ตอนที่ 921
บทที่ 921 สายเลือดพิศดารบันลือสมบูรณ์
October 22, 2026
บทที่ 921 สายเลือดพิศดารบันลือสมบูรณ์
คำพูดหลานเหยาเพียงดังออกมา สายตาของชายหนุ่มแซ่เฟิงก็จับจ้องมาที่ร่างของสวี่ชิง
สวี่ชิงแม้กำลังรบจะน่าครั่นคร้าม แต่ถูกระดับเตรียมสู่เทวะสองคนจ้องเอาแบบนี้ โดยเฉพาะนายกองยังอยู่ในมือของอีกฝ่าย ตอนนี้สองขาก็เริ่มขยับอีกครั้ง ภาพนี้…
จะมองอย่างไรเขาก็เป็นฝ่ายตั้งรับ
ดังนั้นสวี่ชิงไม่ได้พูดอะไรมากมาย ร่างเพียงไหววูบก็พุ่งตรงไปข้างล่าง ผ่านหลานเหยาไปอย่างรวดเร็ว พุ่งตรงไปยังจุดลึกของหลุมอย่างเร็วรี่
เกราะมหาขุนพลฟ้าทมิฬก็สาดประกายแสงบนร่าง พลังกายเนื้อเทพเจ้าแผ่ลาม เกราะบรรพจารย์ผู้ใช้วิญญาณปกคลุมร่างเช่นกัน ยิ่งมีโคมเก้าดวงวนล้อมอยู่รอบกาย
ร่วมกับเรือนผมยาว ชุดคลุมยาวสีเขียวคราม ทำให้สวี่ชิงในตอนนี้รัศมีท่วงท่าไม่ธรรมดา
ขณะเดียวกันในยามที่เขาสะบัดมือ ตะขาบผีมหาศาลปรากฏขึ้น สำรวจนำทางอยู่ข้างหน้า
หลานเหยาเห็นเช่นนี้ ในดวงตาฉายประกายกลุ่มหนึ่ง ส่วนชายหนุ่มแซ่เฟิงมองตะขาบผีเหล่านั้น ในดวงตายิ่งเย็นเยียบ แต่สุดท้ายก็ไม่ได้เอ่ยปากพูดอะไร
เช่นนี้เอง ภายใต้การสำรวจทางของสวี่ชิง ทั้งสามก็เคลื่อนไปหน้าในหลุมลึกแห่งนี้
การเคลื่อนไหวของสวี่ชิงไม่ช้าเลย และไม่ได้ไม่ลงแรงเหมือนอย่างก่อนหน้านี้อีก ดังนั้นด้านความเร็วของพวกเขา ก็ไม่แตกต่างกับตอนที่ชายหนุ่มแซ่เฟิงและหลานเหยาเบิกทางตอนก่อนหน้านี้สักเท่าไร
ระหว่างทางบางทีอาจเป็นเพราะสวี่ชิงโชคดี หรือบางทีเป็นเพราะผลจากการสยบของกลิ่นอายนกกระจอกแปดสีเมื่อครู่ ก็ทำให้ไม่ได้เจออุปสรรคอะไร และหลังจากที่เดินทางไปได้หนึ่งก้านธูป ในที่สุดก็มาถึงยังก้นหลุมลึก
ที่นี่เป็นโพรงแห่งหนึ่ง
แต่เล็กกว่าข้างนอกเล็กน้อย สิ่งก่อสร้างก็เช่นกัน น้อยลงไปมาก มีเพียงเจดีย์เก้าองค์ที่เด่นชัดมาก
พวกมันถูกเก็บรักษาเอาไว้เป็นอย่างดี ตราประทับโบราณที่สลักอยู่บนนั้นสามารถจินตนาการได้ว่าในยามรุ่งโรจน์ ตราประทับอักขระเหล่านี้น่าจะส่องแสงวูบวาบ เจดีย์ทั้งเก้าก็น่ามีพลังพันธนาการที่สอดคล้องกัน
ส่วนสิ่งก่อสร้างที่นี่แม้จะน้อย แต่รากที่แห้งเหี่ยวกลับหนาแน่นยิ่งขึ้น ปกคลุมไปทั่วสารทิศอย่างถี่ยิบ ไม่ว่าจะเป็นบนพื้นหรือผนังโพรง เต็มไปทั่วทุกที่
กระทั่งว่าบนเจดีย์สูงเหล่านั้นก็ถูกรากแห้งเหี่ยวพันรัดเช่นกัน
เพียงแต่การมาเยือนของสวี่ชิง คล้ายว่านำกลิ่นอายจากโลกภายนอกเข้ามาด้วย ทำลายความสงบของที่นี่ และสร้างความเปลี่ยนแปลงอันแแปลกประหลาดบางอย่าง
การเปลี่ยนแปลงอย่างแรกคือรากเหล่านั้น มีจำนวนหนึ่งที่กลายเป็นเถ้าธุลีเอง..
