ตอนที่ 920
บทที่ 920 สามกึ่งเพื่อนร่วมทางพิสดารบันลือ
October 22, 2026
บทที่ 920 สามกึ่งเพื่อนร่วมทางพิสดารบันลือ
ตั๊กแตนมัวจับจักจั่น นกขมิ้นจ้องมองอยู่ข้างหลัง
สำหรับชายหนุ่มแซ่เฟิงกับหลานเหยา นกขมิ้นตัวนี้ดูเหมือนจะเป็นสตรีนามว่าเยวี่ยตงผู้นั้น
แต่ยามนี้ ภายในหุบเขาใหญ่โต ณ เขตปกครองพิสดารบันลือ ไอหมอกพลิกม้วนรุนแรง ในนั้นสะเทือนเลื่อนลั่นไม่หยุด เสียงหวีดคำรามทะลวงไอหมอกมาเป็นสาย แฝงไว้ซึ่งความน่าเวทนาและโหดเหี้ยม
กระทั่งผ่านไปค่อนวัน หลังเสียงของหนักตกพื้นดังทอดออกมาติดต่อกัน มวลพายุพลันระเบิดในส่วนล่างของหุบเขาขนาดใหญ่
ขณะกวาดซัด ไอหมอกตรงก้นหุบเขาพลันถูกแหวกออก คล้ายมีฝ่ามือล่องหนโบกในนั้น ทำให้ไอหมอกหนาหนักในที่นี้ขึ้นไปข้างบน
เผยให้เห็นผืนดินก้นหุบเขาที่เคยถูกไอหมอกบดบัง!
นั่นเป็นผืนดินรกร้างกว้างใหญ่
บนผืนดินรกร้างคือสิ่งก่อสร้างหน้าตาโบราณเรียบง่ายจำนวนมาก ไม่ว่าหอสูง ถนนหนทาง หรือบ้านคนล้วนมีอยู่ทุกหนแห่ง
กล่าวให้ถูก นี่คือคูเมืองขนาดย่อมแห่งหนึ่ง
จินตนาการได้ว่าในอดีตที่นี่ต้องมีคนอาศัยอยู่มากมาย
แต่ตอนนี้ สิ่งก่อสร้างที่นี่กว่าครึ่งล้วนเป็นซากปรักหักพัง อยู่ในสภาพสมบูรณ์น้อยนัก ขณะเดียวกันร่องรอยที่ถูกไอพลังประหลาดโจมตียังชัดเจนไม่น้อย
ทว่าไม่มีซากศพโบราณเลยสักร่าง ที่มีเป็นเพียงซากนกประหลาดสองหัวที่เลือดสดไหลอาบกว่าร้อยตัวตกกระจายอยู่ในผืนดินรกร้าง
มีหลายตัวยังไม่ตายสนิท กำลังดิ้นรนส่งเสียงโอดครวญ
ต่อมา เงาร่างสายหนึ่งพุ่งออกจากไอหมอกด้านบน ลงมาในผืนดินรกร้างและยืนบนร่างนกประหลาดตัวหนึ่งที่กำลังดิ้นรน
พริบตาที่เหยียบลงไป ร่างนกประหลาดตัวนี้เกิดเสียงดังลั่น กลายเป็นเลือดเนื้อแยกสภาพไม่ออก
คนผู้นี้คือชายหนุ่มแซ่เฟิงนั่นเอง
จากนั้นมีเงาร่างอีกสองสายพลันห้อตะบึงลงมาอยู่ด้านหลังเช่นกัน
เป็นหลานเหยากับสวี่ชิง
สวี่ชิงมองแดนรกร้างโดยรอบ ภายนอกสีหน้าปกติ แต่ในใจแอบเพิ่มความระมัดระวังมากขึ้น เขากวาดสายตาผ่านรอบด้านแล้วมองนายกองในมือชายหนุ่มแซ่เฟิง
อีกฝ่ายยังคงหมดสติ
สวี่ชิงถอนสายตากลับเงียบๆ มองไปยังซากนกประหลาดเหล่านั้น
ก่อนหน้านี้อยู่ในไอหมอก ตอนแรกพวกเขาสามคนยังนับว่าราบรื่น แต่ไม่นานก็ถูกลอบโจมตี การมีอยู่ที่ลอบโจมตีพวกเขาคล้ายหลอมรวมกับไอหมอกได้
สิ่งกึ่งจับต้องได้นั้นรับมือยากยิ่ง
สวี่ชิงย่อมไม่ทุ่มเทแรงทั้งหมด แต่ชัดว่าชายหนุ่มแซ่เฟิงร้อนใจยิ่งกว่า หยิบพัดขนนกห้าสีออกมาโบก ถึงกับบีบให้การมีอยู่กว่าครึ่งที่ลอบโจมตีพวกเขาเผยกายออกมา และลงมือสังหารเสียเลือดเนื้อสาดกระจายไม่น้อย
