อร์หนิวบังคับ วิญญาณถูกสวี่ชิงควบคุม ทั้งสองเหมือนครอบครองสุดปลายสายแม่น้ำ ตัดสินทิศทางและทุกอย่างของชะตาศพจักรพรรดิ
ดังนั้น ชะตาที่พุ่งลงมานี้ ย่อมเป็นของทั้งสองคน
การตัดสินใจของนายกองคือแปรเปลี่ยนพลังชะตาแผ่นดินเทวะนี้ให้กลายเป็นเตาหลอม ในขณะที่หลอมไร้อักษร ก็เอาขนนกออกมาสองอัน ใช้พลังชะตาเผามัน
เหมือนทำการหลอม
และการหลอมเช่นนี้หายากเป็นอย่างยิ่ง พูดได้กระทั่งว่ามากพอจะสั่นสะท้านตื่นตะลึงไปทั่วทั้งแผ่นดินใกญ่ต้องประสงค์
ในเมื่อผู้บำเพ็ญแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์มีไม่กี่คนที่สามารถทำการหลอมประเภทนี้ได้ ใช้เลือดลมศพจักรพรรดิเป็นไฟ ใช้พลังชะตาแผ่นดินเทวะเป็นฟืน ทำการหลอมอย่างฟุ่มเฟือย
โดยเฉพาะสิ่งที่ถูกเอามาหลอมก็ไม่ธรรมดาเช่นกัน
หนึ่งคือไร้อักษรอันลึกลับ หนึ่งที่ซ่อนอยู่ภายใต้ตัวเลขอันยิ่งใหญ่ของสวรรค์ สามารถสนับสนุนสองคนให้เดินทางมาถึงสถานที่แห่งนี้ได้ เห็นได้ชัดว่ายอดเยี่ยมเป็นพิเศษ
อีกหนึ่งคือชีวิตที่เกิดขึ้นหลังจากค่ายกลส่งข้ามโบราณถูกกระตุ้น ด้วยความมหัศจรรย์แห่งการรังสรรค์ ด้วยการเปลี่ยนแปลงแห่งต้องประสงค์ เดิมก็รวมไว้ซึ่งความลึกลับและความมหัศจรรย์ไว้ด้วยกัน
ขนนกของมันย่อมน่าตื่นตะลึง
วัตถุทั่วไปผ่านการหลอมนี้ก็จะกลายเป็นสิ่งมหัศจรรย์ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงวัตถุที่ไม่ธรรมดาทั้งสองสิ่งนี้แล้ว
หลอมไปด้วย ความบ้าคลั่งในใจเอ้อร์หนิวก็ยิ่งพลุ่งพล่าน ในจิตเทพยิ่งมีคำพูดพร่ำพรรณา
“รีบไหม้เร็วเข้า เร็วอีก!”
“จะสำเร็จแล้ว เทวดาฟ้าดินเจ้าข้าเอ๊ย เซียนคิมหันต์คุ้มครอง จักรพรรดิโบราณเสวียนโยวคุ้มครอง อาจารย์คุ้มครอง ตัวข้าคุ้มครอง ศิษย์น้องเล็กคุ้มครอง…ต้องสำเร็จนะ!”