จากนั้น เถ้าเหล่านั้นไม่ได้หายไป แต่กลับรวมกันอีกครั้งภายใต้สายตาของสวี่ชิง ก่อเป็นเด็กน้อยตัวดำเมื่อมมากมาย
เด็กน้อยเหล่านี้ดูแล้วท่าทางประมาณห้า หกขวบ จำนวนมีมากถึงหลายร้อย หลังจากปรากฏตัวขึ้น ก็ต่างนอนลงไปกอดรากแห้งเหี่ยวที่ยังไม่สลายไป ดวงตาดำสนิททั้งสองจ้องมองสวี่ชิง สีหน้าแฝงด้วยความละโมบและหิวโหย
ในดวงตาสวี่ชิงประกายเย็นเยียบฉายวาบ จากนั้นเหนือศีรษะก็มีเสียงพุ่งมาอย่างรวดเร็ว เงาร่างของหลานเหยาและชายหนุ่มแซ่เฟิงมาปรากฏตัวที่นี่
สายตาของคนทั้งสองกวาดไปรอบๆ จากนั้นก็จับจ้องไปยังร่างของเด็กน้อยแปลกประหลาดเหลานี้ ทว่าก็ไม่ได้ลงมือ
สวี่ชิงย่อมเข้าใจ นี่คือรอให้ตนลงมือ
และที่มาที่ไปของเด็กพวกนี้…สวี่ชิงในฐานะที่เป็นผู้บำเพ็ญท้องถิ่นของแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์ เพียงผาดเดียวก็ย่อมมองออกทันทีว่าเป็นสิ่งประหลาดที่เกิดขึ้นจากวิญญาณที่ผสานรวมกับการกลายพันธุ์ ภายใต้การโจมตีจากกลิ่นอายเทพเจ้า
สิ่งประหลาดประเภทนี้ สำหรับคนอื่นแล้วจัดการยากเป็นอย่างยิ่ง ป้องกันไม่หวาดไม่ไหว แต่สำหรับสวี่ชิงแล้ว เขาฆ่ามามากมายนัก
สำหรับวิธีที่ได้ผลดีที่สุดสำหรับพวกมันก็คือเจ้าเงา
แต่ตัวตนของเจ้าเงา แม้ก่อนหน้านี้จะใช้ไปแล้ว แต่ก็เผยให้เห็นความสามารถให้เห็นในมุมต่ำ สำหรับเฟิงและหลานสองคนที่อยู่ข้างหลัง ก็นับว่าอยู่นอกเหนือการรับรู้ของพวกเขา
เช่นนี้แล้ว สวี่ชิงก็ไม่อยากจะเปิดเผยให้เร็วนัก
ดังนั้น เขาไม่ได้เลือกที่จะใช้เจ้าเงา แค่ให้ตะขาบผีพวกนั้นคุ้มกันอยู่ข้างหลัง ป้องกันการโจมตีกะทันหันจากชายหนุ่มแซ่เฟิงและหลานเหยา
ทำเรื่องพวกนี้เสร็จ ในใจของเขาก็ฉายความละโมบที่ปรากฏขึ้นแล้วหายลับไปในดวงตาของชายหนุ่มแซ่เฟิงที่ได้เห็นเมื่อก่อนหน้านี้ขึ้น
