ตอนที่ 938
บทที่ 938 ของขวัญจากจื่อชิง
October 22, 2026
บทที่ 938 ของขวัญจากจื่อชิง
ในม่านฝน สวี่ชิงอยู่หน้า ฝานซื่อซวงอยู่กลาง เอ้อร์หนิวอยู่หลัง
ฝานซื่อซวงเห็นทั้งสองทำเช่นนี้ยิ่งตึงเครียด ตอนนี้ตัวอยู่เผ่ามนุษย์ ไม่มีผู้ช่วย ความรู้สึกโดดเดี่ยวไร้ที่พึ่งเช่นนั้นทำให้ความกังวลของเขารุนแรงกว่าเดิม
หลังพวกสวี่ชิงจากไป ในตำหนักใหญ่ที่จัดงานเลี้ยงขององค์ชายสี่ยามนี้ไร้สุ้มเสียง
ผู้คนล้วนนิ่งเงียบ
แต่ภายใต้ภาพอันเงียบเชียบ ต่างคนล้วนมีพายุพัดโหมเทียมฟ้า
คลื่นความรู้สึกต่างๆ อย่างสั่นสะท้าน เหลือเชื่อ หวาดกลัวทำให้ใจพวกเขาเกิดคลื่นหมื่นจั้ง
กับการเดินทางไปนภาคิมหันต์ของสวี่ชิง พวกเขารู้เพียงผลลัพธ์ ไม่รู้รายละเอียดที่สวี่ชิงกลายเป็นมหาขุนพลนภาในเผ่านภาคิมหันต์
ย่อมไม่รู้รายละเอียดความขัดแย้งของสวี่ชิงกับเหล่ายอดอัจฉริยะฟ้าประทานในระหว่างนั้นเช่นกัน
แต่เห็นเงื่อนงำได้บ้างไม่มากก็น้อย
อย่างไรสุดท้ายคนที่ได้เป็นมหาขุนพลนภาคือสวี่ชิง ทั้งยังสู้ชนะเหยียนเสวียนจื่อ
แต่เงื่อนงำก็เป็นเพียงเงื่อนงำเท่านั้น พวกเขาไม่อาจจินตนาการว่าฝานซื่อซวงผ่านอะไรมากันแน่ ถึงได้ทำให้เขาเห็นสวี่ชิงแล้วหวาดกลัวขนาดนี้
ต้องทราบว่าฝานซื่อซวงก็อยู่ขั้นเตรียมสู่เทวะ!
อีกทั้งตัวเขายังเป็นยอดอัจฉริยะฟ้าประทานติดอันดับของเผ่านภาคิมหันต์ นามระบือทั่วแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์
แม้ก่อนหน้านี้การที่เขามาเผ่ามนุษย์แล้วเลือกเก็บตัวทำให้คนสงสัย แต่เรื่องนี้ก็ปกติ คนเป็นผู้บำเพ็ญ แล้วยังเพิ่งบรรลุเตรียมสู่เทวะ อยู่ในช่วงสำคัญของการบำเพ็ญ เก็บตัวก็เป็นเรื่องปกติ
อย่างไรการเจรจาก็ไม่จำเป็นต้องมีฝานซื่อซวงเข้าร่วม ในฐานะผู้กำกับดูแล เขาแค่เป็นพยานการลงนามข้อตกลงตอนท้ายสุดก็พอ
ถึงก่อนหน้านี้มีคนเอ่ยถึงสวี่ชิงในงานเลี้ยง และแม้เขาออกปากห้ามทันที แต่เรื่องเหล่านี้เห็นเพียงความไม่พอใจของเขา
คนไม่รู้เรื่องมองมาย่อมคิดว่าระหว่างฝานซื่อซวงกับสวี่ชิงคงมีความขัดแย้งไม่น้อยตามสัญชาตญาณ
ที่ฝานซื่อซวงมาเผ่ามนุษย์แล้วเก็บตัว ชัดว่ากำลังหลบสวี่ชิง!
