ตอนที่ 960
บทที่ 960 ตัดขาดเคราะห์กรรม
October 22, 2026
บทที่ 960 ตัดขาดเคราะห์กรรม
ท้องฟ้านิ่งงัน
โลกมนุษย์เงียบสงบ
ลมที่พัดมาเมื่อครู่สงบลงทันใด
ราวกับไม่เคยเกิดอะไรขึ้นมาก่อน มีเพียงกระแสวนที่เกิดจากกระจุดาราสุกใสที่เข้ามาแทนที่ผืนนภา และยังคงหมุนวนอย่างเงียบงัน
พวกมันจะคงอยู่สักพักหนึ่ง เป็นร่องรอยของสงครามสะเทือนโลกานั้น
ขณะนี้ แดนศักดิ์สิทธิ์ได้จากไปแล้ว
เทพทั้งสามจากเผ่ากระดูกต้นกำเนิดแห่งยมโลก เผ่าราชันประกาศิตอุดร และเผ่าเอกภพแดนสีชาด ด้านนอกดาราจักรพรรดิโบราณ ต่างรู้ดีว่าการสำเร็จเทพของจักรพรรดินีนั้นไม่อาจหยุดยั้งได้อีกต่อไป
ดังนั้น เหล่าองค์ท่านจึงเลือกที่จะถอยหลัง มองร่างจักรพรรดิบนท้องฟ้าด้วยความหวาดกลัวและซับซ้อน
แต่ในใจยังคงมีความคิดอื่นอยู่ แม้ว่าความคิดเหล่านั้นจะกลายเป็นจริงได้หรือไม่ ล้วนขึ้นอยู่กับโอกาส
ส่วนดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ และดวงดาวที่ตกลงกัน ก็จ้องมองไปขึ้นไปบนฟากฟ้า จ้องมองไปที่จักรพรรดิแห่งเผ่ามนุษย์ ความทรงจำและความผันผวนผุดขึ้นในสายตาของเหล่าองค์ท่าน
ความทรงจำนั้น อาจไม่ใช่จักรพรรดิองค์ตรงหน้า และความผันผวน อาจไม่ใช่ดินแดนต้องประสงค์ในเวลานี้
บางทีอาจเป็นจักรพรรดิเหนือ หรือเซียนเหนือ
เหล่าองค์ท่านต่างนึกถึงคนผู้นั้น
รอบด้านเงียบสงัด
ทุกสายตา ไม่ว่าจะเป็นจักรพรรดินี เทพเจ้า หรือขุนนาง และประชาชนในเมืองหลวงจักรพรรดิ หรือแม้กระทั่งจิตเทพที่ซ่อนอยู่ในความว่างเปล่า
เวลานี้ ต่างจ้องมองไปกลางอากาศเพื่อมองร่างของผู้ที่ลงกระบี่เป็นครั้งสุดท้าย ทำให้ดินแดนต้องประสงค์ต้องสั่นสะเทือน
ในความเงียบสงบและภายใต้สายตาของทุกคน จักรพรรดิจึงหันหลังกลับอย่างเชื่องช้า
พร้อมกับทอดถอนใจแผ่วเบา
ร่างกายที่สร้างจากดวงชะตาค่อยๆ สลายไป จนเหลือเพียงโครงร่างเท่านั้น และเผยร่างของสวี่ชิงออกมา
กายเนื้อนั้นตกลงสู่พื้นดิน และทอดร่างลงบนกลองรบเผ่ามนุษย์
ขณะเดียวกัน วิญญาณอันเลือนลางก็หลุดลอยออกมาจากร่างของสวี่ชิง ลอยคว้างกลางอากาศ
นั่นคือวิญญาณของจักรพรรดิ
กำลังสลายตัวอย่างไม่อาจหวนคืน
พระองค์ปกป้องโลกมนุษย์มานานหลายหมื่นปี กรำศึกนับไม่ถ้วน สังหารเทพเจ้ามากมาย ทว่าวันนี้…พระองค์เหนื่อยล้ามากแล้ว
ความเหนื่อยล้าจากจิตวิญญาณแผ่ขยายไปทั่วในเวลานี้
พลังชีวิตของพระองค์ดับสูญไปนานแล้ว เหลือเพียงร่างอวตารที่ยังคงดำรงอยู่มาจนถึงทุกวันนี้ จนกระทั่งถึงจุดจบของชีวิต
ความเหนื่อยล้าของพระองค์ปรากฏออกมาเป็นเวลานับหมื่นปีแล้วและยังคงสะสมมาจนถึงปัจจุบัน
พระองค์มีอายุยืนยาวไม่มีที่สิ้นสุดได้ รับเกียรติยศสูงสุดได้ หลีกเลี่ยงความเหนื่อยล้าได้
สิ่งที่พระองค์ต้องทำ คือเลือกตนเองแทนเผ่าพันธุ์ในช่วงเวลาสำคัญเท่านั้น
