ตอนที่ 939
บทที่ 939 พิธีอันทรงเกียรติแห่งพลังอำนาจศักดิ์สิทธิ์
October 22, 2026
บทที่ 939 พิธีอันทรงเกียรติแห่งพลังอำนาจศักดิ์สิทธิ์
ทันทีที่เห็นตุ๊กตาผ้าตัวนี้ สวี่ชิงใบหน้าเรียบเฉย แต่ในใจเขากลับมีคลื่นซัดโหมขึ้นมา…
ตุ๊กตาผ้าตัวนี้เขารู้จัก
นั้นเป็นของกำนัลวันเกิดที่พี่ชายมอบให้เขาในตอนยังเด็กที่เมืองเป็นเอก
หลังจากนั้น ในเคราะห์ภัยพิบัติครั้งนั้น เขาที่มีอายุเพียงหกเจ็ดขวบอุ้มตุ๊กตาตัวนี้ ร้องไห้ท่ามกลางฝนเลือด ตะโกนร้องหาพ่อแม่ เรียกหาพี่ชาย…
จากนั้นเขาก็สลบไป
ตอนตื่นขึ้นมา ตุ๊กตาก็หายไปแล้ว
วันนี้ มันมาปรากฏที่นี่
ความหมายที่แฝงอยู่ในนั้น…
เขาส่งของชิ้นนี้ เป้าหมายก็คือให้ข้าขบคิด…
สวี่ชิงเงียบนิ่ง
เรื่องบางอย่าง เขารู้ ตัวเองก็งุนงงสับสนเหมือนกัน อย่างเช่นในตอนที่อยู่แผ่นดินใหญ่เซ่นจันทรา ความทรงจำที่ไม่ใช่ของตัวเองที่ปรากฏมาจากในผลึกแก้วสีม่วงตอนสู้กับชื่อหมู่ความทรงจำนั้น…
ในภาพนั้น ฝ่ามือที่สัมผัสเหนือศีรษะของตน ซัดลงมาอย่างไม่หยุดยั้งลังเลเลยแม้แต่น้อย
แต่ในความทรงจำของเขากลับไม่มีฝ่ามือปรากฏขึ้นมา แต่เป็นตัวเองที่สลบไปเอง
แล้วยกตัวอย่างเช่น ตุ๊กตาผ้าที่เคยหายไป ตอนนี้หลังจากที่มันปรากฏขึ้น ก็ถูกเย็บซ่อมแซม
มันทำไมถึงฉีกขาดเป็นเสี่ยงๆ
นานหลังจากนั้น สวี่ชิงหลับตาลง
ตุ๊กตาผ้าตัวนั้น เขาไม่ได้หยิบเอามา แต่ทิ้งมันเอาไว้ที่หน้าประตู นอนอย่างโดดเดี่ยวเดียวดายอยู่ตรงนั้น…
เวลาหมุนไป ลมราตรีพัดมา หอบม้วนฝุ่นธุลีบนพื้น ซัดไปที่ตุ๊กตาผ้า
ความหนาวยะเยือกในสายลมโจมตีมาจากทั่วทุกสารทิศ มาพร้อมกับสายลม ทำให้ตุ๊กตาที่ถูกเย็บซ่อมแซมเหมือนว่าเนื้อตัวสั่นสะท้าน
เหมือนกับตอนนั้น เด็กน้อยที่เนื้อตัวสั่นสะท้าน ขดร่างท่ามกลางสายลมหนาวอยู่ในถ้ำยาจก
หนึ่งวันผ่านไป
ในยามที่เหลือเวลาอีกสิบสองชั่วยามก็จะถึงเวลาเซ่นไหว้บรรพชน ขุนนางใหญ่ทั้งหลายต่างเลือกที่จะอาบน้ำในที่พำนักของตัวเอง
นี่คือพิธีเซ่นไหว้บรรพชน
ไม่ว่าจะมีสิทธิ์ติดตามจักรพรรดิมนุษย์ไปดาวจักรพรรดิโบราณหรือไม่ ล้วนต้องทำเช่นนี้
เพราะพิธีเซ่นไหว้บรรพชนแบ่งเป็นภายนอกและภายใน
