ตอนที่ 919
บทที่ 919 ยืนกรานร่วมทางกับตัวกินแรง
October 22, 2026
บทที่ 919 ยืนกรานร่วมทางกับตัวกินแรง
“ส่วนศิษย์พี่ใหญ่เจ้า เรื่องของเราจบลงเมื่อไรจะส่งให้เจ้า”
หลานเหยากล่าวคำแช่มช้า เสียงเบายิ่ง ทว่าคำพูดชวนตกตะลึง ทำให้ชายหนุ่มแซ่เฟิงกับสวี่ชิงสีหน้าเปลี่ยน
ชายหนุ่มแซ่เฟิงแทบจะเอ่ยสวนคำ
“เรื่องนี้เป็นไปไม่ได้!”
“อ้อ? หรือสหายเฟิงมีวิธีอื่นที่ดีกว่า หรือมั่นใจว่าจะสังหารคนตรงหน้าได้โดยไม่เจ็บตัว”
“หากเจ้าทำได้ ตัวข้าก็ไม่มีความเห็นอันใด”
หลานเหยายิ้มบาง รอยยิ้มหวานทรงเสน่ห์
สวี่ชิงไม่เอ่ยคำใด นัยน์ตาวาบไหว
ชายหนุ่มแซ่เฟิงได้ยินแล้วลังเล ในใจเกิดความคิดมากมาย แต่ไม่ว่าอย่างไร ต่อให้เขาต้องยอมรับคำพูดของหลานเหยา นั่นก็เป็นวิธีแก้ที่เหมาะกับสภาพการณ์ตรงหน้าที่สุดในตอนนี้อย่างแท้จริง
เรียกได้ว่าแทบจะแก้ปัญหาทั้งหมดได้อย่างสมบูรณ์
พวกเขากลัวไม้ตายของสวี่ชิง ทั้งไม่วางใจให้อีกฝ่ายจากไป กระนั้นยังไม่อาจจับเขาไว้โดยง่าย อีกทั้งยากสังหารโดยไม่เจ็บตัว
เมื่อเป็นเช่นนั้น การเอาอีกฝ่ายเข้ามาด้วยจึงแก้สถานการณ์กลืนไม่เข้าคายไม่ออกในตอนนี้ได้
ส่วนเรื่องหลังจากนั้นย่อมสามารถปรับตามโอกาส
สิ่งเดียวที่ทำให้เขาไม่วางใจคือเขาสงสัยว่าการกระทำของหลานเหยาอาจมีเจตนาอื่น แต่ตอนนี้ก็ไม่มีวิธีอื่นแล้วจริงๆ อีกอย่างที่สำคัญที่สุดคือศิษย์พี่ใหญ่ของเจ้าหนุ่มเผ่ามนุษย์ผู้นี้อยู่ในกำมือตน…
เช่นนั้นอำนาจฝ่ายรุกย่อมอยู่ฝั่งตน
เมื่อตริตรองแล้ว รอยยิ้มพลันแทนที่ความอึมครึมบนหน้าชายหนุ่มแซ่เฟิง
“ที่สหายหลานพูดค่อนข้างมีเหตุผล ด้วยกำลังรบของคนผู้นี้ก็มีคุณสมบัติให้เข้าร่วมกับเราโดยแท้ เป็นอย่างไร สหายเผ่ามนุษย์ผู้นี้ เจ้ายินดีร่วมด้วยหรือไม่ นี่เป็นโชคใหญ่จากสวรรค์เชียวนา!”
