ตอนที่ 952
บทที่ 952 รุ่งอรุณและราตรี
October 22, 2026
บทที่ 952 รุ่งอรุณและราตรี
ตอนนี้เป็นยามรุ่งอรุณพอดี รอบดาวจักรพรรดิโบราณ คลื่นวนยักษ์ทั้งห้าหมุนวนคืรนครานเลื่อนลั่น
โครงกระดูกจักรพรรดิมนุษย์ทุกรุ่นในนั้นต่างแผ่ปราณจักรพรรดิน่าตื่นตะลึงออกมา แม้ว่าจะแตกดับไปแล้ว แต่กลิ่นอายนี้ภายใต้การหลอมรวมจากคลื่นวน ก็ยังคงสะท้านฟ้าดิน
ก่อเป็นลำแสงขนาดมหึมาห้าทาง พวยพุ่งสู่หมู่เมฆ
ต่างจับกันเป็นห้าเหลี่ยม โดยมีดาวจักรพรรดิโบราณเป็นศูนย์กลาง มองไปไกลๆ ภาพนี้เหมือนแท่นบูชาห้าเหลี่ยมขนาดมหึมาแท่นหนึ่ง
แท่นนั้นก่อนหน้านี้แม้จะมีรูปร่างเค้าโครงแต่ไม่ว่าจะเป็นขนาดหรือรูปแบบ แท่นก่อนหน้านี้กับตอนนี้นี้ไม่อาจเปรียบเทียบได้เลยแม้แต่น้อย
นี่ถึงจะเป็นพิธีสำเร็จเทพของจักรพรรดินี
อีกทั้งเทียบกับก่อนหน้านี้ ในขณะที่พิธีนี้ดำเนินไปก็มีพลังชีวิตเหนือกว่าที่คาดคิดเดือดพล่านอยู่ในนั้น เหมือนว่า…ร่างพิธีกรรมนี้มีชีวิต!
ภาพนี้เป็นภาพที่สวี่ชิงไม่เคยพบเห็นมาก่อน
พิธีสำเร็จเทพที่เขาเคยเห็นมาทั้งหมด ในด้านหนึ่งแล้วก็เป็นเพียงแค่พิธีเท่านั้น ไม่มีความรู้สึกว่ามีชีวิตแฝงอยู่
มีเพียงภาพที่ได้เห็นเท่านั้นที่เป็นเพียงหนึ่งเดียว
“ตัวเองสำเร็จเป็นเทพมนุษย์ จักรพรรดิมนุษย์ทุกรุ่นสำเร็จเป็นเทพอสุภ…ช่างยิ่งใหญ่เด็ดเดี่ยวนัก!”
สวี่ชิงจิตใจสั่นสะท้าน
คนที่ยิ่งใหญ่ทรงอำนาจเขาเห็นมามากมาย ผู้ที่ยิ่งใหญ่เด็ดเดี่ยวก็เคยเห็นมาเหมือนกัน แต่ส่วนใหญ่แล้วล้วนเป็นผู้ชาย
อย่างจักรพรรดินีที่เป็นสตรีวิสัยทัศน์ที่ผู้ชายมากมายก็ยากที่จะมีเช่นนี้ พูดได้ว่าพบเห็นได้ยากยิ่ง!
โดยเฉพาะวิธีที่ทำให้แตกหักกับดินแดนศักดิ์สิทธิ์ ยิ่งห้าวหาญองอาจไม่ธรรมดา
การปรากฏขึ้นของดวงตะวันแห่งรุ่งอรุณทั้งสี่สิบเก้าดวงอยู่เหนือความคาดหมายของสวี่ชิง และอยู่เหนือความคาดหมายของเผ่ามนุษย์ทุกคน
ด้วยความยิ่งใหญ่เช่นนี้ ควรค่าแล้วกับคำว่าจักรพรรดิมนุษย์สองคำนี้
และเรื่องสำคัญของพิธี นอกจากเรื่องเหล่านั้นในตอนนี้ เหมือนว่ายังมีวัตถุอีกชิ้นหนึ่งที่เป็นต้นกำเนิดการลุกไหม้ทุกอย่าง
“เส้นทางที่ก่อขึ้นจากแสงสีเงินแดนศักดิ์สิทธิ์ แสงที่แปรเปลี่ยนจากเศษชิ้นส่วนที่ร่วงลงมาหลังจากที่มันแตกสลาย!”