จิตเทพของนายกองดังมาในสัมผัสรับรู้ของสวี่ชิง ตอนนี้ทั้งสองคนผสานรวมร่างเป็นหนึ่งเดียว การกระทำและคำพูดของนายกอง สวี่ชิงต่อให้ไม่อยากเห็นไม่อยากได้ยินก็ไร้ประโยชน์
อีกทั้ง จากความเข้าใจในตัวนายกองของเขา หลังจากหลอมเศษเสี้ยววิญญาณของศพจักรพรรดิแล้ว ในใจก็มีการวิเคราะห์ออกมา
ความทะเยอทะยานของนายกองไม่ใช่แค่นี้อย่างแน่นอน
แม้จะได้โครงกระดูกโครงนี้มา มีอำนาจของแผ่นดินเทวะ แต่…นี่เทียบกับสิ่งที่นายกองพูดว่าจะทำเรื่องใหญ่สุดๆ เห็นได้ชัดว่าระดับความบ้าคลั่ง ยังไม่ค่อยถึงระดับนั้นสักเท่าไร
ในเมื่อ สิ่งที่พวกเขาได้ไม่ใช่พลังชะตาที่สมบูรณ์ของแดนเวทะ
สวี่ชิงตอนนี้ผ่านจากพลังชะตาก็สัมผัสได้ว่า อำนาจแผ่นดินเทวะแบ่งเป็นห้าส่วน
เขากับนายกองรวมด้วยกัน ส่วนที่ได้มาก็แค่หนึ่งส่วนเท่านั้น
ผลเก็บเกี่ยวเพียงเท่านี้สำหรับคนอื่นแล้วอาจจะเป็นวาสนาชะตาสุดยอด แต่จากความเข้าใจของสวี่ชิง ศิษย์พี่ใหญ่ที่บ้าระห่ำของตนคนนั้นน่าจะไม่มีทางพอใจ
และตอนนี้พลังชะตาผสานมา อีกฝ่ายกลับใช้มันหลอมอาวุธ…สวี่ชิงรู้ การวิเคราะห์ของตัวเองไม่ผิดพลาด
แต่ก็ไปสนใจไม่ได้
เพราะตอนนี้สิ่งสำคัญที่สุดที่อยู่ต่อหน้าสวี่ชิงไม่ใช่ความบ้าระห่ำของศิษย์พี่ใหญ่ แต่เป็นโอกาสการทะลวงขั้นพลังบำเพ็ญของตัวเอง
ประตูคลังสมบัติแก่นวิญญาณของเขาเปิดออกตั้งนานแล้ว ในนั้นอสูรสมุทรบรรพกาลเป็นวิถีสวรรค์ กำลังว่ายไปในสมบัติเทพ เสียงคำรามดังก้องฟ้า
ในประตูคลังสมบัติพิษต้องห้ามก็เช่นกัน ในนั้นหมิงเฟยปรากฏขึ้นแล้ว ดวงตาเดียวลึกลับ ตราประทับสิ่งแปดเปื้อนทั้งหก
ประตูคลังสมบัติจันทร์สีม่วงหลังจากผ่านการดูดซับพลังหยินสูงสุดแล้ว วิถีสวรรค์โยวอิ๋งเข้าปกครองอย่างแท้จริงแล้ว ประตูคลังสมบัติก็เปิดออก
ส่วนสมบัติจักรพรรดิก็สมบูรณ์แล้ว
วิญญาณในนั้นภายใต้ความสำเร็จจากกระบี่จักรพรรดิกลายเป็นวิถีสวรรค์ แปรเปลี่ยนเป็นวิญญาณศัสตรากระบี่จักรพรรดิที่เป็นของสวี่ชิงเท่านั้น ตอนนี้ก็เปิดออกโดยสมบูรณ์
ประตูทั้งห้าเปิดออกแล้วสี่บาน เหลือเพียงบานสุดท้ายที่อยู่ในสภาวะเปิดครึ่งหนึ่ง
นั่นคือ…ประตูผู้ใช้วิญญาณ
คลังสมบัตินี่ไม่ต้องการวิถีสวรรค์เพิ่มเติม ร่างเผ่าผู้ใช้วิญญาณในนั้นก็คือวิถีสวรรค์
สิ่งที่ต้องการคือพลังหลอมรวมเผ่าผู้ใช้วิญญาณ คือพลังผลักประตูบานนี้ให้เปิดออก
พลังนี้ สวี่ชิงสามารถใช้พลังชะตาแผ่นดินเทวะมาแทนที่ได้อย่างสมบูรณ์แบบ!
เพราะการใช้ประเภทนี้ ไม่ใช่การใช้เพียงแค่ครั้งเดียว อำนาจแห่งแผ่นดินเทวะจะคงอยู่ตลอดไป ตอนนี้ก็แค่ชักนำเพิ่มพลังเท่านั้น
เสี้ยวขณะต่อมา พลังชะตาไร้รูปร่างส่วนนั้นที่พุ่งมาในชะตาของเขา ภายใต้จิตเทพของสวี่ชิงก็ทะลักไปยังสมบัติผู้ใช้วิญญาณ!
สมบัติผู้ใช้วิญญาณระเบิดลั่น ร่างบรรพจารย์ผู้ใช้วิญญาณเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว สูงขึ้นเรื่อยๆ ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ
จิ่วหลีเก้าเศียรต่างส่งเสียงคำราม ต่างผสานเข้าไปข้างใน สุดท้ายก็ก่อเป็นเงาร่างยิ่งใหญ่ค้ำฟ้าดิน แผ่ประกายห้วงเวลาที่ผันผ่านแปรผันเก่าแก่โบราณ
ราวยักษ์ตนหนึ่งยืนตระหง่านอยู่ในสมบัติผู้ใช้วิญญาณ