สวี่ชิงกวาดตามองนายกอง ในใจพึมพำหลายประโยค หากไม่ใช่ว่ามั่นใจทักษะการแสดงของนายกองและรู้จักเขาเป็นอย่างดี ตอนนี้เขาคงคิดว่านายกองอาจตายได้จริงๆ
แต่สิ่งที่คิดในใจย่อมไม่เผยทางสีหน้าสักน้อยนิด
ส่วนสถานการณ์ตอนนี้…
สวี่ชิงเยาะในใจ แต่ภายนอกกลับทำสีหน้าย่ำแย่ ไม่อยากเข้าร่วม แต่ด้วยนึกถึงความเป็นความตายของศิษย์พี่ร่วมสำนัก จึงมีท่าทีวิตกกังวล
“ข้าจะรู้ได้ยังไงว่าเจ้าสองคนเสร็จเรื่องแล้วจะปล่อยศิษย์พี่ใหญ่ข้าตามสัญญาหรือเปล่า”
สวี่ชิงเอ่ยเสียงต่ำ
“นี่ไม่ยาก สหายเฟิงสาบานก็ได้แล้วไม่ใช่หรือ” หลานเหยามองไปยังชายหนุ่มแซ่เฟิง
ชายหนุ่มแซ่เฟิงครุ่นคิด ไม่รู้คิดอย่างไรถึงพยักหน้าเอาจริง เขาสาบานต่อหน้าสวี่ชิง หากไม่ทำตามผลสะท้อนกลับจะกระทบไม่น้อย
คำสาบานระดับนี้มีผลแน่นอน เพียงรอสวี่ชิงเห็นพ้องก็เกิดผลได้
ทว่าสวี่ชิงยังคงลังเล
“แล้วข้าจะรู้ได้ยังไงว่าสุดท้ายพวกเจ้ามีวิธีอื่นเพื่อเลี่ยงผลสะท้อนกลับของคำสาบานหรือไม่”
หลานเหยามุ่นหัวคิ้ว
ชายหนุ่มแซ่เฟิงก็เช่นกัน แต่ไม่ได้แปลกใจกับคำพูดของสวี่ชิงเท่าไร กลับกันถ้าอีกฝ่ายเชื่อง่ายดายเช่นนั้นจริง เขาต่างหากที่จะรู้สึกไม่ชอบมาพากล
อย่างไรเปลี่ยนให้เขาเป็นอีกฝ่าย เผชิญเรื่องนี้ก็คงเป็นแบบเดียวกัน
แต่เบื้องหน้าเขาย่อมแสดงท่าทีไม่พอใจ แค่นเสียงเย็น สีหน้าขรึมตึง
“เจ้าอย่ามากเกินไป พวกเราถอยให้แล้ว หากเจ้ายังเป็นแบบนี้ เช่นนั้นอย่าโทษข้าที่สังหารศิษย์พี่ใหญ่เจ้าตายก่อน ส่วนเจ้า หากไม่เพราะข้าไม่อยากเจ็บตัว มีหรือจะร่วมทางกับเจ้า!”
“แต่ถ้าเจ้ายังได้คืบเอาศอกต่อไป เช่นนั้นไม่แน่ แม้ต้องเปลืองกำลังพอควรก็สังหารเจ้าได้”
ชายหนุ่มแซ่เฟิงกล่าวเสียงเยียบเย็น จิตสังหารคล้ายปรากฏอีกครั้ง
หลานเหยาไม่เอ่ยคำ แต่นัยน์ตาเย็นเยือกไม่ต่าง แสดงท่าทีแล้วเช่นกัน
สวี่ชิงนิ่งเงียบ ผ่านไปค่อนวันค่อยกล่าวแช่มช้า
“สาบานเช่นนี้ก็ได้ แต่ไม่ทราบสหายทั้งสองต้องการสิ่งใด”
ได้ยินสวี่ชิงยอมรับคำสาบาน ชายหนุ่มแซ่เฟิงสีหน้าผ่อนคลายลงเล็กน้อย หลานเหยาก็เผยรอยยิ้ม
“เอาละ ทุกคนพูดมาถึงตรงนี้ก็เท่ากับเป็นคนกันเองแล้ว ยังไม่รู้เลยว่าสหายเผ่ามนุษย์ผู้นี้มีชื่อเสียงยิ่งใหญ่ว่ากระไร”
“เหยียนเสวียนจื่อ” สวี่ชิงกล่าวราบเรียบ
“สหายเหยียนเสวียนจื่อ ที่นี่ไม่ใช่สถานที่ไว้พูดคุย มิสู้เราเดินไปคุยรายละเอียดไปด้วย?”
หลานเหยาเลื่อนกลอกนัยน์ตาสวย ยิ้มเอ่ยคำ
สวี่ชิงถอนหายใจเบา พยักหน้า
ไม่นานทั้งสามกลายเป็นรุ้งสามสายมุ่งหน้าไกลออกไปยังขอบฟ้า
แต่ทุกคนต่างเว้นพื้นที่เล็กน้อย
ระหว่างทาง หลานเหยาก็ส่งคำพูดมาหาสวี่ชิง บอกสิ่งที่พวกเขาต้องการ ส่วนในนั้นจริงเท็จกี่ส่วนก็ต่างคนต่างความคิด
หลายวันผ่านไปเช่นนี้ ทั้งสามมาถึงหุบเขาใหญ่โตแห่งหนึ่งทางฝั่งตะวันตกเฉียงใต้ของเขตปกครองพิสดารบันลือ
หุบเขาแห่งนี้ยิ่งใหญ่นัก ราวกับรอยถากบนแผ่นดิน ในนั้นมืดมิดทั้งผืน คล้ายลึกล้ำไม่อาจคาดเดา
ยังมีไอหมอกไหลอยู่ข้างใน รอบด้านไอพลังประหลาดเข้มข้น สรรพสิ่งเหี่ยวเฉา บางครั้งยังมีเสียงร้องประหลาดน่าเวทนาเขย่าจิตวิญญาณทอดออกมาจากในหุบเขา
ยืนอยู่บนหุบเขา ชายหนุ่มแซ่เฟิงยังคงหิ้วเอ้อร์หนิว ตลอดทางเขาไม่เคยปล่อยเลยสักนิด ยามนี้สายตาตกอยู่ในหุบเขา นัยน์ตามีความตื่นเต้นฉายวาบ
“ที่นี่ละ”