สวี่ชิงพลันเงยหน้าขึ้น มองไปทางรอยแยกบนท้องฟ้าที่ปิดสนิทแล้ว
เมื่อครู่ เศษชิ้นส่วนร่วงลงมาจากตรงนั้น แปรเปลี่ยนเป็นแสงสาดส่องไปในเมืองหลวง และหลังจากที่จักรพรรดินีเหนี่ยวนำมา ก็ผสานไปในพิธีนี้
จากนั้นพิธีก็มีชีวิตขึ้นมา
เห็นได้ชัดว่าแสงที่มาจากนอกพิภพ หรือจะพูดในถูกคือแสงที่มาจากแดนศักดิ์สิทธิ์เป็นวัตถุดิบสำคัญในพิธีสำเร็จเทพของจักรพรรดินี
ทุกอย่างนี้ไม่เพียงแต่ทำให้ในใจสวี่ชิงเกิดระลอกคลื่นเท่านั้น เผ่ามนุษย์ทุกคนที่อยู่ที่นี่ ส่วนใหญ่แล้วในใจต่างมีสายฟ้าฟาดผ่าทั้งนั้น
เรื่องในวันนี้ เรื่องเกิดขึ้นเป็นระลอกแล้วระลอกเล่า น่าตื่นตะลึงเป็นอย่างยิ่ง
และคำพูดของจักรพรรดินีแต่ละคำยิ่งประดุจอัสนีสวรรค์ แต่ละประโยคราวภูเขาไฟปะทุ พูดได้ว่าฟ้าถล่มดินทลาย สั่นคลอนประวัติศาสตร์!
ที่แท้ เรื่องของจักรพรรดิมนุษย์ตงเซิ่งเป็นอย่างนี้เอง
ที่แท้ความโศกเศร้าของจักรพรรดิมนุษย์จิ้งอวิ๋นเป็นเช่นนี้เอง
ที่แท้ความขมขื่นของจักรพรรดิมนุษย์เซิ่งอวิ๋นหนักหนาเช่นนี้เอง
ที่แท้ความตายของจักรพรรดิมนุษย์เต้าซื่อก็เป็นปริศนามาเนิ่นนานเช่นนี้เอง
ในเสี้ยวขณะนี้ คนทั้งหลายต่างเงียบนิ่ง
มีเพียงจักรพรรดินีที่ยืนอยู่กลางท้องฟ้า อยู่ในเสาแสงทั้งห้า ทอดสายตามองม่านฟ้า
บนดาวจักรพรรดิโบราณใต้เท้าของนางเปลวเพลิงกำลังลุกไหม สีเป็นสีทองอ่อนๆ และกำลังเข้มข้นขึ้น
ในทันทีที่มันเปลี่ยนเป็นสีทองโดยสมบูรณ์ก็หมายถึงว่าพิธีนี้สำเร็จ ถึงตอนนั้น จักรพรรดิมนุษย์ทั้งห้าจะยกระดับเป็นเทพเจ้า และนางก็จะทำสำเร็จ ก้าวไปสู่ตำนานเล่าขานนับจากนั้นไป
นึกถึงตรงนี้ ในดวงตาจักรพรรดินีฉาบประกายคมปลาบ
ประกายนี้เหมือนว่าสามารถแหวกผืนฟ้า สามารถสั่นคลอนผืนดิน!
ทำให้ในเสี้ยวพริบตาที่ฟ้าดินเปลี่ยนสี ท้องฟ้าก็พลันมีเสียงสะเทือนเลื่อนลั่นของสายฟ้าดังครืนครานมา
เสียงนี้ไม่ได้มาจากท้องฟ้า แต่…มาจากนอกพิภพ!
หลังจากดังเข้ามาในแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์ ก็แปรเปลี่ยนเป็นเสียงกึกก้อง สะท้อนไปทั่วทั้งแผ่นดินใหญ่ ประดุจคำบัญชา
“จักรพรรดิโบราณมีราชโองการ จักรพรรดิปลอมผู้มิใช่แซ่กู่เยวี่ย นิสัยหยาบกระด้าง จิตใจชั่วช้า อดีตเป็นสนมของเสวียนจั้น เข้ารับใช้เป็นข้าบาทบริจากาด้วยกายมนุษย์ธรรมดา แอบซ่อนอำพรางวางแผนต่อเสวียนจั้น วางกลอุบายแย่งชิงความโปรดปราน”
“มีจิตใจดั่งอสรพิษ กมลสันดานราวมหาไน จิตคิดร้ายประพฤติชั่ว ล่อลวงขุนนางดี”
“มนุษย์เทพไท้ล้วนเกลียดชัง ฟ้าดินมิอาจยอมรับ”
“ทั้งยังลอบซ่อนความมุ่งร้าย ขโมยอาวุธของเผ่า ดูเถิดว่าฟ้าดินในวันนี้ เป็นของผู้ใด!”
