ตอนที่ 946
บทที่ 946 สี่อ๋องกลืนนภา
October 22, 2026
บทที่ 946 สี่อ๋องกลืนนภา
เผ่ากลืนนภาในแผ่นดินต้องประสงค์ไม่นับว่าเป็นเผ่าแข็งแกร่ง พูดได้แค่ว่าเป็นเผ่าระดับสอง
เทียบกับเผ่าแข็งแกร่งที่อยู่ในระดับหนึ่งแล้ว เผ่ากลืนนภาขาดพลังรากฐาน ขาดพลังชะตา ยิ่งไม่มีเทพเจ้า
ดังนั้นคิดจะให้เผ่าพันธุ์เป็นเผ่าแข็งแกร่งในแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์ พวกเขาจะต้องพยายามมากขึ้น ทุ่มเทมากขึ้น จ่ายค่าตอบแทนมากขึ้น
และแผ่นดินใหญ่กลืนนภาที่พวกเขาอยู่ ก็ห่างจากดินแดนเมืองหลวงจักรพรรดิเผ่ามนุษย์มาก
ระยะทางที่ห่างกัน ต่อให้เป็นผู้บำเพ็ญระดับหวนสู่อนัตตาก็ต้องบินถึงหลายสิบปี
ดังนั้น กับเผ่ามนุษย์จึงไม่เคยมีสงครามใดๆ มาก่อน
แต่เผ่านี้ไม่ยอมที่จะเป็นเช่นนั้น โดยเฉพาะภายใต้ความปรีชาสามารถและการวางแผนของจักรพรรดิกลืนนภา เผ่านี้ก็มาถึงจุดสูงสุดของประวัติศาสตร์ของเผ่าพวกเขา
กระทั่งว่าจักรพรรดิกลืนนภาผู้นั้นยิ่งไม่รู้ว่าใช้วิธีใดทะลวงขีดจำกัดสูงสุดของระดับเตรียมสู่เทวะ เป็นเจ้าเหนือหัวคนแรกของเผ่านับจากยุคจักรพรรดิโบราณเสวียนโยวจนถึงปัจจุบันนี้
พลังเช่นนี้ทำให้เผ่ากลืนนภาเกิดความทะเยอทะยาน
พวกเขาต้องการเผ่าที่เหมาะสำหรับการกลืนกิน เพื่อเพิ่มพลังรากฐานและพลังชะตาของเผ่าตน ได้คุณสมบัติในการเซ่นบวงสรวงเทพเจ้า ทำให้มีความเป็นไปได้ที่จะเป็นเผ่าแข็งแกร่งจากการนี้
เผ่ามนุษย์ในฐานะที่เป็นเผ่าแข็งแกร่งในอดีต คือเป้าหมายที่สมบูรณ์แบบที่สุดสำหรับเผ่ากลืนนภา
ในเมื่อหากพูดถึงพลังรากฐาน เผ่ามนุษย์ย่อมมีมากพอ และพลังชะตายิ่งเป็นเช่นนั้น
เพียงแต่เผ่ามนุษย์แม้ไม่ใช่เผ่าแข็งแกร่งอีกต่อไป แต่การมีตัวตนอยู่ของมหาจักรพรรดิครองกระบี่ก็ยังสามารถสยบได้ทั่วทุกสารทิศ นอกจากนี้ จักรพรรดิมนุษย์ทุกรุ่นล้วนเป็นเจ้าเหนือหัว ก็ทำให้คนชั่วทั้งหลายต้องเก็บความซ่อนความละโมบลงไป
ดังนั้น หากคิดอยากจะล่าเผ่ามนุษย์ ในการวิเคราะห์ของจักรพรรดิกลืนนภาท่านนั้น จะต้องเก็บซ่อนเป้าหมาย จะต้องระมัดระวังรอบคอบ ยิ่งต้อง…รอคอยโอกาส
เมื่อหลายปีก่อน โอกาสมาถึงแล้ว
ตอนนี้ นอกวังเผ่ากลืนนภา บนลานกว้างขนาดมหึมา มีเงาร่างยิ่งใหญ่สี่ร่างยืนตระหง่านอยู่
เงาร่างทั้งสี่ล้วนสูงถึงร้อยจั้ง หน้าตาต่างไปจากเผ่ามนุษย์ มีเพียงตาเดียว อีกทั้งยังอยู่ที่หว่างคิ้ว
ผิวดำ ในขณะที่หยาบกร้านก็แฝงไว้ด้วยพลังกายเนื้ออันน่าครั่นคร้าม
พวกเขาสวมเกราะ ยืนอยู่ตรงนั้นรัศมีอำนาจน่าครั่นคร้าม ทำให้ฟ้าดินเปลี่ยนสี ลมเมฆหอบทะลัก
ที่บ่าทั้งสองข้าง เหนือศีรษะของทุกคน ภายนอกร่างล้วนแต่มีโลกอย่างน้อยเจ็ดใบ สองคนที่มีมากที่สุดยิ่งมีถึงเก้าใบ
ทั้งสี่คนนี้ล้วนเป็นผู้บำเพ็ญระดับเตรียมสู่เทวะระดับสูง!
พวกเขาเขาเป็นอ๋องสวรค์ทั้งสี่ที่แข็งแกร่งที่สุดในเผ่ากลืนนภา เป็นกำลังสูงสุดที่ล้ำค่าที่สุดในเผ่ากลืนนภา
ตอนนี้ บนลานกว้างนี้ พวกเขาแต่ละคนเงียบนิ่งไม่พูดจา จ้องมองไปยังนอกวังหลวงที่อยู่ข้างหน้า ร่างหนึ่งที่ยืนตระหง่านอยู่ตรงนั้นยิ่งมีเงาร่างยิ่งใหญ่มโหฬาร
นั่นคือจักรพรรดิของพวกเขา!
เงาร่างนี้มีขนาดพันจั้ง ทั่วทั้งร่างรัศมีอำนาจท่วมท้น กลิ่นอายที่แผ่ออกมา เหมือนเทพเจ้าที่แท้จริง
เขายืนอยู่ตรงนั้น เงยหน้ามองท้องฟ้า คล้ายกำลังฟัง
ทั้งลานเงียบสงัด
จวบจนกระทั่งหลังจากนั้นครู่หนึ่ง จากท้องฟ้าที่สนั่นหวั่นไหว สายฟ้าสีเลือดแต่ละทางๆ พาดผ่าน ก่อเป็นอักขระมหึมาที่ปกคลุมม่านฟ้าหมื่นลี้ตัวหนึ่ง
ในขณะที่อักขระตัวนี้กะพริบแสงวูบวาบ สีเลือดแผ่ลาม สุดท้ายแปรเปลี่ยนเป็นคลื่นวนทรงพลังลูกหนึ่ง
ขณะที่หมุนวนครืนคราน พลังเหนี่ยวนำเป็นระลอกๆ แผ่ออกมาจากในนั้น ปกคลุมวังเผ่ากลืนนภา
แต่อ๋องสวรรค์ทั้งสี่บนลานกว้างยังคงนิ่งไม่ขยับ
จวบจนกระทั่ง…
ในสายฟ้าสีเลือดนับไม่ถ้วน สีสายฟ้าสีเงินทางหนึ่ง พาดผ่านผืนฟ้า ตรงไปยังเงาร่างพันจั้งร่างนั้น หลังจากที่ผสานไปในหว่างคิ้ว จักรพรรดิเผ่ากลืนนภาคนนี้ถึงจะพ่นลมหายใจเบาๆ ออกมา
กลิ่นอายแหวกมิติ ทำลายท้องฟ้าไปแถบหนึ่ง