ตอนที่ 945
บทที่ 945 ก้าวแรกสำเร็จ
October 22, 2026
บทที่ 945 ก้าวแรกสำเร็จ
หลังจากแปรเปลี่ยนเป็นพรางมารยา มือขวาของสวี่ชิงโปร่งแสง แต่ในนั้นกลับมีเลือดห้าหยด จับกลุ่มเป็นรูปห้าเหลี่ยม
ต่อให้แปรเปลี่ยนเป็นพรางมารยาชิงมรรคา ก็ไม่อาจเก็บซ่อนเลือดห้าหยดนี้ได้
เห็นได้ถึงความไม่ธรรมดาของเลือดนี้
บนแท่นบูชา ทันทีที่มือขวาของสวี่ชิงคว้าไป ตะเกียงดำจื่อเสวียนก็สั่นสะท้านขึ้นมา แล้วลอยไปบนท้องฟ้า จะลอยไปหาสวี่ชิงทางนั้น
แต่ในตอนนี้เอง โลงศพทั้งห้าที่อยู่รอบๆ ก็พลันสั่นไหวขึ้นมา แต่ละโลงต่างแผ่กลิ่นอายสายเลือดราชวงศ์ ผสานกับเปลวเพลิงที่นี่ แปรเปลี่ยนเป็นมือใหญ่มหึมาสีทองข้างหนึ่ง
คว้าไปทางตะเกียงดำจื่อเสวียนที่ลอยอยู่บนฟ้าอย่างเต็มแรง
ในขณะเดียวกัน ก็ยังมีเสียงคำรามที่ไม่เหมือนเสียงมนุษย์ดังเป็นระลอกๆ ออกมาจากในโลง ฝาโลงสั่นคลอนเช่นกัน เหมือนว่าจะถูกเปิดออก
นอกจากนั้นพลังเปลวเพลิงก็ปะทุขึ้นอย่างรุนแรงยิ่งกว่าเดิมในพริบตา
อุณหภูมิสูงน่าหวาดหวั่น ตลอดจนกลิ่นอายเทพเจ้าที่สามารถสยบควบคุมวิญญาณได้ ทำให้มือขวากึ่งโปร่งแสงที่ผ่านการแปลงพรางมารยาชิงมรรคาของสวี่ชิงลุกไหม้ทันที
เกราะมหาขุนพลฟ้าทมิฬและกายเนื้อเทพเจ้าเมื่ออยู่ภายใต้อุณหภูมิสูงก็ยากที่จะทนไหว เพียงพริบตา มือขวาของเขาก็กลายเป็นธุลีอย่างเห็นได้ด้วยตาเปล่า
มีเพียงอำนาจเทพเจ้าในร่างของเขาที่ยังสามารถยืนหยัดได้เล็กน้อย แต่กลับไม่สามารถเปลี่ยนแปลงระดับการสูญสลายในตอนนี้ของมือข้างขวาได้
เห็นมือขวาของตัวเองจะสูญสลายราวแมลงบินเข้ากองไฟเช่นนี้ สวี่ชิงไม่ลังเลแม้แต่น้อย ไม่ลดความเร็วลงแม้เพียงนิดเดียว เลือดห้าหยดที่อยู่ในแขนอันแหว่งวิ่นนั่น ถูกเขากระตุ้นออกมา
ท่ามกลางการเผาไหม้ของเปลวเพลิง เลือดห้าหยดนี้ก็หยดไปยังโลงศพทั้งห้าบนแท่นบูชา
ระลอกคลื่นพลังสายเลือดราชวงศ์ที่บริสุทธิ์ยิ่งกว่า เก่าแก่ยิ่งกว่า ปะทุออกมาจากในเลือดทั้งห้าหยดนี้
ก่อเป็นการสยบควบคุมทางสายเลือด!