แล้วนึกถึงการป้องกันซึ่งกันและกันของหลานเหยากับอีกฝ่ายมาตลอดทาง
“แม้พลังของเจ้าเงาจะเปิดเผยออกมามากมายเร็วแบบนี้ไม่ได้ แต่…การสำแดงพลังที่จำเป็นของตัวเอง อยู่ที่นี่บางทีอาจจะมีผลประโยชน์อย่างอื่น…”
สวี่ชิงคล้ายครุ่นคิด ร่างถึงได้ก้าวไปข้างหน้าก้าวหนึ่ง ทันทีที่ลอยต่ำลง เด็กน้อยตัวดำเมื่อมที่กอดอยู่บนรากไม้แห้งเหี่ยวเหล่านั้น แต่ละคนจู่ๆ ก็ต่างอ้าปากมหึมาอันเกินสมควรขึ้น ส่งเสียงหวีดร้องแหลมเล็กสะท้านสะเทือนวิญญาณ พุ่งตรงมาหาสวี่ชิงทางนี้
แทบจะในพริบตาที่พวกเขาประชิดเข้ามา ไหมวิญญาณในร่างของสวี่ชิงก็ปะทุออกมาข้างนอก เพียงพริบตา ไหมวิญญาณสิบล้านเส้นก็พุ่งออกมา โดยมีสวี่ชิงเป็นศูนย์กลาง ทะลุพุ่งไปรอบๆ
รวดเร็วเป็นอย่างยิ่ง ความคมของเส้นไหมน่าตื่นตะลึงเป็นอย่างยิ่ง
ทุกที่ที่ผ่านเด็กตัวดำแปลกประหลาดเหล่านั้น ก็ต่างชะงักค้างไปกลางอากาศ
ร่างของทุกคนถูกไหมวิญญาณมหาศาลพุ่งทะลุ ยิ่งเพราะพื้นที่แห่งนี้ไม่ใหญ่ ดังนั้นไหมวิญญาณเชื่อมต่อกับทุกสารทิศ ทำให้ทะเลสีดำเหล่านี้ถูกแช่แข็งอยู่กลางท้องฟ้า
ในตอนที่มองไป ภาพนี้ก็ทำให้ชายหนุ่มแซ่เฟิงและหลานเหยาในดวงตาฉายประกายรางๆ
เพราะไหมวิญญาณเหล่านี้ในตอนนี้ก่อเป็นสภาพเหมือนใยแมงมุม ส่วนสวี่ชิงอยู่ที่ใจกลาง เด็กตัวดำสิ่งประหลาดหลายร้อยรอบๆ นิ่งไม่ไหวติง
ไม่นานนัก จากการสั่นสะเทือนของผนังรอบๆ เด็กตัวดำสิ่งประหลาดเหล่านี้ก็แปรเปลี่ยนเป็นไอดำสลายไป จากนั้นไหมวิญญาณสิบล้านเส้นก็ค่อยๆ กลับมาช้าๆ ผสานไปในร่างสวี่ชิง
สวี่ชิงสีหน้าเป็นปกติ ยืนอยู่ข้างๆ หลีกทางที่จะเคลื่อนไปข้างหน้า มองไปทางชายหนุ่มแซ่เฟิง
“ตาเจ้าแล้ว”
ชายหนุ่มแซ่เฟิงมองสวี่ชิงผาดหนึ่ง แล้วพลันเอ่ยขึ้น
“ไหมพวกนั้นของเจ้าช่างแปลกประหลาดอัศจรรย์นัก ไม่ทราบว่าหลอมมันขึ้นได้อย่างไร”
สวี่ชิงไม่ได้ตอบกลับ แต่ถามไปประโยคหนึ่ง