ทำพิธีอย่างเป็นทางการในดาวจักรพรรดิโบราณ ดูพิธีนอกดาวจักรพรรดิโบราณ
อีกทั้งยังก่อนเวลาประกอบพิธีสามชั่วยาม ต้องรออยู่ที่ศาลบูรพกษัตริย์เพื่อรอเวลาในเสี้ยวพริบตาที่ดวงอาทิตย์ปรากฏขึ้น
ส่วนศาลบูรพกษัตริย์โดยปกติแล้วไม่มีอยู่
มีเพียงก่อนพิธีเซ่นไหว้บรรพชน มันถึงจะเหมือนปรากฏในห้วงแห่งกาลเวลาที่นอกวังหลวง ในพื้นที่ที่กำหนดไว้
หลังจากนั้นแปดชั่วยาม ในราตรีมืดมิดนี้ สวี่ชิงไปจากจวน
หลังจากก้าวข้ามตุ๊กตาผ้าตัวนั้น เขาหยุดเล็กน้อย ก้มหน้าลงมอง
ครู่หนึ่ง สวี่ชิงดึงสายตากลับมา ก้าวข้ามไป
เขาคำนวณเวลา ทันทีที่ศาลบูรพกษัตริย์ปรากฏขึ้น ก็มาถึงข้างหน้าศาลบูรพกษัตริย์อย่างตรงเวลา
ท้องฟ้าแม้จะมืดมิด แต่ในเสี้ยวขณะนี้ก็ยังมีสีสันพร่างพรายปะปน
ศาลเจ้าที่ยิ่งใหญ่พราวพร่างแห่งหนึ่ง ปรากฏออกมาจากในห้วงกาลเวลา ตั้งตระหง่านอยู่ทางทิศตะวันออกของวังหลวง
สวี่ชิงไม่ใช่คนแรกที่มาถึง พูดให้ถูกต้องคือ ทุกคนล้วนมาถึงในเวลาเดียวกัน ยืนอยู่ที่นี่ด้วยท่าทีเคร่งขรึมจริงจัง
ในฐานะที่เป็นอ๋องสวรรค์ สวี่ชิงย่อมยืนอยู่ข้างหน้าสุด
อ๋องเจิ้นเหยียนอยู่ข้างๆ เขา
หลังจากอ๋องสวรรค์ไปคือโหวนภา จากนั้นก็เป็นขุนนางทั้งหลาย มากมาถึงหลายพันคน แต่กลับเงียบสงัดไร้สุ้มเสียง
สายตาทั้งหมดล้วนรวมอยู่ที่ข้างหน้าสุด
ตรงนั้นมีเงาร่างหกร่าง ปรากฏออกมาจากความว่างเปล่า
เป็นจักรพรรดิมนุษย์และองค์ชายที่ได้รับสิทธิ์ติดตามนั่นเอง!
จักรพรรดิมนุษย์วันนี้อาภรณ์หรูหราและอลังการอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ความทรงอำนาจน่าเกรงขามยิ่งเป็นเช่นนั้น
ข้างหลังเขาคือองค์ชายใหญ่ องค์ชายสี่ องค์ชายห้า และองค์ชายสิบสอง
หนิงเหยียนปิดด่านมาโดยตลอด แต่วันนี้ ต่อให้เป็นการบำเพ็ญที่สำคัญแค่ไหน ก็จะต้องปรากฏตัวในงานเช่นกัน
และไม่ว่าจะเป็นเขาหรือองค์ชายทั้งหลายองค์อื่นๆ เสื้อผ้าอาภรณ์ล้วนต่างไปจากปกติ ล้วนงดงามหรูหรา เป็นพิธีการอย่างมาก
เพียงแต่ สิ่งที่ทำให้คนค่อนข้างประหลาดใจก็คือ ข้างหนิงเหยียนองค์ชายสิบสอง มีองค์ชายองค์ที่ห้ายืนอยู่ด้วย
นั่นคือองค์ชายสิบ!