ก่อนหน้านี้มีคนเอ่ยถึงสวี่ชิงแล้วเขาห้ามไว้ทันที ไม่พอใจคือเรื่องจริง ความยัดแย้งก็เป็นเรื่องจริง แต่ภายใต้ความจริงนี้ยังมีความระวังตัว นี่คือพฤติกรรมที่กลัวเดือดร้อนไปด้วย
ผู้คนตระหนักทั้งหมดนี้ ความสั่นสะเทือนในใจจึงยิ่งรุนแรง
“สวี่ชิงอยู่นภาคิมหันต์…ถึงกับน่ากลัวปานนี้!”
ผู้คนสั่นสะท้าน
องค์หญิงสามกลับสีหน้าสับสน นางอดนึกถึงแต่ละฉากที่ได้รู้จักสวี่ชิงไม่ได้
ตั้งแต่แรกที่เจอกันในงานเลี้ยงขององค์ชายเจ็ดที่แผ่นดินใหญ่คลื่นศักดิ์สิทธิ์ จนมาเจอกันอีกครั้ง สวี่ชิงได้เป็นเจ้าแดนคลื่นศักดิ์สิทธิ์ จากนั้นเข้าดินแดนเมืองหลวงจักรพรรดิพร้อมกัน…
ถูกจักรพรรดิครองกระบี่เรียกตัว สายเซียนต่างวิถีรุ่งเรือง สังหารองค์ชายเจ็ด ทุกฉากทุกตอนล้วนมีชื่อเกรียงไกรสะท้านทั่วเมืองหลวงจักรพรรดิ
นางเคยนึกว่านี่คือจุดสูงสุดของสวี่ชิงแล้ว
แต่หลังกลับจากนภาคิมหันต์ อีกฝ่ายกลับโดดเป็นมหาขุนพลนภา จักรพรรดิมนุษย์ยังแต่งตั้งเป็นอ๋อง ยกฐานะเป็นอาจารย์ของรัชทายาท…
ทุกสิ่งทุกอย่างทำให้นางเงยหน้า และเห็นเพียงเงาหลังสายหนึ่ง
โดยเฉพาะวันนี้ นางได้สัมผัสความน่ากลัวของสวี่ชิงโดยตรง ฝานซื่อซวงที่สูงส่ง คนที่ตนกับคนอื่นต้องระมัดระวังเมื่อเผชิญหน้าถึงกับมีท่าทางกังวลเมื่ออยู่ต่อหน้าเขา
บัดนี้นางจินตนาการได้ว่าช่วงที่อยู่เผ่านภาคิมหันต์ สวี่ชิงมีชื่อเสียงโหดเหี้ยมยิ่งใหญ่ปานใด
องค์ชายสี่ที่ด้านข้างก็ดูท่าทางวุ่นวายใจ สีหน้าเปลี่ยน เพียงแต่…นัยน์ตากลับมีรัศมีประหลาดวาบผ่าน
‘มีคนอยากยืมมือข้าตกปลาล่อฝานซื่อซวงออกมา แต่ท่านอาจารย์อ่านเรื่องราวได้ชัดเจน ให้ข้าคล้อยตามสถานการณ์ เช่นนั้นการมาเยือนกะทันหันของสวี่ชิง…จะทำให้ร่วงลงไปด้วยกันหรือไม่!’