มือใหญ่มหึมาสีทองที่ก่อขึ้นจากกลิ่นอายโลงศพ ในเสี้ยวขณะนี้ไม่อาจขัดขวางได้อีกต่อไป ถูกเลือดห้าหยดพุ่งทะลุผ่าน เสี้ยวขณะต่อมา ก็หยดไปบนโลงแต่ละโลง
ในพริบตาที่หยดลงไป โลงที่สั่นคลอนอยู่ตลอดทั้งห้านั่นก็พลันหยุดนิ่ง เสียงคำรามในนั้นก็หายไปในทันที เงียบสงบลง
ขณะเดียวกัน มือใหญ่สีทองที่เกิดขึ้นจากกลิ่นอายของพวกมันก็ชะงักค้างกลางอากาศ
ส่วนสวี่ชิงทางนั้นตอนนี้มือขวาที่สูญสลายไปกว่าครึ่งก็คว้าไปยังตะเกียงดำจื่อเสวียนที่ลอยมาเอาไว้ได้แล้ว!
แล้วกระชากออกมาข้างนอก
ตะเกียงดวงนี้ ในที่สุดก็ลอยออกมาจากลอยแยก
ทันทีที่ลอยออกมาจากแท่นบูชา การสั่นสะเทือนของโลกทั้งห้าก็ไม่เกิดขึ้นอีก เสียงคำรามก็เช่นกัน ความเจ็บใจไม่ยอมจำนนท่วมท้นอยู่ข้างในรุนแรงจนถึงขีดสุด
แต่เลือดห้าหยดที่หยดไปบนนั้น ในตอนนี้กะพริบวูบวาบ ทำการสยบควบคุมอีกครั้ง
ในขณะเดียวกัน มือขวาสวี่ชิงก็กลายเป็นเถ้าธุลี แต่มือซ้ายพลันยกขึ้น คว้าไปยังตะเกียงที่ถูกนำออกมา ร่างถอยไปอย่างรวดเร็ว
ทุกอย่างนี้พูดแล้วเหมือนเป็นเวลานาน แต่ความจริงแล้ว จากสวี่ชิงคว้าเอามา พุ่งเข้าไปในกองเพลิง บินทะยานอย่างรวดเร็วตอนนี้ ล้วนเกิดขึ้นในเสี้ยวพริบตา
เจ้าเงาทางนั้นสุดท้ายก็ทนไม่ไหว หมองหม่นลงไปอย่างรวดเร็ว แล้วแตกทลายกลายเป็นรอยเงานับไม่ถ้วนกระจายมา
ส่วนเถาวัลย์เทพก็มาถึงขีดจำกัดสูงสุดของตัวเองเช่นกัน เหี่ยวแห้งไปกว่าครึ่งถอยหลังไป
ดังนั้นพลังเหนี่ยวรั้งสลายไป เปลวเพลิงจากสภาวะเทเอียง ฟื้นฟูกลับมาทันที
และเสียงคำรามทีคลุ้มคลั่งยิ่งกว่าเดิมก็ดังออกมาจากในโลงทั้งห้าที่อยู่ในเปลวเพลิง กระทั่งว่าโลงอยู่ภายใต้พลังปะทุรุนแรง ก็เกิดรอยร้าว
ระลอกคลื่นพลังที่ไม่เสถียรกลุ่มหนึ่งพวยพุ่งมาจากบนแท่นบูชา
สูญเสียตะเกียงดวงสำคัญไป ก็เท่ากับสูญเสียการผสานจากเซียน ส่วนการปะทุของกลิ่นอายเทพเจ้าตอนนี้ก็สูญเสียสมดุล ดังนั้น…พิธีนี้ย่อมเกิดการสะท้อนพลังกลับ!