เขายืนอยู่ตรงนี้ได้ ย่อมได้รับการอนุญาตเป็นพิเศษจากจักรพรรดิมนุษย์แต่ก่อนหน้านี้ไม่มีราชโองการใดๆ ทั้งสิ้น
แต่เรื่องเกี่ยวกับองค์ชาย คนอื่นๆ ก็พูดอะไรมากไม่ได้ ฐานะอาจารย์ของสวี่ชิงแม้จะถามไถ่ได้ แต่สถานการณ์ตอนนี้ เขาก็ไม่มีจิตใจไปถามเช่นกัน
จวบจนกระทั่งหลังจากนั้นสิบกว่าอึดใจ ภายใต้สายตาที่จับจ้องมาของคนทั้งหลาย สายตาของจักรพรรดิมนุษย์กวาดไปบนร่างของขุนนางทั้งหลาย
จักรพรรดิมนุษย์ในเสี้ยวขณะนี้ เหมือนว่าอารมณ์จะแตกต่างไปจากปกติ
โดยปกในสายตาของเขาจะไม่เห็นอารมณ์เลยแม้แต่น้อย แต่ตอนนี้…ในนั้นเหมือนว่าจะมีระลอกคลื่นอารมณ์เล็กน้อย
เหมือนว่า เขามองขุนนางทั้งหลายเป็นครั้งสุดท้าย มองขุนเขาและสายน้ำแถบนี้เป็นครั้งสุดท้าย มองเผ่ามนุษย์เป็นครั้งสุดท้าย และมองรูปสลักมหาจักรพรรดิที่อยู่ที่ไกลเป็นครั้งสุดท้าย
จากนั้น จักรพรรดิมนุษย์ก็สูดลมหายใจลึก ไม่ว่าจะเป็นสีหน้าหรือดวงตาทั้งสอง ล้วนกลับสู่สภาวะปกติ ก่อนจะหันหลังไป
ท่ามกลางการก้มศีรษะและถอยหลังไปขององค์ชายทั้งห้า เขาทอดสายตามองไปยังศาลบูรพกษัตริย์ ยกเท้าเดินไปทีละก้าวๆ มุ่งหน้าไปยังศาลบูรพกษัตริย์
จนกระทั่งเดินออกไปไกลสิบกว่าจั้ง องค์ชายทั้งห้าที่อยู่ข้างหลังถึงได้เดินตามออกไปอย่างเคร่งขรึมจริงจัง
ในสามชั่วยามสุดท้าย ตามพิธีของการเซ่นไหว้บรรพชน จักรพรรดิมนุษย์จะนั่งสมาธิในศาลบูรพกษัตริย์ รอเวลาหมุนผ่านไป องค์ชายที่ได้รับพระบรมราชานุญาตให้ติดตามมาเซ่นไหว้บรรพชน มาอยู่ข้างหลัง คุกเข่าอยู่ในศาลบูรพกษัตริย์ รอดวงอาทิตย์ขึ้น
ทั้งข้างนอกและในศาลบูรพกษัตริย์ ในสามชั่วยามนี้ เงียบสงัด
กระทั่งว่าแม้แต่ในเมืองหลวง ในเสี้ยวขณะนี้ก็เงียบเป็นอย่างยิ่งเช่นกัน
จากเวลาที่ไหลไปทีละนิดๆ ความมืดมิดบนท้องฟ้าก็ค่อยๆ จืดจางลง ปลายขอบฟ้าราวมีเปลวเพลิงลุกไหม้ ก่อเป็นทะเลเพลิง เผ่าไหม้ราตรีมืด
จวบจนกระทั่งเสี้ยวขณะต่อมาแสงสีแดงเพลิงแแผ่ลาม เหมือนมียักษ์ที่ค้ำยันฟ้าดิน ยกมือเปิดผ้าคลุมโปร่งบางแห่งราตรีออก
ทันทีที่ประกายแสงรุ้งสาดแสงไปทั่วทุกสารทิศ ปกคลุมฟ้าดิน ส่องมายังโลก