คิดถึงตรงนี้ ใจองค์ชายสี่วิเคราะห์ผลได้ผลเสียตามสัญชาตญาณ
ในกลุ่มคนยังมีสตรีผู้หนึ่ง ยามนี้ก็สีหน้าออกเช่นกัน นัยน์ตามีชีวิตชีวามองไปนอกตำหนักใหญ่
นางคือซู่เยว่ นักดนตรีหญิงที่มีชื่อเสียงในเมืองหลวงจักรพรรดินั่นเอง
‘เขา คือน้องชายของคนคนนั้นหรือ…’
สวี่ชิงไม่ได้สนใจเรื่องราวต่างๆ ในตำหนักใหญ่ ไม่นานหลังจากนั้น พวกเขาสามคนมาถึงจวนเจ้าสวรรค์ของสวี่ชิง
ในจวน สวี่ชิงนั่งขัดสมาธิด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง มองฝานซื่อซวงที่ทำหน้าหดหู่อยู่ตรงหน้า
ส่วนนายกองกลับยิ้มหน้าบาน
“สหายฝาน ก่อนหน้านี้ที่เผ่านภาคิมหันต์ข้าก็ดูออกว่าเจ้ามีพลังไม่ธรรมดา ทักษะหุ่นเชิดยิ่งบรรลุถึงขั้นสูงสุด”
“คิดดูแล้วเจ้าคงไม่ทำให้ข้าผิดหวัง อย่างไรหากข้าผิดหวัง ศิษย์น้องเล็กของข้าก็จะผิดหวังด้วย เราสองคนผิดหวัง…แบบนั้นเจ้าก็จะผิดหวังเช่นกัน”
นายกองกระแอม ไม่เปิดโอกาสให้ฝานซื่อซวงอ้าปาก ขณะยกมือหุ่นเชิดที่เขารวบรวมก็ตกลงตรงหน้าฝานซื่อซวง
“อยากขอให้สหายฝานช่วยซ่อมมันให้ดี ส่วนอานุภาพ…ต้องถึงระดับที่เคยเป็น”
นายกองเลียริมฝีปาก
สวี่ชิงสีหน้าไร้ความรู้สึก
ฝานซื่อซวงแอบด่าในใจ แต่เบื้องหน้าไม่กล้าแสดงออกแม้เพียงนิด แต่สุดท้ายยังคงโล่งอก ดูออกว่าอีกฝ่ายมาขอให้ตนช่วยจริง ไม่มีความหมายอื่นแอบแฝง
หากเป็นคนอื่นมาหาเขายังเอาไว้ก่อนได้ แต่ตอนนี้ฝานซื่อซวงคิดว่าอยากเสร็จงานให้เร็วที่สุด จากนั้นรีบออกไปให้ไกลจากที่นี่
เขาจึงไม่เอ่ยคำใด สายตาตกที่หุ่นเชิดแล้วยกมือโบก ฉับพลันหุ่นเชิดนี้เกิดเสียงดังลั่น พังทลายลงมาเป็นชิ้นส่วนนับไม่ถ้วน
โบกมือหยิบขึ้นมาชิ้นหนึ่ง ฝานซื่อซวงหายใจเข้าลึก พยายามทำให้ตัวเองสงบลงแล้วเริ่มศึกษา
ดูไปดูมา เขาสีหน้าไหวเล็กน้อย
“นี่เป็นของโบราณ และดูท่าคงอยู่มาอย่างน้อยหลายหมื่นปี”
“บนนั้นยังมีกลิ่นศพ…นี่เป็นวิธีหลอมที่สายเลือดพิสดารบันลือนิยมใช้ในสมัยจักรพรรดิโบราณเสวียนโยว”
“การหลอมหุ่นเชิดของพวกเขาเน้นที่การสละชีพเป็นหลัก ใช้เลือดของสิ่งมีชีวิตเป็นสารอาหาร เส้นลมปราณเป็นตัวเชื่อมโยง เลือดเนื้อกระดูกเป็นวัตถุดิบ แล้วค่อยเสริมด้วยส่วนประกอบอีกมาก สุดท้ายกลายเป็นหุ่นเชิดมีเลือดเนื้อ”
ฝานซื่อซวงสมกับเป็นปรมาจารย์หุ่นเชิด อ้าปากก็บอกที่มาได้แล้ว
เอ้อร์หนิวสีหน้าไหว แสดงความชื่นชม ร้องชมสุดยอด
สวี่ชิงเห็นแล้วก็ร่วมมือโดยเผยความชื่นชมในตา
ได้รับความชื่นชมจากพวกเขาสองคนพร้อมกัน ภายนอกฝานซื่อซวงไม่สนใจสักนิด แต่ในใจกลับรู้สึกกระหยิ่มลำพองอยู่บ้างอย่างไม่อาจควบคุม
เอ้อร์หนิวขยิบตา