พลังกดดันน่ากลัวในเปลวเพลิงยิ่งรุนแรงขึ้น
ภาพนี้ทำให้องค์ชายสิบเอ็ดเมื่อได้เห็นก็หัวเราะร่า
ทำเอาขุนนางทั้งหลายเห็นแล้วเงียบนิ่ง
ทำเอาขันทีชราเมื่อได้เห็นแล้วก็ส่งเสียงเย็นเยือกเหี้ยมโหดออกมา
ส่วนสวี่ชิงตอนนี้ไม่สนเรื่องพวกนี้แล้ว ร่างของเขาขณะที่ทะยานออกไป ก็เก็บตะเกียงดำจื่อเสวียนที่เต็มไปด้วยรอยร้าวลงไป ขณะเดียวกัน แขนขวาที่เสียไป ภายใต้ความพิเศษของกายเทพเจ้า ท่ามกลางความเจ็บปวดแสนสาหัสจากเลือดเนื้อที่ฉีกทึ้งเป็นระลอกๆ ก็งอกออกมาใหม่
แม้ความอ่อนล้าจะเกิดขึ้นอย่างเลี่ยงไม่ได้ แต่เขาโล่งอก ในสมองมีวิธีเอาตะเกียงมาที่หารือกับจื่อเสวียนในจวนวิญญาณของตนเมื่อหลายเดือนก่อนผุดขึ้นมา
วิธีนี้เป็นความคิดของจื่อเสวียนเสนอขึ้น ร่วมทำให้สำเร็จกับสวี่ชิง
สัมผัสรับรู้ต่อตะเกียงดวงนั้นของจื่อเสวียนแม่นยำมาก โดยเฉพาะในหลายปีนี้ที่สวี่ชิงไปจากเมืองหลวง จื่อเสวียนดูเหมือนอยู่เฉยๆ แต่ความจริงแล้วนางใช้วิธีลับมากมาย ได้รับข้อมูลมากขึ้น
เลือดห้าหยดนั่นก็เป็นเลือดพลังต้นกำเนิดของจื่อเสวียน
และก็เป็นสิ่งที่เตรียมไว้เพื่อโลงศพทั้งห้าโดยเฉพาะ ใช้เลือดนี้สยบโลงศพเป็นเวลาสั้นๆ
เช่นนี้แล้วก็จะทำให้ขั้นตอนในการคว้าเอาตะเกียงมาราบรื่นขึ้นอีกเล็กน้อยย
ขณะเดียวกัน พวกเขายังหารือถึงขั้นตอนอื่นๆ เพียงแต่เปลวเพลิงของการสำเร็จเทพทำให้วิธีการมากมายไร้ผล ดังนั้นสวี่ชิงจึงทำได้เพียงวางเดิมพันเสี่ยงสักครั้งเท่านั้น
แต่ว่า ตอนนี้เอาตะเกียงดำจื่อเสวียนมาได้แล้ว ในใจสวี่ชิงมีความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างผุดขึ้นมาในใจตามสัญชาตญาณ
“ดูเหมือนเดิมพันเสี่ยง แต่ขั้นตอนนี้เหมือนว่า…จะราบรื่นเกินไปแล้ว”
สวี่ชิงหรี่ตา เก็บเจ้าเงาและเถาวัลย์เทพลงไป ถอยร่นต่อไป
และตอนนี้ ท่ามกลางการถอยหลังไปของสวี่ชิง บนแท่นบูชาที่สูญเสียตะเกียงไป เสียงคำรามดังขึ้นท่วมฟ้า เสี้ยวขณะต่อมา โลงแตกทลาย ระเบิดมา
แต่ไม่ทันที่โครงกระดูกในนั้นจะทันได้พุ่งออกมา เปลวเพลิงสีทองที่วนล้อมอยู่ที่แท่นบูชาก็พลันตลบม้วนกลับไป
การสะท้อนพลังกลับเกิดขึ้นแล้ว
อุณหภูมิสูงในนั้นปะทุขึ้นทันที ท่ามกลางเสียงระเบิด ก็กวาดโหมทุกอย่างในนั้น
โลงทั้งห้านั่นโดนพลังก่อนใคร ภายใต้การสะท้อนพลังกลับของเพลิงเทวะก็กลายเป็นเถ้าธุลีไปในพริบตา โครงกระดูกในนั้นก็เช่นเดียวกัน แม้แต่แท่นบูชาเองก็เช่นกัน
ทุกสิ่งทุกอย่างภายใต้การสะท้อนพลังของเปลวเพลิงสีทองล้วนกลายเป็นเถ้าธุลี…
ส่วนเปลวเพลิงสีทอง ตอนนี้เมื่อไม่มีการหล่อเลี้ยงก็ค่อยๆ สลายไป มอดดับลง