“เผ่ามนุษย์แผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์ คำกล่าวนั้นยังไม่เลือนหาย ความภักดีมิอาจลืมเลือน ขอสั่งโชคชะตาแห่งแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์ และให้ผู้ปกครองผู้ซื่อสัตย์ ปลดสตรีผู้นี้!”
“ตำแหน่งฐานันดรศักดิ์ทั้งปวง จงคืนสู่ขุนเขาและแม่น้ำ”
“หากยังคงหลงเหลือความทะเยอทะยานอันไม่สมควร เดินอยู่บนหนทางที่ผิด เลอะเลือนโง่เขลาไม่รู้จักสถานการณ์ จะต้องได้รับโทษอย่างมหันต์”
“จบราชโองการ!”
คำพูดนี้ดังออกมา ฟ้าดินเผ่ามนุษย์คำรามลั่น ผู้บำเพ็ญเผ่ามนุษย์นับไม่ถ้วน ในใจยิ่งเกิดลมพายุ
ลมพายุนี้เกิดขึ้นมาจากความว่างเปล่า ซ่อนอยู่ในสายเลือด ระเบิดปะทุขึ้นในสมอง
แม้แต่พลังชะตาที่วนล้อมอยู่ในเผ่ามนุษย์ ในเสี้ยวพริบตานี้ก็พลันเดือดพล่าน หอบม้วนตลบไปทั่วทุกสารทิศ ก่อเป็นพลังที่ต่อต้านจักรพรรดินี
ชุดจักรพรรดิบนร่างของจักรพรรดินีแหลกละเอียดทันที มงกุฎจักรพรรดิบนศีรษะก็แตกสลายในพริบตาเช่นกัน
เพราะสิ่งที่ส่งมาจากนอกพิภพคือราชโองการที่แท้จริงของเผ่ามนุษย์!
นั่นคือราชโอการแห่งจักรพรรดิโบราณ!
สามารถออกคำสั่งต่อเผ่าพันธุ์ทั้งหลาย เพียงคำเดียวสามารถตัดสินเป็นตาย เผ่ามนุษย์ก็รวมอยู่ในนี้ พลังชะตาก็อยู่ในการควบคุมเช่นกัน
ดังนั้น จิตใจผู้คนหวั่นไหว ส่วนมังกรยักษ์ที่แปลงมาจากพลังชะตาเผ่ามนุษย์ก็คำรามไปยังจักรพรรดินี ยิ่งมีเงาร่างปราชญ์เมธีนับไม่ถ้วนปรากฏออกมา จ้องมองจักรพรรดินีอย่างพิโรธโกรธเคือง
ในขณะเดียวกัน การซัดโหมเดือดพล่านของพลังชะตายังก่อเป็นวิญญาณวีรบุรุษผู้กล้าเผ่ามนุษย์ที่ในห้วงเวลาอันเนิ่นนานมานี้ต่อสู้กับเทพเจ้าจนตัวตาย จำนวนมากมายมหาศาล มืดฟ้ามัวดิน ก่อเป็นพลังสะท้านฟ้า
ทั้งหมดล้วนสีหน้าเจ็บปวดโศกเสร้า มองจักรพรรดินีอย่างโมโหขุ่นเคือง
จะปลดตำแหน่งจักรพรรดินีของนาง จะขัดขวางการสำเร็จเทพของนาง!
นี่ก็คือการโต้ตอบกลับของแดนศักดิ์สิทธิ์!
แต่สำหรับเรื่องทุกอย่างนี้ สายตาของจักรพรรดินีก็ยังคงคมปลาบเช่นเดิม หลังจากที่กวาดตามองวิญญาณวีรบุรุษผู้กล้าจำนวนนับไม่ถ้วนที่ปรากฏออกมาจากพลังชะตารอบๆ ก็เอ่ยอย่างสงบนิ่ง
“ความผิดพลาดของจักรพรรดิมนุษย์ตงเซิ่ง พวกท่านล้วนเป็นประจักษ์พยาน”
“ความโศกเศร้าของจักรพรรดิมนุษย์จิ้งอวิ๋น พวกท่านล้วนเห็นเป็นประจักษ์”
“ความขมขื่นของจักรพรรดิมนุษย์เซิ่งเทียน พวกท่านล้วนรับรู้”
“การแตกดับของจักรพรรดิมนุษย์เต้าซื่อ พวกท่านล้วนรู้เห็น”
“พวกท่านเป็นปราชญ์เมธีจริงๆ เป็นวิญญาณวีรบุรุษผู้กล้าจริงๆ เกิดเป็นเผ่ามนุษย์ ตายไปก็ยังคงเป็นเผ่ามนุษย์ ข้านั้นเคารพนับถือ แต่จะ…มองแล้วปฏิเสธ มองข้าม รู้แต่ทำไม่รู้ คบค้าแต่หลอกลวงไม่ได้!”