ทว่าพระองค์กลับเลือกเผ่าพันธุ์
บางครั้ง การตัดสินใจเพียงครั้งเดียวในช่วงเวลาสำคัญของชีวิต ก็จะนำไปสู่เส้นทางที่ไม่มีวันหวนกลับ ไม่ว่าจะถูกหรือผิด ก็ไม่มีทางกลับไปได้อีก
เสียใจหรือ…
จักรพรรดิยิ้มออกมา นานมากแล้วที่พระองค์ไม่ได้ยิ้ม
“ไม่เสียใจ”
จักรพรรดิกระซิบในใจ
เดินทางข้ามผืนแผ่นดินและทะเลมานับหมื่นปี ก้าวผ่านกาลเวลาอันยาวนาน สู้รบสังหารเทพเจ้า และปกป้องเผ่าพันธุ์มนุษย์มาชั่วชีวิต
ชีวิตเช่นนี้ ดีกว่าการซ่อนตัวอยู่ในที่ที่ห่างไกลและดำรงชีวิตอยู่ต่อไปอย่างยากลำบาก
เมื่อคิดเช่นนี้ จักรพรรดิจึงมองไปรอบๆ โลกมนุษย์ มองไปยังเมืองหลวงจักรพรรดิ มองไปยังแดนใหญ่ทั้งหลาย มองขุนเขาธารา และสุดท้ายก็มองคนสองคน
คนหนึ่งคือสวี่ชิง ผู้สืบทอดกระบี่ของพระองค์ ผู้ที่จะก้าวเดินต่อไปบนเส้นทางนี้
พระองค์ไม่อาจจำกัดเส้นทางของอีกฝ่าย จะก้าวเดินไปอย่างไร จะไปที่ใด ล้วนให้อิสระแก่อีกฝ่าย ส่วนกระบี่นั้น…จะฟาดฟันอย่างไร ใช้ที่ใด ก็เป็นสิทธิ์ของเขา
“เด็กคนนี้ มีเคราะห์กรรมใหญ่หลวงนัก…อดีตและอนาคตของเขาอาจจะเหนื่อยยากกว่าข้าเสียอีก”
อีกคนคือจักรพรรดินี
หญิงสาวที่ร่ำไห้เมื่อถูกเสวียนจั้นกลืนกิน หญิงสาวผู้ทุ่มเททุกสิ่งทุกอย่างเพื่อเผ่ามนุษย์ ทำให้ใจของพระองค์เกิดความผันผวน
พระองค์นึกถึงลูกสาวของตนที่ถูกเทพเจ้ากลืนกิน
ดังนั้น พระองค์จึงช่วยจักรพรรดินีเอาไว้
“ไม่ใช่จักรพรรดิทุกคนที่จะเป็นจักรพรรดิที่ดี…แต่อย่างน้อยในช่วงเวลาที่ข้าจากไป นางก็เป็นคนดี”
มองไปที่จักรพรรดินีที่ไฟเทวะลุกโชนทั่วร่าง จักรพรรดิมองด้วยสายตาเปี่ยมด้วยความหวัง
เขาอยากจะเห็นว่าผู้บำเพ็ญที่ก้าวข้ามระดับเจ้าเหนือหัวขั้นสูงสุดด้วยดวงชะตาทั้งหมดของเผ่าพันธุ์ และหันมาฝึกบำเพ็ญวิถีเทพ จะก้าวหน้าถึงขั้นไหน
จะเป็นขั้นสูงสุดของสมบูรณ์แบบไร้ที่ติ หรือว่า…จะก้าวขึ้นสู่แท่นเทวะ!
ส่วนคำสอนของบรรพชนที่ว่าเผ่ามนุษย์ไม่สามารถเป็นเทพได้นั้น
พระองค์น้อมรับปฏิบัติตาม
ดังนั้นตลอดชีวิตของพระองค์ พระองค์จึงไม่เคยเลือกที่จะสำเร็จเทพ
แต่หลังจากที่พระองค์จากไป เผ่ามนุษย์จะทำอย่างไร
เมื่อไม่มีพระองค์คอยปกป้องเผ่ามนุษย์อีกต่อไป ใครจะเป็นผู้ปกป้อง…
ระหว่างคำสอนของบรรพชนและชีวิตของผู้คนมากมาย จักรพรรดิไม่อยากคิดถึงมันอีกแล้ว
พระองค์เพียงต้องการใช้เวลาที่เหลืออยู่ มองดูโลกมนุษย์ที่พระองค์ปกป้องมาโดยตลอด
และ…ตกปลาอีกครั้ง
ดังนั้น ในขณะที่วิญญาณของพระองค์เลือนลาง จักรพรรดินีมีสีหน้าเปลี่ยนไป และสวี่ชิงค่อยๆ ลืมตาขึ้นนั้น
เบื้องหลังร่างจักรพรรดิ มีเงาร่างหนึ่งปรากฏขึ้นอย่างรวดเร็วจากความว่างเปล่า มุ่งตรงไปยังวิญญาณของจักรพรรดิ แล้วยกมือฟาดอย่างแรง
“ข้าจะส่งเจ้าไปสู่ภพหน้า!”