ต่อมาหลานเหยาก็ออกมือ สวี่ชิงคอยช่วยอยู่ด้านข้าง ฆ่าไปอีกกว่าร้อยตัวถึงได้โผล่พ้นไอหมอก
สิ่งที่ลอบโจมตีพวกเขาก็คือนกประหลาดเหล่านี้
“โลกใบนี้ทั้งสกปรกและอันตรายหนักหนาโดยแท้ นกกระจอกธรรมดาถึงกับกลายเป็นสภาพนี้ด้วยการโจมตีจากกลิ่นอายเทพเจ้า”
ชายหนุ่มแซ่เฟิงกล่าวด้วยหดหู่
“สหายหลาน หนทางต่อจากนี้อาจมีอสูรคล้ายกันนี้อีกมาก หากเจ้ายังเป็นเช่นเมื่อครู่ เกรงว่าการเดินทางของพวกเราจะล่าช้าอย่างยิ่ง ถึงตอนนั้น…น่ากลัวจะมีเหตุการณ์อื่นเกิดขึ้น”
พูดถึงตรงนี้ ชายหนุ่มแซ่เฟิงมองไปยังสวี่ชิง
“แล้วก็ สหายเหยียนเสวียนจื่อ ข้าบุกอยู่ข้างหน้าตลอด หากเจอการมีอยู่บางอย่างที่รับมือยาก เช่นนั้นไม่อาจรับรองว่าข้าจะไม่เอาศิษย์พี่ใหญ่เจ้าเป็นโล่ป้องกัน”
สวี่ชิงได้ยิน ประกายเย็นในตาฉายออกมา จ้องชายหนุ่มแซ่เฟิงพลางเอ่ยแช่มช้า
“ข้าน้อยไม่ถือสาหากจะต่อศึกชี้เป็นชี้ตายก่อนหน้ากับท่านที่นี่!”
ชายหนุ่มแซ่เฟิงหรี่ตา ความเยียบเย็นแผ่จากกายเขามาปกคลุมรอบด้านฉับพลัน พร้อมกันนั้นมือที่บีบคอนายกองยิ่งออกแรงกว่าเดิม
ด้านนายกองสองขากระตุก สีหน้าทรมาน
หลานเหยาที่ด้านข้างสังเกตเห็นความเป็นศัตรูระหว่างทั้งสอง พลันหัวเราะเบาๆ และก้าวเดินไปอยู่ระหว่างพวกเขา
“เอาละ สหายเหยียนเสวียนจื่อ ก่อนหน้านี้เจ้าไม่ค่อยได้ออกแรงจริงๆ ไม่แปลกที่สหายเฟิงจะไม่พอใจ”
“แต่ว่าสหายเฟิง ในเมื่อทุกคนตัดสินใจร่วมมือกัน เจ้าก็อย่าเอาแต่ทำกะบึงกะบอนอยู่เลย”
“เอาอย่างนี้ หากหนทางข้างหน้ารับมือยากเช่นก่อนหน้านี้ พวกเราออกมือด้วยกัน ถ้าไม่อย่างนั้นต้องออกมือคนละครั้ง”
ชายหนุ่มแซ่เฟิงได้ยินแล้วแค่นเสียง พลันเคลื่อนตัวเหาะไปข้างหน้า
แต่มือที่บีบคอนายกองยังคงผ่อนลงเล็กน้อย สองขาของนายกองหยุดกระตุกในที่สุด
สวี่ชิงมองเงาหลังชายหนุ่มแซ่เฟิง ไม่เอ่ยคำ หลานเหยาที่ด้านข้างกลับมองสวี่ชิงอย่างลึกล้ำผาดหนึ่ง
“ไปเถอะ สหายเหยียนเสวียนจื่อ”
สวี่ชิงรู้ว่าพวกเขาสองคนไม่มีทางปล่อยให้ตนอยู่หลังสุด ตอนอยู่ในไอหมอกก็เป็นเช่นนี้ เขาจึงก้าวเหาะเหินไปข้างหน้าโดยไม่เอ่ยคำใด
ก็เป็นเช่นนี้ ตลอดทางทั้งสามห้อตะบึงอยู่เหนือคูเมืองแดนรกร้างโดยมีชายหนุ่มแซ่เฟิงเป็นผู้นำ
แต่ต่างคนตั้งใจเว้นระยะห่างกันหลายร้อยจั้ง โดยเฉพาะด้านชายหนุ่มแซ่เฟิงยิ่งห่างออกไปพันจั้ง
หลังจากมุ่งหน้าไป เมืองบนแดนรกร้างแห่งนี้ก็ยิ่งปรากฏชัดแก่ตาสวี่ชิง เพียงเห็นระหว่างสิ่งก่อสร้างเหล่านี้ยังมีรากแขนงต้นไม้แห้งเหี่ยวจำนวนมาก