“อีกทั้งการกระทำทุกอย่าง ความคิดทุกอย่างยังไม่อาจให้โองการจากนอกพิภพโองการหนึ่งควบคุม!”
“ในเวลาเนิ่นนานหลายหมื่นปี เผ่ามนุษย์ทุกข์ระทม ประชาชนยากจะได้รับการปกป้องคุ้มครอง ความตายเกิดขึ้นทุกชั่วขณะ ศพเกลื่อนกลาดทั่วแผ่นดิน เป็นทาสเป็นสัตว์เดรัจฉาน น่าสมเพชเวทนา…”
“วันนี้ข้าผงาดขึ้น ปรารถนาจะปกป้องคุ้มครองเราเผ่ามนุษย์ หวังจะเรียกผู้ที่พเนจรอยู่ข้างนอกกลับมา หวังจะรักษาแผ่นดินหมื่นหมื่นลี้ ให้เผ่ามนุษย์เรานับจากนี้ไม่อ่อนแออีกต่อไป ให้เผ่ามนุษย์เรานับจากนี้ลืมตาอ้าปากได้!”
“จิตเจตจำนงค์ของข้าฟ้าดินเป็นพยาน วาจาของข้าประจักษ์ไปชั่วกาลนาน ปฏิบัติต่อเผ่ามนุษย์เช่นนี้…พลังชะตาเผ่ามนุษย์อาศัยอะไรมากัดกินข้า!”
เสียงของจักรพรรดินีพลันดังขึ้น ประจุดดาบคม ทะลุฟ้าดิน ฟาดฟันไปพลังชะตา
ทำให้พลังชะตายิ่งเดือดพล่าน วิญญาณวีรบุรุษผู้กล้าในนั้น ราวถูกถามหยั่งจิตเจตจำนงค์
ส่วนจักรพรรดินียกเท้าขึ้นแล้วก้าวไปข้างหน้าก้าวหนึ่ง
ฟ้าดินคำรามกึกก้อง พลังอำนาจของนางท่วมฟ้าในทันที ทำให้ฟ้าเปลี่ยนสี ลมเมฆหอบทะลัก
เสียงยิ่งราวอัสนีสวรรค์ ฟาดผ่าทั่วสารทิศ
“เผ่ามนุษย์อ่อนแอจนถึงวันนี้ เดินไปทางความตกต่ำ ระหว่างนี้แดนศักดิ์สิทธิ์ทำเพียงแค่รับผลประโยชน์ ไม่สนใจไยดีความเป็นตายของเผ่า”
“เผ่าเรานั้นยากลำบาก เผ่าพันธุ์แข็งแกร่งผงาดล้อมรอบด้าน จิตละโมบคิดล้างเผ่าพันธุ์เราเป็นนิรันดร์!”
“ข้านับแต่ที่สืบทอดอำนาจ จริงจังตั้งใจระมัดระวังรอบคอบมาจนถึงวันนี้ ไม่กล้าผ่อนคลายแม้แต่น้อย สร้างดวงตะวันแห่งแสงอรุณ ผนึกกำลังกับพันธมิตร ก็ยังคงราวเดินอยู่บนแผ่นน้ำแข็งบางๆ ขยับแม้เพียงเล็กน้อย เผ่าเราก็จะสูญสลายหมดสิ้น แล้วข้าจะทำเช่นไรได้”
“วิญญาณปราชญ์เมธี ผู้กล้าวีรบุรุษทั้งหลาย พวกท่านช่วยสอนสั่งข้าได้หรือไม่”
“หรือพวกท่านจะมองเผ่าเราดับสูไปเช่นนี้ มองชีวิตเผ่ามนุษย์กลายเป็นเถ้าธุลีไปเช่นนี้”
“หรือพวกท่านอยากจะเห็นผู้ที่มีชีวิตอยู่ทุกคนกลายเป็นวิญญาณไปทั้งหมด”